ข้อ ๑๒ ในกรณีที่พนักงานหรือลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าที่พักอาศัยตามระเบียบนี้
ได้เช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างชำระอยู่ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย
และได้อาศัยอยู่จริงในบ้านนั้น ให้พนักงานหรือลูกจ้างผู้นั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ดังกล่าวมาเบิกค่าเช่าที่พักอาศัยได้ไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตามบัญชีอัตราค่าเช่าที่พักอาศัยท้ายระเบียบนี้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑)
ตนเองหรือคู่สมรสได้ทำการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านในท้องที่นั้น
จะเบิกจ่ายได้เฉพาะบ้านหลังแรกเท่านั้น
เว้นแต่บ้านหลังที่เคยใช้สิทธิถูกทำลายหรือเสียหายเนื่องจากภัยพิบัติจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
(๒)
หากเช่าซื้อหรือกู้เงินเพื่อชำระราคาบ้านร่วมกับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่คู่สมรส
และมีกรรมสิทธิ์รวมกับบุคคลอื่นในบ้านนั้น
จะเบิกจ่ายค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ได้ตามสัดส่วนแห่งกรรมสิทธิ์สำหรับบ้านดังกล่าว
(๓)
จะต้องเป็นการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านกับสถาบันการเงิน
(๔)
จะต้องไม่เคยใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้สำหรับบ้านหลังหนึ่งหรือหลังใดในท้องที่นั้นมาแล้ว
เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้กลับไปปฏิบัติงานในท้องที่ที่เคยใช้สิทธินั้นอีก
และเป็นการใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ตามที่ได้เคยใช้สิทธิมาแล้ว
หรือขณะที่ย้ายมาปฏิบัติงานในท้องที่นั้น
บ้านที่เคยใช้สิทธิได้โอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว
ให้นำความในระเบียบตามข้อ ๕ ถึงข้อ ๘
มาใช้บังคับกับการเช่าซื้อหรือการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านโดยอนุโลม