法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดหนองคาย

พ.ศ. ๒๕๕๐

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจ เพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดหนองคายด้วยและเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีการดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไปแต่ไม่หมายรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดหนองคาย แต่ทั้งนี้ไม่หมายรวมถึงบริเวณที่ได้มีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวม หรือบริเวณที่เคยมีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒ ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่ในบริเวณท้องที่ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เทศบาลตำบลหนองสองห้อง อำเภอเมืองหนองคาย

(๒) ในท้องที่เทศบาลตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย

(๓) ในท้องที่เทศบาลเมืองท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ

(๔) ในท้องที่เทศบาลตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ

(๕) ในท้องที่เทศบาลตำบลโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย

(๖) ในท้องที่เทศบาลตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง

(๗) ในท้องที่เทศบาลตำบลบึงกาฬ อำเภอบึงกาฬ

(๘) ในท้องที่เทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ อำเภอศรีเชียงใหม่

(๙) ในท้องที่เทศบาลตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา

(๑๐) ในท้องที่เทศบาลตำบลศรีพนา อำเภอเซกา

(๑๑) ในท้องที่เทศบาลตำบลโซ่พิสัย อำเภอโซ่พิสัย

(๑๒) ในท้องที่เทศบาลตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล

(๑๓) ในท้องที่เทศบาลตำบลปากคาด อำเภอปากคาด

(๑๔) ในท้องที่เทศบาลตำบลดอนหญ้านาง อำเภอพรเจริญ

(๑๕) ในท้องที่เทศบาลตำบลพรเจริญ อำเภอพรเจริญ

(๑๖) ในท้องที่เทศบาลตำบลสังคม อำเภอสังคม

(๑๗) ในท้องที่ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย

(๑๘) ในท้องที่ตำบลปะโค อำเภอเมืองหนองคาย

(๑๙) ในท้องที่ตำบลเมืองหมี อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๐) ในท้องที่ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๑) ในท้องที่ตำบลกวนวัน อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๒) ในท้องที่ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๓) ในท้องที่ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๔) ในท้องที่ตำบลสองห้อง อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๕) ในท้องที่ตำบลหินโงม อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๖) ในท้องที่ตำบลสีกาย อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๗) ในท้องที่ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมืองหนองคาย

(๒๘) ในท้องที่ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ

(๒๙) ในท้องที่ตำบลน้ำโมง อำเภอท่าบ่อ

(๓๐) ในท้องที่ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ

(๓๑) ในท้องที่ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ

(๓๒) ในท้องที่ตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ

(๓๓) ในท้องที่ตำบลบ้านถ่อน อำเภอท่าบ่อ

(๓๔) ในท้องที่ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย

(๓๕) ในท้องที่ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย

(๓๖) ในท้องที่ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย

(๓๗) ในท้องที่ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่

(๓๘) ในท้องที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่

(๓๙) ในท้องที่ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่

(๔๐) ในท้องที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม

(๔๑) ในท้องที่ตำบลสังคม อำเภอสังคม

(๔๒) ในท้องที่ตำบลแก้งไก่ อำเภอสังคม

(๔๓) ในท้องที่ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม

(๔๔) ในท้องที่ตำบลสระใคร กิ่งอำเภอสระใคร

(๔๕) ในท้องที่ตำบลรัตนวาปี กิ่งอำเภอรัตนวาปี

(๔๖) ในท้องที่ตำบลโพนแพง กิ่งอำเภอรัตนวาปี

(๔๗) ในท้องที่ตำบลบ้านต้อน กิ่งอำเภอรัตนวาปี

(๔๘) ในท้องที่ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด

(๔๙) ในท้องที่ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด

(๕๐) ในท้องที่ตำบลนาดง อำเภอปากคาด

(๕๑) ในท้องที่ตำบลหนองยอง อำเภอปากคาด

(๕๒) ในท้องที่ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ

(๕๓) ในท้องที่ตำบลไคสี อำเภอบึงกาฬ

(๕๔) ในท้องที่ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอบึงกาฬ

(๕๕) ในท้องที่ตำบลบึงกาฬ อำเภอบึงกาฬ

(๕๖) ในท้องที่ตำบลโคกก่อง อำเภอบึงกาฬ

(๕๗) ในท้องที่ตำบลชัยพร อำเภอบึงกาฬ

(๕๘) ในท้องที่ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอบึงกาฬ

(๕๙) ในท้องที่ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า

(๖๐) ในท้องที่ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า

(๖๑) ในท้องที่ตำบลโคกกว้าง อำเภอบุ่งคล้า

(๖๒) ในท้องที่ตำบลท่าดอกคำ อำเภอบึงโขงหลง

(๖๓) ในท้องที่ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง

(๖๔) ในท้องที่ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง

(๖๕) ในท้องที่ตำบลเซกา อำเภอเซกา

(๖๖) ในท้องที่ตำบลซาง อำเภอเซกา

(๖๗) ในท้องที่ตำบลหนองทุ่ม อำเภอเซกา

(๖๘) ในท้องที่ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา

(๖๙) ในท้องที่ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา

(๗๐) ในท้องที่ตำบลพรเจริญ อำเภอพรเจริญ

(๗๑) ในท้องที่ตำบลวังชมภู อำเภอพรเจริญ

(๗๒) ในท้องที่ตำบลศรีชมภู อำเภอพรเจริญ

(๗๓) ในท้องที่ตำบลดอนหญ้านาง อำเภอพรเจริญ

(๗๔) ในท้องที่ตำบลศรีสำราญ อำเภอพรเจริญ

(๗๕) ในท้องที่ตำบลป่าแฝก อำเภอพรเจริญ

(๗๖) ในท้องที่ตำบลหนองหัวช้าง อำเภอพรเจริญ

(๗๗) ในท้องที่ตำบลนาดี กิ่งอำเภอเฝ้าไร่

(๗๘) ในท้องที่ตำบลเฝ้าไร่ กิ่งอำเภอเฝ้าไร่

(๗๙) ในท้องที่ตำบลหนองหลวง กิ่งอำเภอเฝ้าไร่

(๘๐) ในท้องที่ตำบลคำแก้ว อำเภอโซ่พิสัย

(๘๑) ในท้องที่ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย

(๘๒) ในท้องที่ตำบลเหล่าทอง อำเภอโซ่พิสัย

(๘๓)ในท้องที่ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย

(๘๔)ในท้องที่ตำบลชุมภูพร อำเภอศรีวิไล

(๘๕)ในท้องที่ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๑๖) ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๔ และในท้องที่ตาม (๑๗) ถึง (๘๕) ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๔ และข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะ ที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดิน ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๐.๓

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดิน ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตรโดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่น หรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตรให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตรและต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตรและสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารประเภทพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เกินกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) มีระยะห่างจากเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลเมตร

(๒) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดิน หรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๓) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดิน ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๐.๒

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดิน ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕

(๖) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๗) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) มีที่ว่างด้านข้างของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่น หรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๙) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๑๐) มีที่จอดรถไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตรในคิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๑) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่น หรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ ๔ (๖) ข้อ ๔ (๗) ข้อ ๔ (๘) ข้อ ๕ (๗) ข้อ ๕ (๘) และข้อ ๕ (๙) ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๗ เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๖) ที่วางด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๕๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗) ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๑๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๘) และข้อ ๕ (๙) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตรมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร

(๔) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗) ที่วางด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๗๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

(๕) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๘) ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๒๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุม หรืออนุญาตการก่อสร้างอาคาร หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดหนองคาย ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

สุพจน์ เลาวัณย์ศิริ

ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๖๕ ง/หน้า ๒๙/๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_25fadf18dee96c5a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com