ข้อ ๒
ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ ของกฎ ก.พ. (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๔
การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา
๖ (๑) ในกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง ให้ดำเนินการก่อนที่กรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งไว้แล้วจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
(๑) ให้ประธาน ก.พ.
แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน ประกอบด้วยกรรมการข้าราชการพลเรือนโดยตำแหน่งซึ่งเลือกกันเองหนึ่งคน
กรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการพลเรือนในคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนที่จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระซึ่งเลือกกันเองหนึ่งคน
และเลขาธิการ ก.พ. ทั้งนี้
ให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการ
(๒)
ให้คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๖
(๑) จากผู้ที่ดำรงหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าและมิได้เป็นกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินสี่คน
และจากผู้ที่ไม่เคยเป็นข้าราชการหรือเคยเป็นข้าราชการแต่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าจำนวนสามคน
เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพร้อมกับผู้ได้รับเลือกตามข้อ
๒ (๑๐)
คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งทำหน้าที่สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนชุดใด
ให้อยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระของกรรมการข้าราชการพลเรือนชุดนั้น
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
ประธาน ก.พ.
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕
มีเจตนารมณ์ที่จะให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งกรรมการที่ได้รับเลือกจากข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง
และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นข้าราชการและไม่เป็นข้าราชการ แต่ในการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนที่ผ่านมายังไม่ได้ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นข้าราชการในจำนวนที่เหมาะสมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๙๓ ก/หน้า ๖/๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๓