ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๓[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
๑. กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า พันธบัตรออมทรัพย์
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๓ อายุ ๓ ปี จำนวน ๓๓๓,๕๑๐,๐๐๐ บาท
(สามร้อยสามสิบสามล้านห้าแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
๒. พันธบัตรนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกในนามผู้ทรงกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร
และจดทะเบียนตามราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งหมื่นบาท โดยวงเงินซื้อขั้นต่ำ
๑๐,๐๐๐ บาท และจำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ ๑๐,๐๐๐ บาท
โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายและการถือครองดังนี้
๒.๑ ผู้มีสิทธิ์ซื้อประกอบด้วย
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ
สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ
และนิติบุคคลอื่นใดที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร โดยต้องเป็นผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ซื้อพันธบัตรที่ลงทะเบียนในงานมหกรรมการเงินมันนี่
เอ็กซ์โป ครั้งที่ ๑๑ ณ อาคารชาเลนเจอร์ ๒ อิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔ (ผู้ไม่มีสิทธิ์ซื้อ ประกอบด้วย ธนาคาร
บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยสถาบันการเงิน กองทุนรวม
คณะบุคคล บรรษัท สำนักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน
นิติบุคคลที่แสวงหากำไร นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร
โรงพยาบาลเอกชน และสถานศึกษาเอกชน)
๒.๒
ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนดสามารถกระทำได้โดยไม่จำกัดประเภทบุคคล
ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เป็นต้นไป
ยกเว้นการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นหลักประกัน หรือโอนทางมรดก
หรือการแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า หรือล้มละลายหรือการชำระบัญชี
ให้กระทำได้หลังจากได้รับใบพันธบัตรแล้ว แต่กระทำในระหว่างระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้
๒.๓
ผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐ
เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า
และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นได้
การโอนกรรมสิทธิ์ให้ปฏิบัติตามระเบียบและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเป็นนายทะเบียนของธนาคารแห่งประเทศไทย
การโอนกรรมสิทธิ์จะสมบูรณ์ เมื่อพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่นายทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรนั้นแล้ว
๓. วันชำระเงินค่าพันธบัตรออมทรัพย์ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๓ วันที่ ๑๘ - ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ และ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔
โดยมีผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดา ๕๐๓ ราย และมูลนิธิ ๓ ราย จำนวน ๓๓๓,๕๑๐,๐๐๐ บาท
๔. พันธบัตรรุ่นนี้
ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
๕. พันธบัตรรุ่นนี้
มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๕๐ ต่อปี
การชำระดอกเบี้ยให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรออมทรัพย์ ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๓ ที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น
ให้แบ่งชำระเงินเป็นสองงวดคือในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม และ ๑๘ พฤศจิกายน ของทุกปี
เป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กันตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่
ยกเว้นงวดแรกและงวดที่สองจะคำนวณดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่ถือครองพันธบัตร
สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมกับต้นเงินของพันธบัตรในวันที่ไถ่ถอนหากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการ
หรือวันหยุดทำการของธนาคารแห่งประเทศไทยก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำการถัดไป
และให้ถือว่าหนึ่งปีมีสามร้อยหกสิบห้าวัน ทั้งนี้
การคำนวณดอกเบี้ยหากมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
การจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรในแต่ละงวด
จะจ่ายให้แก่ผู้มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรในทะเบียน ณ
เวลาที่เริ่มต้นทำการในวันแรกแห่งระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย
๖. กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรนี้ไว้ก็ได้
โดยพันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้คืนแล้ว
ตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์
๗. การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรประเภทนี้
จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตรในกรณีที่มีการออกใบตราสาร
หรือได้รับแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับคืนต้นเงินกู้จากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด ในกรณีที่ไร้ใบตราสาร
๘. ธนาคารกรุงไทย จำกัด
(มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรประเภทนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
๙. กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ดังนี้
๙.๑ ค่าธรรมเนียมในการจัดจำหน่ายพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๐๐
ของมูลค่าพันธบัตรที่จำหน่ายได้ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
๙.๒
ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งพันธบัตรให้กับผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามที่จ่ายจริง
๙.๓ ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ตามที่จ่ายจริง
ไม่เกินวงเงินที่กระทรวงการคลังกำหนด
๑๐. ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
๑๑. กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยดังนี้
๑๑.๑ ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
๑๑.๒ ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔
สุภา ปิยะจิตติ
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๘ กรกฎาคม
๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๒๘ กรกฎาคม
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๗๔ ง/หน้า ๒๒/๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔