法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง แก้ไขหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขการคัดเลือกเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ เสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้

เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ.

๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการคัดเลือกเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๑

และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า

ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หมวดทั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

คณะกรรมการเป็นผู้คัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง

สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง

(๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๖) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๗) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๘) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๙) ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

(๑๐) ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป

โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันได้รับการเสนอชื่อ

เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๑)

ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๑๒) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ

หรือหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๓) ไม่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

หรือสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

(๑๔) ไม่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นอกจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อ

๗ แล้ว เลขาธิการต้อง

(๑) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๒) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ

หรือราชการส่วนท้องถิ่น

หรือไม่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินธุรกิจหรือดำเนินการในกิจการพลังงาน

และคู่สมรสของบุคคลดังกล่าวต้องไม่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินธุรกิจหรือดำเนินการในกิจการพลังงาน

(๓) ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ

หรือเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท

หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจหรือดำเนินการในกิจการพลังงาน และให้รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของเลขาธิการนั้นด้วย

(๔)

ไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอื่นใดที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เลขาธิการต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดังนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีสาขาพลังงาน คณิตศาสตร์

นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเงิน การบัญชี

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองผู้บริโภคหรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๒) เป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านกิจการไฟฟ้าหรือกิจการก๊าซธรรมชาติหรือกิจการอื่นอันจะเป็นประโยชน์ต่อการกำกับกิจการพลังงานไม่น้อยกว่า

๑๐ ปี

(๓) กรณีที่เคยเป็นหรือเป็นผู้บริหารส่วนราชการ

ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม หรือเทียบเท่า

(๔) กรณีที่เคยเป็นหรือเป็นผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ

ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บริหารลำดับที่ ๓ ขององค์กร

(๕) กรณีที่เคยเป็นหรือเป็นรองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการ

รองเลขาธิการหรือเลขาธิการของหน่วยงานของรัฐ

(๖) กรณีที่เคยเป็นหรือเป็นผู้บริหารองค์กรเอกชน

ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่หรือเป็นผู้บริหารระดับสูงในระดับที่ไม่ต่ำกว่าลำดับที่

๓ นับจากผู้บริหารสูงสุดขององค์กร

(๗) มีวิสัยทัศน์ มนุษยสัมพันธ์ ลักษณะผู้นำ

สามารถติดต่อประสานงานได้ดีทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

การคัดเลือกและแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้มีการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ

ให้สำนักงานออกประกาศรับสมัครบุคคลทั่วไปเพื่อคัดเลือกเป็นเลขาธิการ

โดยประกาศทางหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ของสำนักงานไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน โดยกำหนดวัน

เวลา สถานที่ และรายละเอียดการรับสมัครเข้ารับการคัดเลือก

พร้อมเอกสารและหลักฐานการสมัคร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในกรณีที่เลขาธิการซึ่งได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งในวาระแรกและต้องพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

หากคณะกรรมการเห็นสมควรแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการเป็นวาระที่สองโดยไม่ต้องมีการคัดเลือก

จะต้องได้รับความเห็นชอบโดยมติคณะกรรมการด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เอกสารและหลักฐานการสมัครตามข้อ ๑๐ อย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย

(๑) ประวัติโดยย่อ

(๒)

รายละเอียดประสบการณ์การทำงานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๙

(๓) หนังสือยืนยันคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗

(๔) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๓ รูป

ถ่ายมาแล้วไม่เกิน ๖ เดือน

(๕)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นที่ออกให้โดยทางราชการและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร

(๖) สำเนาวุฒิการศึกษา

(๗) หนังสือรับรองแพทย์ที่รับรองว่าไม่เป็นบุคคลวิกลจริต

หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และไม่ติดยาเสพติดให้โทษจำนวน ๑ ฉบับ

โดยรับรองจากโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน

(๘) เอกสารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคัดเลือก

ทั้งนี้ เอกสารและหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกลงลายมือชื่อรับรองสำเนาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การคัดเลือกเลขาธิการให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ให้สำนักงานตรวจสอบเอกสารรายละเอียดการสมัครเข้ารับการคัดเลือกให้ถูกต้องครบถ้วนเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ

(๒)

คณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกโดยการประเมินจากเอกสารประกอบการสมัครและการสัมภาษณ์ ทั้งนี้

คณะกรรมการอาจเชิญผู้สมัครมาสอบถามข้อมูลหรือแสดงวิสัยทัศน์เพิ่มเติมก่อนการสัมภาษณ์ก็ได้

(๓)

คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยดำเนินการในเรื่องใดก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้สำนักงานแจ้งผลการคัดเลือกต่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อมาลงนามในสัญญาจ้าง

ในกรณีผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมีคุณสมบัติตามข้อ ๘ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

ให้บุคคลผู้นั้นไปดำเนินการลาออกจากตำแหน่งตามข้อ ๘ (๑) (๒) หรือ (๓)

หรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าได้เลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตามข้อ ๘ (๔)

แล้ว ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

หากบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกมิได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพภายในเวลาที่กำหนด

ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับการคัดเลือกให้เป็นเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้สำนักงานปิดประกาศรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกไว้ที่สำนักงานและเว็บไซต์

และแจ้งบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้มาลงนามในสัญญาจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การแต่งตั้งเลขาธิการ

ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง

วาระการดำรงตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เลขาธิการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละห้าปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

นอกจากการพ้นจากตำเเหน่งตามวาระในข้อ ๑๗ หรือตามสัญญาจ้าง

เลขาธิการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์

(๓) ลาออก

(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗ และข้อ ๘

(๕)

คณะกรรมการมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ให้ออก

เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง บกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง

หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ภายในเวลาสองปีนับแต่พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการจะประกอบอาชีพหรือวิชาชีพที่เป็นผลให้ได้รับเงินหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการพลังงานมิได้

ความในวรรคหนึ่งให้ใช้กับนิติบุคคลที่มีลักษณะดังนี้ด้วย คือ

(๑)

นิติบุคคลอื่นที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าในนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง

(๒) นิติบุคคลอื่นที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าในนิติบุคคลตาม

(๑)

(๓)

นิติบุคคลอื่นที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าในนิติบุคคลตาม

(๒)

ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง

มาใช้บังคับกับการเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของนิติบุคคลดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๙ เลขาธิการจะถือหุ้นของนิติบุคคลตามข้อ ๑๙

ไม่ได้ เว้นแต่เป็นการถือหุ้นของนิติบุคคลโดยการซื้อในตลาดหลักทรัพย์

ตามจำนวนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนด

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

ดิเรก ลาวัณย์ศิริ

ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๑๐ พฤษภาคม

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๕๔ ง/หน้า ๖/๓๐ เมษายน ๒๕๕๖

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2787e52cf9043df5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com