法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของสภาทนายความ พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของสภาทนายความ

พ.ศ. ๒๕๔๗

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารการเงินและทรัพย์สินของสภาทนายความ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๗ มาตรา ๗๒ และมาตรา ๘๑ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของสภาทนายความไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

๑) ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษา และการเบิกจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๐

๒) ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒

๓) ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการดำเนินการของสำนักงานสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๔๓

บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดของสภาทนายความในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“นายก” หมายความว่า นายกสภาทนายความ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาทนายความ

“อุปนายก” หมายความว่า อุปนายกสภาทนายความ

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาทนายความ

“เหรัญญิก” หมายความว่า เหรัญญิกสภาทนายความ

“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานของสภาทนายความตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความและอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ

“เจ้าหน้าที่การเงิน” หมายความว่า เหรัญญิก หัวหน้าสำนักงานการเงินและบัญชี หรือพนักงานการเงินและบัญชีที่นายกสภาทนายความมีคำสั่งแต่งตั้งตามข้อบังคับว่าด้วยการพนักงานสภาทนายความ

“พนักงาน” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับบรรจุแต่งตั้งในสภาทนายความ โดยได้รับเงินเดือน ตามอัตราในข้อบังคับว่าด้วยการพนักงานของสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ส่วนงานของสภาทนายความจัดทำงบประมาณ โดยแยกเป็นงบประมาณที่จะเบิกจากเงินอุดหนุนของรัฐบาล งบประมาณที่จะเบิกจากรายได้ของสภาทนายความ และงบประมาณที่จะเบิกจากเงินรายได้อื่น ๆ ของสภาทนายความเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ งบประมาณรายจ่ายที่ตั้งจากรายได้ของสภาทนายความ จะกำหนดให้มีเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นก็ได้ การเบิกจ่ายต้องได้รับอนุมัติจากนายกเป็นคราวไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ได้และเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน ให้นายกพิจารณาอนุมัติ ให้ดำเนินการไปพลางก่อน แล้วจึงเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ส่วนงานหรือกิจการส่วนใดของสภาทนายความ มีการบริหารงานการเงิน การจัดหารายได้ การใช้จ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันจากรายได้ของส่วนงานหรือของสภาทนายความ ที่มีลักษณะพิเศษซึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ได้ ให้นายกโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการมีอำนาจวางระเบียบเพื่อการนั้นได้ ตามลักษณะและความเหมาะสมของแต่ละส่วนงาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้นายกรักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจออกคำสั่งหรือประกาศของสภาทนายความ กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ได้

รายรับ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ รายรับซึ่งเป็นรายได้ของสภาทนายความ คือรายได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

รายจ่าย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สภาทนายความมีรายจ่ายประเภทต่าง ๆ ดังนี้

๑) รายจ่ายเพื่อการบริหารในกิจการทั่วไปของสภาทนายความหรือส่วนงาน

๒) รายจ่ายเพื่อส่งเสริมและจัดสวัสดิการแก่สมาชิกสภาทนายความ

๓) รายจ่ายเพื่อสนับสนุนการให้การช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และการศึกษาแก่ประชาชนทางกฎหมาย

๔) รายจ่ายตามวัตถุประสงค์หรือเงื่อนไขของผู้บริจาค หรือตามความตกลงกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ หรือหน่วยงานที่มีวัตถุประสงค์ในทำนองเดียวกันกับของสภาทนายความ

๕) รายจ่ายอื่น ๆ เพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันจากงบประมาณรายจ่าย ให้กระทำได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดกับข้อบังคับสภาทนายความเกี่ยวกับเรื่องการเงินซึ่งได้ตราไว้แล้ว

วิธีการงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เงินงบประมาณรายจ่ายของปีงบประมาณใด ให้เบิกจ่ายภายในปีงบประมาณนั้น ปีงบประมาณสำหรับเงินส่วนที่เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาลให้ใช้ปีงบประมาณตามปีงบประมาณราชการ

ปีงบประมาณสำหรับเงินส่วนที่เป็นเงินรายได้ของสภาทนายความและเงินอื่น ๆ ให้มีกำหนดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ของปีนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การขออนุมัติกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีจากงบประมาณที่เบิกจากเงินรายได้ของสภาทนายความ ให้นายกเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติแล้วรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อทราบ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสภาทนายความกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้นายกมีอำนาจอนุมัติให้ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายในระหว่างปีงบประมาณได้ แล้วให้รายงานในที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อทราบ

การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดทำบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดทำบัญชีของสภาทนายความหรือส่วนงานต่าง ๆ ในสภาทนายความให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้หรือข้อบังคับหรือระเบียบอื่นที่สภาทนายความกำหนดเป็นการเฉพาะกรณี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้เจ้าหน้าที่การเงินเป็นเจ้าหน้าที่ในการรับเงิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การรับเงินรายได้ทุกประเภทจะหักไว้ใช้จ่ายเพื่อการใดก่อนนำส่งมิได้ เว้นแต่การรับเงินรายได้จากค่าธรรมเนียมอันเกิดจากการดำเนินงานของสภาทนายความ ซึ่งได้กำหนดระเบียบการรับจ่ายเงินไว้เป็นพิเศษแล้ว

การรับเงินอุดหนุนของรัฐบาล ให้นำข้อบังคับหรือระเบียบของกระทรวงการคลังกับส่วนราชการ ที่สนับสนุนงบอุดหนุนของรัฐบาลให้แก่สภาทนายความ มาถือปฏิบัติโดยอนุโลม

การรับเงินอื่นใดนอกเหนือจากเงินอุดหนุนของรัฐบาล ให้เจ้าหน้าที่การเงินมีหน้าที่ในการรับเงิน ออกใบเสร็จรับเงินมอบให้ผู้ชำระเงินทุกครั้ง ใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามแบบในระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด แต่อย่างน้อยต้องมีหมายเลขกำกับเล่มและหมายเลขกำกับใบเสร็จรับเงินเรียงกันไปทุกฉบับและใบเสร็จรับเงินแต่ละฉบับอย่างน้อยต้องมีต้นฉบับและสำเนา โดยมอบต้นฉบับให้ผู้ชำระเงินและเก็บสำเนาไว้ในเล่ม ๑ ใบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการออกใบเสร็จรับเงินให้หัวหน้าสำนักงานการเงินและบัญชี หรือผู้ทำการแทน และเจ้าหน้าที่การเงินอื่น หรือพนักงานซึ่งเหรัญญิกมอบหมาย ลงนามในใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เก็บเงินไว้ในที่ทำการได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนเงินรายรับให้นำฝากธนาคารทั้งหมด ถ้าฝากไม่ทันในวันนั้น ให้นำฝากในวันทำการถัดไป และให้รายงานความล่าช้าต่อเหรัญญิกทันที

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การเก็บเงิน สมุดเช็ค สมุดบัญชี และหลักฐานการเงินอื่นใด ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภาทนายความกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้มีคณะกรรมการรักษาเงินคณะหนึ่งประกอบด้วย หัวหน้าสำนักงานการเงินและบัญชีเป็นกรรมการ และพนักงานซึ่งนายกแต่งตั้งอีกสองคนเป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการรักษาเงินมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน ในการเก็บรักษาเงินที่เก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานสภาทนายความ และให้คณะกรรมการมอบหมายให้คณะกรรมการคนหนึ่งเป็นผู้ถือกุญแจสำหรับเปิด – ปิดตู้นิรภัย หรือที่เก็บเงิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ หน้าที่ของคณะกรรมการตามข้อ ๒๒ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สำนักงานการเงินและบัญชี จัดทำและเสนอรายงานรายรับ รายจ่าย และฐานะทางการเงินของสภาทนายความและส่วนงานเป็นประจำทุกเดือนต่อเลขาธิการภายในวันที่ ๒๕ ของเดือนถัดไป เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการทราบ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อถึงวันสิ้นปีงบประมาณ ให้สำนักงานการเงินและบัญชีจัดทำรายงานงบดุลประจำปีให้เสร็จสิ้นภายใน ๖๐ วัน โดยผู้ตรวจสอบบัญชีจักต้องรับรองงบดุลเพื่อนำเสนอที่ประชุมใหญ่แต่ละปี

เมื่อมีเหตุอันสมควร นายกจะให้มีการตรวจสอบบัญชีการเงินและตัวเงินที่เก็บรักษาไว้ ณ ที่ทำการสภาทนายความในขณะหนึ่งขณะใดก็ให้กระทำได้

การก่อหนี้ผูกพันและการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การจ่ายเงินให้จ่ายได้เฉพาะเพื่อกิจการ และภายในขอบเขตของพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้มีอำนาจอนุมัติในการก่อหนี้ผูกพัน ซึ่งหมายความถึง การอนุมัติดำเนินการ การอนุมัติก่อหนี้ และการลงนามในสัญญาให้เป็นไปตามเกณฑ์ ดังนี้

๑) นายกเป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติคราวหนึ่งไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อุปนายกไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ บาท เลขาธิการไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท และเหรัญญิกไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

๒) ถ้าเป็นการจ่ายเงินหรืออนุมัติในการก่อหนี้ผูกพันคราวหนึ่งเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่รวมถึงการสั่งจ่ายเพื่อจ่ายเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าล่วงเวลา หรือเงินอื่นใดที่ต้องจ่ายให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างตามปกติ ซึ่งเหรัญญิกมีอำนาจสั่งจ่ายได้ตามที่จ่ายจริง หรือเป็นกรณีเบิกจ่ายตามมติที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ อุปนายกฝ่ายบริหาร เลขาธิการ หรือเหรัญญิกอาจมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้พนักงานสั่งจ่ายเงินเพื่อกิจการของสภาทนายความ ทั้งนี้ ในการมอบหมายให้คำนึงถึงระดับตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การออกเช็คสั่งจ่ายในกิจการของสภาทนายความนั้น ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติตาม ข้อ ๒๗ (๑) ลงนามร่วมกันอย่างน้อยสองคน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ หลักฐานการจ่ายเงิน ใบสำคัญจ่าย ตลอดจนวิธีการจ่ายเงิน นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือระเบียบอื่นที่สภาทนายความเป็นผู้กำหนด

กองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในหมวดนี้

“เงินกองทุน” หมายความว่า เงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่ได้รับอุดหนุนจากรัฐบาล สภาทนายความ หน่วยงานราชการ หน่วยงานอิสระ องค์การมหาชน และองค์กรเอกชน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

“รองประธานกรรมการ” หมายความว่า รองประธานกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

“เหรัญญิก” หมายความว่า เหรัญญิกของสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ รายรับซึ่งเป็นรายได้ของกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายมีที่มาจาก

๑) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล และดอกผลของเงินดังกล่าว

๒) เงินสมทบของสภาทนายความ หน่วยงานราชการ หน่วยงานอิสระ องค์การมหาชน และองค์กรเอกชน และดอกผลของเงินดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การรับเงิน การเก็บรักษาเงินและการจัดทำบัญชีของเงินกองทุนให้นำข้อบังคับว่าด้วยการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดทำบัญชีในหมวด ๕ แห่งข้อบังคับนี้มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การก่อหนี้ผูกพันและการจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายให้นำหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๖ แห่งข้อบังคับนี้มาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้สำนักงานการเงินและบัญชี สภาทนายความ จัดทำและเสนอรายรับและรายจ่าย และฐานะทางการเงินของกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายในส่วนของเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อเสนอต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และให้นำหลักเกณฑ์วิธีการงบประมาณในหมวด ๔ แห่งข้อบังคับนี้มาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ เลขานุการ และเหรัญญิกตามความในหมวดนี้ ให้ถือปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของนายก อุปนายก เลขาธิการ หรือเหรัญญิก ตามความในข้อ ๔ และข้อบังคับในหมวดอื่นทุกหมวดโดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของสภาทนายความเกี่ยวกับการเงิน และการเบิกจ่ายเงิน ที่ใช้บังคับอยู่ในวันประกาศใช้ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะได้มีการออกระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศของสภาทนายความตามข้อบังคับนี้ขึ้นใช้บังคับ ทั้งนี้ เฉพาะที่ไม่ขัดหรือแย้งกับความในข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

เดชอุดม ไกรฤทธิ์

นายกสภาทนายความ

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ โดยที่ข้อบังคับว่าด้วยการเงินของสภาทนายความที่ใช้อยู่แต่เดิมนั้น แยกอยู่ในหลายส่วนงาน ทำให้เกิดความยุ่งยากและเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ดังนั้นเพื่อให้มีสภาพบังคับและทางปฏิบัติที่เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน จึงให้มีการยกเลิกข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการเบิกจ่าย รวมทั้งวิธีการจัดการทรัพย์สินที่ใช้อยู่แต่เดิม และจะได้มีการแก้ไขใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของสภาทนายความฉบับนี้

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๖ ง/หน้า ๑๗/๒๑ มกราคม ๒๕๔๘

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของสภาทนายความ พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_25e07917f3903689

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com