法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการดำเนินงานสถานศึกษาฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการดำเนินงานสถานศึกษาฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.

2542

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการ

ดำเนินงานโรงเรียนฝึกอาชีพและสารพัดช่าง พ.ศ. 2530 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

49

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ

กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1

ระเบียบนี้เรียกว่า

"ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการดำเนินงานสถานศึกษา

ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2542"

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3

ให้ยกเลิกระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการดำเนินงานโรงเรียนฝึกอาชีพและ

สารพัดช่าง พ.ศ. 2530

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

ในระเบียบนี้

"สถานศึกษา" หมายความว่า วิทยาลัย โรงเรียนฝึกอาชีพ

ศูนย์ฝึกอาชีพ หรือสถาน

ศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่กรุงเทพมหานครจัดตั้ง

ซึ่งจัดหลักสูตรการศึกษาอาชีพต่ำกว่าปริญญาตรี

"หัวหน้าสถานศึกษา" หมายความว่า หัวหน้าศูนย์ฝึกอาชีพ ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่

หรือผู้อำนวยการ

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

การดำเนินงานสถานศึกษา

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

สถานศึกษามีหน้าที่

(1) ผลิตแรงงาน

(2)

พัฒนาฝีมือแรงงานและยกระดับการศึกษาวิชาชีพ

(3) ส่งเสิรมการประกอบอาชีพอิสระ

(4) ส่งเสริมการมีงานทำ

(5) เป็นศูนย์สารสนเทศตลาดแรงงาน

(6)

เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาการประกอบอาชีพอิสระและตลาดแรงงาน

(7)

ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

(8) ส่งเสริมการบริหาร การจัดการ

ผู้ประกอบการอาชีพอิสระแก่ชุมชน

(9) ให้บริการชุมชนตามนโยบายกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

สถานศึกษาจะเปิดสอนแต่ละวิชาต้องมีนักศึกษาในวิชานั้นดังนี้

(1) ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม จำนวนนักศึกษาไม่ต่ำกว่า 15

คนต่อห้องเรียน

หากเปิดสอนมากกว่า 1 ห้อง และห้องสุดท้ายมีไม่ถึง 15 คน ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถาน

ศึกษา แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 10 คน

(2) ประเภทวิชาคหกรรมและศิลปกรรม

จำนวนนักศึกษาไม่ต่ำกว่า 20 คนต่อ

ห้องเรียน หากเปิดสอนมากกว่า 1 ห้อง และห้องสุดท้ายมีไม่ถึง

20 คน ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้า

สถานศึกษา แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 10 คน

(3) ประเภทวิชาพาณิชยกรรม

จำนวนนักศึกษาไม่ต่ำกว่า 25 คนต่อห้องเรียน หาก

เปิดสอนมากกว่า 1 ห้อง และห้องสุดท้ายมีไม่ถึง 25 คน

ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษา

แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 10 คน

ถ้านักศึกษาในห้องเรียนที่

1 มีจำนวนไม่ครบตามเกณฑ์ (1) (2) (3) หากจะเปิดสอนจะต้อง

ได้รับอนุญาตจาก ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาชุมชน

นักศึกษา

พื้นความรู้และคุณสมบัติของนักศึกษา

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ผู้ที่จะสมัครเข้าศึกษาต้องเป็นผู้มีพื้นฐานความรู้สอบได้ไม่ต่ำกว่าประโยคประถม

ศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่า

หรือมีความรู้อ่านออกเขียนได้โดยผ่าน

การทดสอบของหัวหน้าสถานศึกษาและต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) มีอายุไม่ต่ำกว่า 14 ปีบริบูรณ์

(2) มีสัญชาติไทย

(3) มีความประพฤติเรียบร้อย

(4) มีสุขภาพดี เหมาะสมในการเรียนวิชาชีพนั้น

(5) มีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่ง

(6) ไม่เป็นโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ

หรือติดยาเสพติดให้โทษ

การรับนักศึกษาเข้าเรียน

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 สถานศึกษาจะรับนักศึกษาเข้าเรียนภาคปกติ ภาคค่ำ

และภาคพิเศษให้เป็นไปตาม

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 เมื่อมีผู้สมัครเกินจำนวนที่กำหนด ให้มีการสอบคัดเลือก

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ในกรณีที่มีการสอบคัดเลือกให้ปฏิบัติดังนี้

(1) ทำการทดสอบข้อเขียนและหรือสัมภาษณ์

หรือตามความถนัดทางการเรียน

วิชาชีพนั้น

(2)

สถานศึกษาอาจให้มีการตรวจโรคเฉพาะผู้ที่ผ่านการทดสอบตาม (1) โดย

แพทย์ปริญญา

การเป็นนักศึกษา

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13

การเป็นนักศึกษาจะสมบูรณ์เมื่อได้ลงทะเบียนเป็นนักศึกษาของสถานศึกษา

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ให้สถานศึกษาออกบัตรประจำตัวนักศึกษาให้แก่นักศึกษา

ตามแบบที่ผู้อำนวยการ

สำนักพัฒนาชุมชนกำหนด

บัตรประจำตัวต้องระบุเลขที่

ชื่อสถานศึกษา ชื่อตัว ชื่อสกุลนักศึกษา เลขประจำตัว

วันออกบัตร วันบัตรหมดอายุ ลายมือชื่อหัวหน้าสถานศึกษา

และให้มีรูปถ่ายครึ่งตัวของนักศึกษา

ขนาด 3X3.5 ซ.ม. หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาสีดำ

แต่งกายสุภาพ ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน

ติดลงในบัตร กับให้มีลายเซ็นชื่อของนักศึกษาใต้รูปภาพ

ให้ประทับตราของสถานศึกษาที่มุมใดมุมหนึ่งบางส่วนของรูปถ่ายของนักศึกษา

บัตรประจำตัวนี้ให้มีอายุเท่ากับระยะเวลาที่เป็นนักศึกษาในสถานศึกษาแห่งนั้น

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 สถานศึกษาต้องแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาให้แก่นักศึกษา

เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำ

เกี่ยวกับการเรียนและดูแลความประพฤติของนักศึกษา

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 การเป็นนักศึกษาสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร

(2) ลาออก

(3) ตาย

(4) หัวหน้าสถานศึกษาสั่งให้ออก

การลา

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 นักศึกษาผู้ใดประสงค์จะลาป่วยเพื่อรักษาตัว

ให้ยื่นหรือจัดส่งใบลาต่อหัวหน้า

สถานศึกษาก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่ในกรณีจำเป็นจะยื่นหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มาเรียน

ก็ได้

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 นักศึกษาผู้ใดประสงค์จะลากิจส่วนตัว

ให้ยื่นหรือจัดส่งใบลาต่อหัวหน้าสถาน

ศึกษา

และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงหยุดการเรียนได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและไม่สามารถรอรับ

อนุญาตได้ทัน

จะยื่นหรือจัดส่งใบลาพร้อมทั้งระบุเหตุจำเป็นไว้แล้วหยุดการเรียนไปก่อนก็ได้

แต่จะต้องชี้แจงเหตุผลให้หัวหน้าสถานศึกษาทราบโดยเร็ว

วินัยและการลงโทษ

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 นักศึกษาต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติตามระเบียบ

ธรรมเนียมของ

สถานศึกษา

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 นักศึกษาต้องสุภาพเรียบร้อย เคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของครู

อาจารย์และรักษา

ระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ห้ามนักศึกษาเล่นการพนัน เสพสิ่งเสพติด

ประพฤติตนเสื่อมเสียทางชู้สาว หรือ

ทะเลาะวิวาทกับนักศึกษาในสถานศึกษาเดียวกัน

หรือต่างสถานศึกษา

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 นักศึกษาไม่ปฏิบัติตามข้อ 19 ถึงข้อ 21

ต้องรับโทษอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) ว่ากล่าวตักเตือน

(2) ทำทัณฑ์บน

(3) พักการเรียน

(4) ให้ออก

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 การว่ากล่าวตักเตือน

ให้ใช้ในกรณีที่นักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 การทำทัณฑ์บน

ให้หัวหน้าสถานศึกษากระทำได้ในกรณีที่นักศึกษาไม่ปฏิบัติตาม

คำว่ากล่าวตักเตือนของครู อาจารย์

หรือหัวหน้าสถานศึกษาอยู่เป็นนิจโดยให้เชิญบิดามารดา หรือ

ผู้ปกครองมารับทราบการทำทัณฑ์บนด้วย

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25

ในกรณีที่นักศึกษากระทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของสถานศึกษาหรือได้ทำทัณฑ์บน

แล้วแต่ไม่เข็ดหลาบ ให้หัวหน้าสถานศึกษาสั่งพักการเรียนได้

การลงโทษสั่งพักการเรียน

จะสั่งพักการเรียนเกินเจ็ดวันต้องขออนุมัติผู้อำนวยการสำนัก

พัฒนาชุมชน

เมื่อสั่งพักการเรียนแล้วให้มีหนังสือแจ้งบิดามารดาหรือผู้ปกครองมารับทราบเหตุผลด้วย

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26

ในกรณีที่นักศึกษาประพฤติตนไม่สมควรแก่การเป็นนักศึกษาหรือฝ่าฝืนระเบียบ

ข้อบังคับของสถานศึกษา

หรือขาดเรียนติดต่อกันเกินสิบห้าวันโดยมีเหตุผลอันสมควร หรือ

ประพฤติผิดศีลธรรมอันดีของประชาชนอย่างร้ายแรงจนเป็นที่เห็นได้ว่า

หากให้เรียนต่อไปจะทำ

ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของสถานศึกษาให้หัวหน้าสถานศึกษา โดยอนุมัติผู้อำนวยการสำนักพัฒนา

ชุมชน

สั่งให้ออกได้และมีหนังสือแจ้งบิดามารดาหรือผู้ปกครองทราบด้วย แล้วให้สถานศึกษา

คัดชื่อนักศึกษาผู้นั้นออก

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27

การลงโทษนักศึกษาทุกครั้งให้หัวหน้าสถานศึกษาบันทึกในสมุดหมายเหตุรายวัน

ไว้เป็นหลักฐาน

การลาออก

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28

นักศึกษาประสงค์จะลาออกจากการเป็นนักศึกษาให้ยื่นใบลาต่อหัวหน้าสถาน

ศึกษา

โดยความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษร

การเรียนและการประเมินผลการเรียน

การลงทะเบียน

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29

เมื่อผู้ใดได้รับการคัดเลือกจากสถานศึกษาให้เข้ารับการศึกษาให้ผู้นั้นลงทะเบียน

ด้วยตนเองพร้อมทั้งชำระเงินค่าสมัครและค่าบำรุงการศึกษาตามวัน

เวลา และสถานที่ที่สถานศึกษา

ประกาศกำหนด

มิฉะนั้นให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ์เข้ารับการศึกษา

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30

วิชาที่ต้องเรียนต่อเนื่องกันเป็นลำดับตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรนักศึกษาต้อง

เรียนวิชาต้นเสียก่อน จึงจะมีสิทธิลงทะเบียนวิชาถัดไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าสถาน

ศึกษา

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 การเปลี่ยนแปลงวิชาที่ได้ลงทะเบียนแล้ว หรือการเปลี่ยนแปลงเวลาที่สมัครเรียน

ไว้ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าสถานศึกษา

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32

นักศึกษาจะขอเรียนวิชาเพิ่มมากกว่าหนึ่งวิชาในภาคเรียนนั้นได้ถ้าเวลาเรียน

ไม่ซ้อนกัน

การย้ายสถานศึกษาและการรับรองผลการเรียน

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33 การย้ายสถานศึกษาอาจกระทำได้ โดยให้หัวหน้าสถานศึกษาเดิมมีหนังสือรับรอง

ผลการเรียนไปให้

ตามแบบที่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาชุมชนกำหนด

มาตรา ข้อ 34

ข้อ 34 ให้หัวหน้าสถานศึกษาออกใบรับรองผลการเรียนได้

การนับเวลาเรียนเพื่อสิทธิในการสอบ

มาตรา ข้อ 35

ข้อ 35 ในภาคเรียนหนึ่งๆ

นักศึกษาต้องมีเวลาเรียนในแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละแปดสิบ

ของเวลาเปิดเรียนเต็มสำหรับวิชานั้น จึงจะมีสิทธิสอบ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติเป็นกรณีพิเศษจาก

หัวหน้าสถานศึกษา

เนื่องจากพิจารณาเห็นความจำเป็นหรือมีเหตุผลอันสมควร ทั้งนี้ต้องมีเวลา

เรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ

มาตรา ข้อ 36

ข้อ 36 การนับเวลาเรียนให้ถือปฏิบัติดังนี้

(1)

นักศึกษาที่ย้ายสถานศึกษาระหว่างภาคเรียน ให้นำเวลาเรียนจากสถานศึกษา

แต่ละแห่งมารวมกัน

(2)

วิชาที่ผู้สอนตั้งแต่สองคนขึ้นไปแยกกันสอน ให้นำเวลาที่เรียนกับผู้สอน

ทุกคนมานับรวมกัน

การขอเลื่อนการสอบ

มาตรา ข้อ 37

ข้อ 37 นักศึกษาที่ไม่สามารถเข้าสอบตามวัน เวลาที่สถานศึกษากำหนดจะขอเลื่อน

การสอบได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ประสบอุบัติเหตุ

หรือเจ็บป่วยระหว่างสอบหรือก่อนสอบ

(2)

ถูกควบคุมตัวโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย

(3)

เป็นตัวแทนของสถานศึกษาในการเข้าร่วมประชุม หรือร่วมกิจกรรมพิเศษ

อย่างอื่น

โดยได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าสถานศึกษา

(4)

มีความจำเป็นอย่างอื่นซึ่งหัวหน้าสถานศึกษาเห็นสมควร

มาตรา ข้อ 38

ข้อ 38

นักศึกษาที่ประสงค์จะขอเลื่อนการสอบต้องยื่นคำร้องพร้อมทั้งเหตุผลและ

หลักฐานต่อหัวหน้าสถานศึกษาเพื่อพิจารณา

ในกรณีที่หัวหน้าสถานศึกษาอนุญาตให้เลื่อนการสอบ

ให้กำหนดวัน เวลา และสถานที่

สอบและแจ้งให้นักศึกษาผู้นั้นทราบ หากนักศึกษาไม่มาสอบตามวัน เวลา

และสถานที่ที่กำหนด

ให้ถือว่าขาดสอบเว้นแต่กรณีเหตุสุดวิสัย

มาตรา ข้อ 39

ข้อ 39 ให้สถานศึกษาเปิดภาคเรียนตามกำหนดดังต่อไปนี้

(1) ภาคปกติ หลักสูตร 600 ชั่วโมง ใช้เวลาเรียน ระหว่างเวลา 08.30 - 15.30

น.

ก. ภาคเรียนที่ 1

เปิดเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม ถึงวันที่ 15 ตุลาคม

ข. ภาคเรียนที่ 2 เปิดเรียนวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 มีนาคม

(2) ภาคปกติ หลักสูตร 402 ชั่วโมง ใช้เวลาเรียน ระหว่างเวลา 08.30 - 15.30

น.

ก. ภาคเรียนที่ 1

เปิดเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม ถึงวันที่ 25 สิงหาคม

ข. ภาคเรียนที่ 2

เปิดเรียนวันที่ 1 กันยายน

ถึงวันที่ 15 ธันวาคม

ค. ภาคเรียนที่ 3

เปิดเรียนวันที่ 20 ธันวาคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม

(3) ภาคค่ำ หลักสูตร 201 ชั่วโมง

ใช้เวลาเรียน ระหว่างเวลา 17.00 - 20.00 น.

ก. ภาคเรียนที่ 1

เปิดเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม ถึงวันที่ 25 สิงหาคม

ข. ภาคเรียนที่ 2

เปิดเรียนวันที่ 1 กันยายน ถึงวันที่ 15 ธันวาคม

ค. ภาคเรียนที่ 3

เปิดเรียนวันที่ 20 ธันวาคม ถึงวันที่ 31 มีนาคม

มาตรา ข้อ 40

ข้อ 40 สถานศึกษาใดจะเปิดภาคเรียนแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในข้อ 39

ได้โดยได้รับ

อนุญาตจากปลัดกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ 41

ข้อ 41 สถานศึกษาอาจเปิดสอนในเวลาและนอกเวลาทำงานตามปกติตามระเบียบ

กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการทำงานและวันหยุดราชการของสถานศึกษาตั้งแต่

07.00 น. ถึง

21.00 น

โดยได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสำนักพัฒนาชุมชน

การประเมินผลการเรียน

มาตรา ข้อ 42

ข้อ 42 การประเมินผลการเรียนของนักศึกษา

ให้สถานศึกษาปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง

ศึกษาธิการ

ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนหลักสูตรวิชาชีพ

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ 43

ข้อ 43 ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่งการเป็นกรณีๆ ไป

ประกาศ ณ

วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542

พิจิตต รัตตกุล

ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการดำเนินงานสถานศึกษาฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2720c6a491380630

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com