ข้อ ๒ กรณีที่ได้ความตามทางสอบสวนจากลูกหนี้หรือบรรดาเจ้าหนี้หรือบุคคลอื่นว่า บุคคลหนึ่ง บุคคลใดเป็นหนี้ลูกหนี้หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในความครอบครอง แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานที่รับฟังได้ โดยแน่ชัด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคําสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลดังกล่าวมาแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือ ทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามมาตรา 24/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2583 โดยให้แจ้งไปว่าหากบุคคลดังกล่าวไม่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ภายในกําหนด อาจมีความผิดต้องระวางโทษปรับ และให้แจ้งไปด้วยว่าบุคคลดังกล่าวอาจยื่นคําขอต่อศาลแสดงถึงเหตุจําเป็น ที่ไม่อาจแจ้งข้อมูลได้ภายในกําหนดเวลา ตามมาตรา 173/1 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ตามแบบหนังสือท้ายคําสั่งนี้ แล้วดําเนินการต่อไปดังนี้
2.1 เมื่อได้แจ้งคําสั่งเป็นหนังสือตามวรรคหนึ่งแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ติดตาม ผลการส่งหนังสือดังกล่าว หากส่งได้โดยชอบตามกฎหมายแล้ว ให้ลงนัดไว้ 1 เดือน นับแต่วันที่การส่งหนังสือ มีผลตามกฎหมาย เมื่อครบกําหนดนัดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบ ถ้าบุคคลดังกล่าวมาแจ้งข้อมูล เกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ภายในกําหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งในเรื่องดังกล่าวต่อไป
กรณีบุคคลดังกล่าวยื่นคําร้องขออนุญาตขยายระยะเวลาการแจ้งข้อมูลภายในกําหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอผู้อํานวยการกองเพื่อมีคําสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาไปอีก 1 เดือนนับแต่วันครบกําหนด
2.2 หากบุคคลดังกล่าวไม่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ภายในกําหนด ระยะเวลาตามข้อ 2.1 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวได้ยื่นคําขอต่อศาลแสดงถึง เหตุที่ตนไม่อาจแจ้งข้อมูลได้หรือไม่ประการใด
(ก) หากได้ความว่าบุคคลดังกล่าวมิได้ยื่นคําขอต่อศาลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน ข้อเท็จจริงเบื้องต้น หากพบว่ามีมูลการกระทําความผิดอาญาหรือไม่มีมูลกระทําความผิดอาญาให้เสนอ ผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นเพื่อพิจารณาตั้งสํานวนคดีอาญาเพื่อทําการสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับล้มละลาย ตามมาตรา 173/1 และพิจารณาดําเนินการต่อไป หรือยุติเรื่องแล้วแต่กรณี
(ข) หากบุคคลดังกล่าวยื่นคําขอต่อศาลแสดงถึงเหตุที่ตนไม่อาจแจ้งข้อมูลได้แต่ศาล ยกคําขอ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ค้าเนินการตาม (ก) ต่อไป
(ค) หากศาลมีคําสั่งให้ผู้ขอแจ้งข้อมูลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในเวลาที่ศาลกําหนด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงนัดไว้ และเมื่อพ้นระยะเวลาที่ศาลกําหนดแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ภายในกําหนดเวลาที่ ศาลสั่งหรือไม่ หากไม่แจ้งภายในกําหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการตาม (ก) ต่อไป