ข้อ ๑๔
เมื่อพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนได้รับบันทึกตอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว
ให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนส่งสำเนาบันทึกตอบหรือข้อสรุปบันทึกตอบที่พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนได้จัดทำขึ้นไปยังผู้ร้องทุกข์โดยพลัน
และให้ผู้ร้องทุกข์ทำบันทึกชี้แจงร้องทุกข์เพิ่มเติมเพื่อตอบประเด็นต่าง ๆ
ของหน่วยงานที่รับผิดชอบตามข้อ ๑๕ โดยเร็วที่สุด
แต่อย่างช้าต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาบันทึกตอบหรือข้อสรุปบันทึกตอบดังกล่าว
แต่ถ้าผู้ร้องทุกข์มีความจำเป็นต้องใช้เวลานานกว่านั้น ก็ให้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนวันสิ้นกำหนดพร้อมด้วยเหตุผล
ถ้าผู้ร้องทุกข์ไม่ประสงค์จะทำบันทึกชี้แจงร้องทุกข์เพิ่มเติมแต่ประสงค์จะให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการต่อไป
ให้ผู้ร้องทุกข์ทำหนังสือแจ้งให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาบันทึกตอบหรือข้อสรุปบันทึกตอบ
ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์ไม่มีบันทึกชี้แจงร้องทุกข์เพิ่มเติมหรือไม่มีหนังสือแจ้งมาตามความในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
ให้สันนิษฐานว่าผู้ร้องทุกข์พอใจในบันทึกตอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
และเลขาธิการสั่งจำหน่ายเรื่องร้องทุกข์นั้นเสีย
การจำหน่ายเรื่องร้องทุกข์ในกรณีนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้ร้องทุกข์ที่จะร้องทุกข์ขึ้นใหม่ภายในกำหนดอายุความตามมาตรา
๒๓
ถ้าผู้ร้องทุกข์ได้มีบันทึกชี้แจงร้องทุกข์เพิ่มเติมหรือหนังสือแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาภายหลังวันครบกำหนดเพื่อขอดำเนินการต่อไป
โดยแสดงให้เป็นที่พอใจแก่เลขาธิการได้ว่าการที่ตนมิได้มีบันทึกดังกล่าวหรือหนังสือแจ้งมาภายในกำหนดเวลานั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุอันสมควร
ก็ให้เลขาธิการสั่งให้ยกเรื่องร้องทุกข์นั้นขึ้นดำเนินการต่อไป
แต่ถ้าเลขาธิการเห็นว่าการที่ผู้ร้องทุกข์มิได้มีบันทึกดังกล่าวหรือหนังสือแจ้งมาภายในกำหนดเวลานั้นไม่ใช่เพราะเหตุสุดวิสัยหรือไม่มีเหตุอันสมควร
ก็ให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เพื่อวินิจฉัยสั่งรับหรือไม่รับไว้พิจารณาต่อไป
ถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ทำบันทึกตอบภายในระยะเวลาตามข้อ
๑๓ วรรคสอง ให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนเสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อสั่งดำเนินการต่อไปตามข้อ
๑๘ หรือสั่งการตามที่เห็นสมควร