法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้การจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาสามารถกระทำได้รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๖ มาตรา ๘ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอ ค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย พ.ศ. ๒๕๔๕

(๒) ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๓) ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“คำขอ” หมายความว่า คำขอรับค่าตอบแทน หรือค่าทดแทน หรือค่าใช้จ่าย

“ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ” หมายความว่า ผู้เสียหาย จำเลย หรือทายาท

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา หรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา หรือผู้อำนวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานอื่นซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่คณะกรรมการมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือบุคคลใดที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามระเบียบนี้“ทายาท” หมายความว่า

(ก) ผู้สืบสันดาน

(ข) ผู้บุพการี

(ค) คู่สมรส

(ง) บุคคลใด ๆ ซึ่งให้อุปการะ หรืออยู่ในอุปการะของผู้เสียหาย หรือจำเลย แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ ทายาทที่มีสิทธิขอรับค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย ต้องเป็นทายาทซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสียหายด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

วิธีการยื่นคำขอ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ ยื่นคำขอด้วยตนเองตามแบบคำขอที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ท้ายแบบคำขอ โดยให้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาหรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

คณะกรรมการอาจกำหนดเพิ่มช่องทางการยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งอาจกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่จำเป็นเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การยื่นคำขอตามข้อ ๖ ต้องยื่นภายในกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ให้ยื่นคำขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำความผิด

(๒) กรณีขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ให้ยื่นคำขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องเพราะปรากฏหลักฐานว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือวันที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายใต้บังคับข้อ ๖ และข้อ ๗ บุคคลอื่นจะยื่นคำขอแทนผู้มีสิทธิยื่นคำขอได้เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์

(๒) ผู้อนุบาล กรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้ไร้ความสามารถ

(๓) ผู้สืบสันดาน ผู้บุพการี คู่สมรส บุคคลใด ๆ ซึ่งให้อุปการะหรืออยู่ในอุปการะของผู้เสียหายหรือจำเลย

(๔) บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหนังสือในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมีเหตุจำเป็น ดังต่อไปนี้

(ก) เจ็บป่วยจนไม่สามารถมายื่นคำขอด้วยตนเองได้

(ข) เป็นคนสูงอายุหรือเป็นบุคคลทุพพลภาพไม่สะดวกในการเดินทาง

(ค) เดินทางไปต่างประเทศโดยมีกิจธุระจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และไม่อาจมายื่นคำขอได้ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๗

(ง) มีเหตุจำเป็นอย่างอื่นที่คณะกรรมการเห็นชอบกำหนดเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คำขอที่ได้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๖ ให้ถือว่าได้มีการยื่นคำขอต่อคณะกรรมการแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขอหรือมีหนังสือแจ้งให้แก่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือบุคคลตามข้อ ๘ ไว้เป็นหลักฐาน แล้วแต่กรณี

ใบรับคำขอหรือหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่งจะต้องมีข้อความแสดงวัน เดือน ปี เลขที่รับคำขอชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คำขอที่ได้รับไว้แล้ว ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการรับคำขอไว้ในทะเบียนการรับคำขอในระบบคอมพิวเตอร์โดยทันที

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายการตามคำขอให้ครบถ้วน หากเห็นว่าคำขอใดที่มีรายการไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือบุคคลตามข้อ ๘ ทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมและส่งเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน

ในการให้บริการแก่เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก รวดเร็วเป็นกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการพิจารณาเพื่อรับคำขอ ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้น หากพบปัญหาความเดือดร้อนที่จะต้องแก้ไขเร่งด่วน ให้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือประสานส่งต่อตามความจำเป็นแก่กรณี อาทิ การรักษาพยาบาล การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทการหาที่พักพิงชั่วคราวเป็นต้น

การตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้สำนักงานมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งตรวจสอบคำขอและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อประกอบการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ศึกษาคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบที่ได้มาพร้อมคำขอ

(๒) วางแผนในการรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่าง ๆ

(๓) แสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง โดยมีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นต่อการพิจารณาคำขอ หรือลงพื้นที่เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือบุคคลใดที่ทราบถึงข้อเท็จจริงโดยเร็ว

ในการสอบปากคำผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือบุคคลใดที่ทราบถึงข้อเท็จจริง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีการบันทึกถ้อยคำไว้ เมื่อได้บันทึกถ้อยคำเสร็จแล้วให้อ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟังหรือจะให้ผู้ให้ถ้อยคำอ่านเองก็ได้และให้ผู้ให้ถ้อยคำ ผู้บันทึกถ้อยคำ และพนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองไว้เป็นหลักฐานถ้าบันทึกถ้อยคำนั้นมีหลายหน้าให้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหน้า

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเสร็จแล้วให้วิเคราะห์และจัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี โดยเร็ว

เมื่อผู้อำนวยการได้รับรายงานและความเห็นตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ทำความเห็นโดยเร็วเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป เว้นแต่ ในเขตพื้นที่ซึ่งคณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาและมอบหมายให้คณะอนุกรรมการดังกล่าวเป็นผู้พิจารณาแทนคณะกรรมการไว้แล้ว ให้ผู้อำนวยการเสนอต่อคณะอนุกรรมการดังกล่าว

ในกรณีที่มีเหตุอันควร ผู้อำนวยการอาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ได้

การพิจารณาของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นจากผู้อำนวยการแล้ว ให้พิจารณามีคำวินิจฉัยหรือความเห็นโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการพิจารณาคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา คณะกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิตหรือร่างกายหรือจิตใจ เนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของผู้อื่น ตามรายการที่ระบุไว้ท้ายพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๒) ผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้น

(๓) การพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ให้พิจารณาตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับแนวทางการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ตามข้อ ๒๓

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการพิจารณาคำขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา คณะกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลซึ่งถูกฟ้องต่อศาลว่าได้กระทำความผิดอาญา

(๒) เป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ

(๓) ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี และ

(๔) ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดีหรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

(๕) การพิจารณากำหนดค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย ให้พิจารณาตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับแนวทางการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ตามข้อ ๒๓

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การพิจารณาของคณะกรรมการ อาจเรียกให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมาให้ปากคำเพิ่มเติมหรือให้มีการสอบพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ หรือตรวจสอบข้อมูลเอกสาร วัตถุ หรือสถานที่เพิ่มเติมอีกก็ได้

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการแทนแล้วรายงานให้ทราบก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้ผู้อำนวยการแจ้งคำวินิจฉัยให้แก่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอทราบโดยเร็ว

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย ตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เพื่อให้การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาของคณะกรรมการเป็นไปโดยเหมาะสม ถูกต้อง และเป็นธรรม ให้สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาจัดทำแนวทางการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ซึ่งมีสาระเป็นการกำหนดรายละเอียดแนวทางปฏิบัติและอัตราการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

แนวทางการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบแล้ว ให้คณะกรรมการนำไปใช้เป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาตามหมวดนี้

การเรียกคืนค่าตอบแทน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ กรณีที่ปรากฏในภายหลังต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าการกระทำที่ผู้เสียหายอาศัยเป็นเหตุในการขอรับค่าตอบแทนนั้น ไม่เป็นความผิดอาญาหรือไม่มีการกระทำความผิดเช่นว่านั้น ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเหตุดังกล่าวให้ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาเพื่อรายงานคณะกรรมการทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานเหตุตามข้อ ๒๔ แล้ว ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายคืนค่าตอบแทนที่ได้รับไปให้แก่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ การมีหนังสือแจ้งให้คืนค่าตอบแทน คณะกรรมการอาจมอบหมายสำนักงานมีหนังสือเพื่อให้ประธานกรรมการเรียกคืนค่าตอบแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามข้อ ๒๔ หากสำนักงานเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้เสียหาย ให้สำนักงานแจ้งต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเพื่อรายงานกระทรวงยุติธรรมทราบ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมอาจมอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ หรือพนักงานอัยการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีและแจ้งให้ศาลทราบ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บรรดาคำขอที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอตามระเบียบนี้ โดยอนุโลม

ในกรณีที่คำขอตามวรรคหนึ่งมีข้อแตกต่างไปจากคำขอตามระเบียบนี้ ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจสั่งให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอหรือบุคคลตามข้อ ๘ ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอและส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙

กรรณิการ์ แสงทอง

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม

ในตำแหน่งประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

วริญา/ปริยานุช/จัดทำ

๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๘๖ ง/หน้า ๑๔/๙ ธันวาคม ๒๕๕๙

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยการยื่นคำขอ และวิธีพิจารณาคำขอค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่าย พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_26a8b15fde43531c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com