法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการยื่นและการส่งคำร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยการยื่นและการส่งคำร้องทุกข์

ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

พ.ศ. ๒๕๓๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา

พ.ศ. ๒๕๒๒ ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยการยื่นและการส่งคำร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

พ.ศ. ๒๕๓๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

ให้ยื่นหรือส่งคำร้องทุกข์ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์เป็นบุคคลธรรมดา ผู้ร้องทุกข์จะต้องเป็นผู้มีความสามารถตามกฎหมายและจะต้องร้องทุกข์ด้วยตนเอง

เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ จะมอบฉันทะให้ผู้อื่นร้องทุกข์แทนก็ได้

(๑) ผู้ร้องทุกข์ไม่สามารถเขียนหนังสือได้

(๒) ผู้ร้องทุกข์เจ็บป่วยไม่สามารถร้องทุกข์ด้วยตนเองได้

(๓) ผู้ร้องทุกข์อยู่ในต่างประเทศ

(๔) ผู้ร้องทุกข์มีเหตุจำเป็นอย่างอื่นที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคเห็นสมควรอนุญาตให้ผู้อื่นร้องทุกข์แทนได้

ผู้ร้องทุกข์แทนจะต้องอยู่ในฐานะที่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์และสามารถชี้แจงแทนผู้ร้องทุกข์ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้ไร้ความสามารถหรือผู้กระทำการแทนจะร้องทุกข์ได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยความสามารถ

การให้คำอนุญาตหรือความยินยอมตามบทบัญญัติดังกล่าวให้ทำเป็นหนังสือแนบมาพร้อมกับคำร้องทุกข์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์เป็นนิติบุคคล ให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นหรือผู้รับมอบฉันทะเป็นผู้ลงนามในคำร้องทุกข์

และให้แนบหนังสือรับรองของนายทะเบียนซึ่งแสดงรายชื่อผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้น

มาพร้อมกับคำร้องทุกข์ด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์หลายคนมีเหตุแห่งการร้องทุกข์เป็นเหตุเดียวกัน

จะร้องทุกข์ร่วมกันในคำร้องทุกข์เดียวกันก็ได้ และอาจระบุไว้ในคำร้องทุกข์ว่าผู้ร้องทุกข์ร่วมกันนั้นจะมอบหมายให้ผู้ร้องทุกข์คนใดเป็นตัวแทนของผู้ร้องทุกข์คนอื่นในการดำเนินการต่อไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คำร้องทุกข์ต้อง

(๑) ทำเป็นหนังสือไทยและใช้ถ้อยคำสุภาพ

(๒) มีชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์

(๓) ระบุเรื่องอันเป็นเหตุแห่งการร้องทุกข์ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์เกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์

และคำขอที่ต้องการให้มีการสั่งการ

(๔) ลงลายมือชื่อของผู้ร้องทุกข์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่เป็นการร้องทุกข์แทนผู้อื่น คำร้องทุกข์ต้อง

(๑) มีรายละเอียดตามข้อ ๗

(๒) มีชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องทุกข์แทน

(๓) ระบุเหตุผลที่ต้องมีการร้องทุกข์แทน

(๔) มีใบมอบฉันทะ

(๕) ลงลายมือชื่อของผู้ร้องทุกข์แทน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์มีความประสงค์จะขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคพิจารณาใช้มาตรการหรือวิธีการชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์ตามมาตรา

๔๕ ให้ระบุในคำร้องทุกข์ให้ชัดเจนด้วยว่าผู้ร้องทุกข์ประสงค์จะให้มีการกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์อย่างใด

พร้อมทั้งแสดงเหตุผลของความจำเป็นและรีบด่วนที่จะต้องกำหนดมาตรการหรือวิธีการดังกล่าวโดยชัดแจ้ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การยื่นหรือส่งคำร้องทุกข์ ตามปกติให้กระทำได้ดังต่อไปนี้

(๑) ยื่นต่อบุคคลดังต่อไปนี้

(ก) เจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

(ข)

กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่ที่ผู้ร้องทุกข์อาศัยอยู่

(ค) ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน ในท้องที่ที่ผู้ร้องทุกข์อาศัยอยู่

(ง) เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ที่ได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา

๖๕ ให้ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่ที่ผู้ร้องทุกข์อาศัยอยู่

(๒) ส่งทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

ในกรณีที่บุคคลตาม (๑) (ข) หรือ (ค)

เห็นว่าผู้ร้องทุกข์ยังมีความสะดวกตามสมควรที่จะยื่นคำร้องทุกข์ตาม (๑) (ก) (ง)

หรือ (๒) ได้ และไม่มีเหตุขัดข้องอย่างอื่น

บุคคลดังกล่าวจะแนะนำให้ผู้ร้องทุกข์ยื่นคำร้องทุกข์ตาม (๑) (ก) (ง) หรือ (๒)

ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ผู้ได้รับคำร้องทุกข์ตามข้อ ๑๐ (๑) จัดให้มีการออกใบรับคำร้องทุกข์ให้แก่ผู้ซึ่งยื่นคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐาน

ใบรับคำร้องทุกข์จะต้องมีข้อความแสดงถึงวัน เดือน ปี

ที่รับคำร้องทุกข์ และลงลายมือชื่อของผู้รับหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการแทน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในกรณีที่เป็นการยื่นคำร้องทุกข์ต่อบุคคลตามข้อ ๑๐ (๑) (ข) (ค) หรือ (ง)

ถ้าผู้ร้องทุกข์ยื่นคำร้องทุกข์โดยปิดผนึกไว้ ให้บุคคลดังกล่าวสอบถามผู้ร้องทุกข์ว่าประสงค์จะยื่นคำร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์หรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคใด

แล้วนำคำร้องทุกข์ที่ปิดผนึกนั้นใส่ซองปิดผนึกไว้อีกชั้นหนึ่งก่อนทำการส่งต่อไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์หรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคนั้น

แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์ยื่นคำร้องทุกข์โดยเปิดผนึก

ผู้ซึ่งรับคำร้องทุกข์ไว้จะคัดสำเนาหรือถ่ายภาพเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์ประสงค์จะให้มีการพิจารณาวินิจฉัยร้องทุกข์โดยคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ให้แสดงความประสงค์ที่จะให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย

มาในคำร้องทุกข์ด้วย

คำร้องทุกข์ใดที่มิได้ระบุความประสงค์ตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือว่าผู้ร้องทุกข์มีความประสงค์ที่จะให้มีการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์นั้นโดยคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่มีเขตอำนาจ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คำร้องทุกข์ที่ส่วนราชการอื่นได้รับและส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามมาตรา

๒๒ วรรคสาม และคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นสมควรให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่มีเขตอำนาจเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา

๒๔ และคำร้องทุกข์ที่ส่วนราชการอื่นได้รับและส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค

ให้ถือว่าได้ยื่นตามข้อ ๑๐ (๑) (ก) ตั้งแต่วันที่ส่วนราชการอื่นนั้นได้รับ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น เมื่อผู้มีสิทธิร้องทุกข์ไม่สามารถทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือได้

อาจแจ้งต่อบุคคลตามข้อ ๑๐ (๑) (ก) (ข) หรือ (ง) ด้วยวาจา

เพื่อให้จัดทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือให้ก็ได้

ในกรณีนี้ให้ผู้รับแจ้งบันทึกถึงเหตุแห่งความจำเป็นที่ผู้ร้องทุกข์ไม่สามารถทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือด้วยตนเองได้

แล้วให้จัดทำคำร้องทุกข์โดยให้มีรายการหรือเอกสารแนบ (ถ้ามี) ตามข้อ ๗

พร้อมกับลงลายมือชื่อผู้ร้องทุกข์ ลายมือชื่อผู้รับคำร้องทุกข์ และวัน เดือน

ปีที่รับคำร้องทุกข์ และให้นำความในข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ คำร้องทุกข์ที่ได้ยื่นหรือส่งตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๕ แล้วให้รีบส่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคที่มีเขตอำนาจโดยไม่ชักช้า

เขตอำนาจของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคและตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา

๕๒

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เมื่อได้รับคำร้องทุกข์ตามข้อ ๑๖ แล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาคตอบแจ้งการรับคำร้องทุกข์ไปยังผู้ร้องทุกข์โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามสถานที่อยู่ที่ปรากฏในคำร้องทุกข์โดยไม่ชักช้า

และในกรณีที่เป็นการยื่นคำร้องทุกข์ต่อบุคคลตามข้อ (๑๐) (๑) (ข) (ค) หรือ (ง)

ให้แจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙

พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์

รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วาทินี/อมรรัตน์/ตรวจ

๒๕

มกราคม ๒๕๔๙

เอกฤทธิ์/ปรับปรุง

ตุลาคม ๒๕๕๑

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๘๕ ง/หน้า ๒๘/๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยการยื่นและการส่งคำร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภูมิภาค พ.ศ. 2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_28467aa02d2fb972

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com