法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 86/2551 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนสำหรับบริษัทเงินทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 86/2551

เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุน

สําหรับบริษัทเงินทุน

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ปัจจุบันสถาบันการเงินจําเป็นต้องมีเงินกองทุนให้เพียงพอเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือชดเชยผลขาดทุนที่ไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้า (Unexpected Loss) สถาบันการเงินที่ดํารงเงินกองทุนในอัตราส่วนที่สูงเพียงพอต่อความเสี่ยงของแต่ละสถาบันการเงินจะสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ว่าสถาบันการเงินมีความสามารถที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทําไว้ได้ และส่งผลให้เกิดความมั่นคงและเสถียรภาพแก่ระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดให้บริษัทเงินทุนดํารงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์และการะผูกพันที่มีความเสี่ยงทั้งหมดของบริษัทเงินทุน โดยใช้หลักการการดํารงเงินกองทุนตาม The 1998 Basel Capital Accord (Basel I) ซึ่งเงินกองทุนที่คํานวณตามหลักการของ Basel I จะใช้ในการรองรับความเสี่ยงเฉพาะความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงด้านตลาด เท่านั้น

ในครั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบของเงินกองทุนสําหรับบริษัทเงินทุนเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานสากลมากขึ้นโดยเฉพาะรายการที่เดิมเคยให้หักจากเงินกองทุนทั้งสิ้นนั้น ได้มีการเปลี่ยนหลักการเป็นหักจากเงินกองทุนชั้นที่ 1 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 อย่างละร้อยละ 50 และประกอบกับมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ ฉบับที่ 39 (International Accounting Standard -IAS 39) เรื่อง การรับรู้และการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ในประเทศต่าง ๆ แล้วตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีได้มีแนวทางที่จะออกมาตรฐานการบัญชีไทยให้สอดคล้องกับ IAS 39 โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้กับกิจการรวมทั้งสถาบันการเงินในประเทศไทยประมาณปี 2554 และหากกิจการหรือสถาบันการเงินใดพร้อมที่จะนํามาตรฐานการบัญชีดังกล่าวทั้งฉบับมาถือปฏิบัติก่อนกําหนดก็สามารถทําได้ (Early Adoption) ซึ่งมาตรฐานการบัญชีฉบับนี้มีการอนุญาตให้กิจการหรือสถาบันการเงินสามารถเลือกที่จะวัดมูลค่าและบันทึกรายการของตราสารทางการเงินด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันเริ่มแรก (Fair Value Option) ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้สถาบันการเงินสามารถรับรู้ผลกําไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการออกตราสารที่เป็นหนี้สินทางการเงินของสถาบันการเงิน เมื่อตราสารนั้นถูกปรับลดหรือเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อเงินกองทุนของสถาบันการเงิน ดังนั้น การปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับบริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะปฏิบัติตามหลักการของ IAS 39 ก่อนที่สภาวิชาชีพบัญชีจะบังคับใช้ด้วย

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 29 มาตรา 30 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง

อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก

ตามรายการในเอกสารแนบ 1

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

คําจํากัดความ

"คณะกรรมการสถาบันการเงิน" หมายความว่า คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศหรือบริษัทเงินทุน

5.1 อัตราส่วนการดํารงเงินกองทุน

ให้บริษัทเงินทุนดํารงเงินกองทุนทั้งสิ้นเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ เป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 8.0 โดยมีเงื่อนไขว่าเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต้องเป็นอัตราส่วนไม่ต่ํากว่าร้อยละ 4.0 ของสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น ทั้งนี้ เงินกองทุนชั้นที่ 2 ต้องมีจํานวนสูงสุดไม่เกินเงินกองทุนชั้นที่ 1

อัตราส่วนการดํารงเงินกองทุนตามวรรคหนึ่งใช้เฉพาะสําหรับบริษัทเงินทุนเท่านั้น ส่วนอัตราส่วนการดํารงเงินกองทุนของกลุ่มธุรกิจทางการเงินให้ถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม

5.2 องค์ประกอบของเงินกองทุน

เงินกองทุนทั้งสิ้นของบริษัทเงินทุน ประกอบด้วย ยอดรวมของเงินกองทุน ชั้นที่ 1 ตาม 5.2.1 และ เงินกองทุนชั้นที่ 2 ตาม 5.2.2 หักด้วยรายการหักจากเงินกองทุนตามที่กําหนดตาม 5 2.3 ดังนี้

5.2.1 เงินกองทุนชั้นที่ 1 ประกอบด้วย

(1) ทุนชําระแล้ว (ยกเว้นทุนชําระแล้วซึ่งได้จากการออกหุ้นบุริมสิทธิ) ซึ่งรวมทั้งส่วนล้ํามูลค่าหุ้นที่บริษัทเงินทุนได้รับ และเงินที่บริษัทเงินทุนได้รับจากการออกใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทเงินทุนนั้น

(2) เงินที่ได้รับจากการออกหุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่สะสมเงินปันผล

(3) ทุนสํารองตามกฎหมาย

(4) เงินสํารองที่ได้จัดสรรจากกําไรสุทธิเมื่อสิ้นงวดการบัญชีตามมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น หรือตามข้อบังคับของบริษัทเงินทุน แต่ไม่รวมถึงเงินสํารองสําหรับการลดค่าของสินทรัพย์ และเงินสํารองเพื่อการชําระหนี้

(5) กําไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรร

5.2.2 เงินกองทุนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย

(1) เงินที่ได้รับจากการออกหุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผล

(2) เงินที่บริษัทเงินทุนได้รับจากการออกตราสารที่มีลักษณะคล้ายทุน (Hybrid Debt Capital instrument) ที่สามารถสะสมเงินปันผลหรือดอกเบี้ยจ่ายได้ และตราสารหนี้ด้อยสิทธิระยะยาว (Subordinated Debt) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดรายละเอียดตามเอกสารแนบ 2

(3) เงินสํารองจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการตีราคาที่ดิน อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด รายละเอียดตามเอกสารแนบ 3

(4) General Provision (เงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติทั้งหมดแต่ไม่รวมถึงเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติส่วนที่นับเป็น Specific Provision แล้ว) โดยเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติ ให้เป็นไปตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ บริษัทเงินทุนจะนับ General Provision เข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ไม่เกินร้อยละ 1.25 ของยอดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น รายละเอียดของสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นปรากฎตาม 5.4

ทั้งนี้ Specific Provision หมายความว่า เงินสํารองที่ได้กันไว้สําหรับสินทรัพย์และรายการนอกงบดุลทั้งหมด โดยบริษัทเงินทุนต้องสามารถระบุได้ว่าเป็นเงินสํารองที่ได้กันไว้สําหรับสินทรัพย์หรือรายการนอกงบดุลใด รวมถึงส่วนที่ลดลงจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาดของตราสารหนี้และตราสารทุนที่ถือไว้เพื่อค้าและเผื่อขาย และมูลค่าการด้อยค่าด้วย แต่ไม่รวมเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติที่บริษัทเงินทุนนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 แล้ว

(5) เงินสํารองจากการตีราคาตราสารทุนประเภทเผื่อขายตามมาตรฐานการบัญชีว่าด้วยการบัญชีสําหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน โดยให้บริษัทเงินทุนนับยอดมูลค่าสุทธิส่วนเกินทุนจากการตีราคาเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ไม่เกินร้อยละ 45 ของยอดมูลค่าสุทธิส่วนเกินทุนดังกล่าวของงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนของบริษัทเงินทุน

5.2.3 รายการหักจากเงินกองทุน

(1) รายการหักจากเงินกองทุนชั้นที่ 1

(1.1) เงินที่บริษัทเงินทุนได้จ่ายไปเพื่อการซื้อหุ้นคืนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด ด้วยวิธีราคาตามมูลค่าตามแนวปฏิบัติทางการบัญชีเกี่ยวกับหุ้นซื้อคืนของกิจการ

(1.2) ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวดการบัญชี

(1.3) ค่าความนิยม (Goodwill) ที่นับเป็นสินทรัพย์ตามจํานวนที่ปรากฏในงบการเงินซึ่งได้จัดทําตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง

(1.4) มูลค่าของสินทรัพย์ประเภทภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีที่บริษัทเงินทุนใช้วิธีการบันทึกบัญชีภาษีเงินได้รอการตัด (Deferred Tax Accounting) โดยให้หักบัญชีสินทรัพย์ประเภทภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีที่เกิดจากรายการดังต่อไปนี้ ออกจากกําไรสะสมที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตาม 5.2.1 (5)

(1.4.1) ขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ (Unused tax Losses Carryforward)

(1.4.2) ผลแตกต่างชั่วคราวระหว่างมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์หรือหนี้สินในงบดุลกับฐานภาษี หรือผลแตกต่างชั่วคราวในกําไรทางบัญชีและกําไรทางภาษี (Temporary Differences)

(1.4.3) เครดิตภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ (Unused Tax Credit Carryforward)

(1.5) ผลกําไรที่เกิดจากการเลือกใช้วิธี Fair Value Option ตามมาตรฐานการบัญชีว่าด้วยการรับรู้และการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน (หรือ International Accounting Standard 39 Financial Instruments : Recognition and Measurement) สําหรับกรณีที่เกิดขึ้นจากสาเหตุดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ การใช้ Fair Value Option ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 4

(1.5.1) การลดลงของมูลค่ายุติธรรมของตราสารที่เป็นหนี้สินทางการเงิน เนื่องจากตราสารที่บริษัทเงินทุนออกนั้น ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Downgrade)

(1.5.2) การเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรมที่ไม่สามารถวัดมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือของเงินให้สินเชื่อ หรือ ตราสารการเงิน

ทั้งนี้ หากบริษัทเงินทุนเลือกใช้วิธี Fair Value Option แล้วมีผลขาดทุนเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

(ก) การเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรมของตราสารที่เป็นหนี้สินทางการเงิน เนื่องจากตราสารที่บริษัทเงินทุนออกนั้น ถูกเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ (Upgrade)

(ข) การลดลงของมูลค่ายุติธรรมที่ไม่สามารถวัดมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือของเงินให้สินเชื่อ หรือ ตราสารการเงิน

ให้บริษัทเงินทุนนั้น บวกจํานวนผลขาดทุนดังกล่าวกลับเข้าในการคํานวณเงินกองทุนชั้นที่ 1 เสมือนไม่มีรายการดังกล่าวเกิดขึ้น

(1.6) รายการอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

(2) รายการหักจากเงินกองทุนชั้นที่ 1 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 อย่างละร้อยละ 50 อนึ่ง หากเงินกองทุนชั้นที่ 2 มีจํานวนไม่เพียงพอ ให้บริษัทเงินทุนหักส่วนที่ขาดจากเงินกองทุนชั้นที่ 1 จนครบเต็มตามจํานวนที่ขาด

(2.1) ภายใต้บังคับตามหลักเกณฑ์ 5.2.3 (2.3) ในกรณีที่บริษัทเงินทุนใดถือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ตาม 5.2.2 (2) ของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนอื่นให้บริษัทเงินทุนนั้นหักเงินตามตราสารดังกล่าวตามมูลค่าที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ออกตราสารนั้นได้รับอนุญาตให้นับเป็นเงินกองทุน

(2.2) ในกรณีที่บริษัทเงินทุนใดเป็นผู้ขายประกันความเสี่ยงด้านเครดิตตามตราสารประเภท Credit Linked Notes หรือ Credit Default Swaps ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารแสดงสิทธิในหนี้ตาม 5.2.2 (2) ของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนอื่น ให้บริษัทเงินทุนนั้นหักเงินตามตราสารที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวตามมูลค่าที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ออกตราสารนั้นได้รับอนุญาตให้นับเป็นเงินกองทุน

(2.3) ในกรณีที่บริษัทเงินทุนใดถือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ตาม 5.2.2 (2) ของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนอื่น และบริษัทเงินทุนนั้นได้ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

(2.3.1) กรณีซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตด้วยการออกตราสารประเภท Credit Linked Notes ที่มีตราสารดังกล่าวเป็นสินทรัพย์อ้างอิง บริษัทเงินทุนนั้นไม่ต้องหักเงินตามตราสารที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวตราบเท่าอายุของตราสารประเภท Credit Linked Notes เฉพาะที่เป็นการประกันความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น

(2.3.2) กรณีซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตด้วย Credit Default Swaps ที่มีตราสารดังกล่าวเป็นสินทรัพย์อ้างอิง บริษัทเงินทุนนั้นไม่ต้องหักเงินตามตราสารที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวตราบเท่าอายุของ Credit Default Swaps เฉพาะที่เป็นการประกันความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทํากับบริษัทเงินทุนอื่นหรือธนาคารพาณิชย์เท่านั้น

(2.4) ในกรณีที่บริษัทเงินทุนใดทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit Derivatives) ให้หักเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes

(2.5) ในกรณีที่บริษัทเงินทุนใดทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitisation) ให้หักเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้สถาบันการเงินประกอบธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

(2.6) รายการอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

(3) รายการหักจากเงินกองทุนทั้งสิ้น

(3.1) เงินสํารองจากการตีราคาตราสารทุนประเภทเผื่อขายตามมาตรฐานการบัญชีว่าด้วยการบัญชีสําหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน ในกรณีที่มูลค่าสุทธิจากการตีราคาเป็นส่วนขาดทุน ให้บริษัทเงินทุนหักส่วนที่ขาดทุนดังกล่าวออกจากเงินกองทุนทั้งสิ้นของงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนของบริษัทเงินทุนนั้น

5.3 งวดระยะเวลาการนับรายการเข้าและหักออกจากเงินกองทุน

งวดระยะเวลาในการนับรายการแต่ละประเภทเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 เงินกองทุนชั้นที่ 2 หรือหักออกจากเงินกองทุน ปรากฏตามเอกสารแนบ 5

5.4 ประเภทของสินทรัพย์เสี่ยง

สินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น หมายถึง ยอดรวมของสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต และสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาด (ถ้ามี) แล้วหักด้วยสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตในส่วนที่ซ้ําซ้อนกับสินทรัพย์ที่ได้นําไปคํานวณความเสี่ยงด้านตลาดแล้ว (ถ้ามี)

ทั้งนี้ การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับบริษัทเงินทุน

การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านตลาดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดและการดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน

อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 86/2551 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนและหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนสำหรับบริษัทเงินทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_27f928630da5da22

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com