法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ทนายความ พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร

ธิดา ทนายความ

พ.ศ. ๒๕๔๔

โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา

ของทนายความขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือให้บุตรและธิดาของทนายความที่ประสบอุบัติเหตุอย่างร้ายแรง

ทุพพลภาพ หรือถึงแก่กรรม เพื่อให้ได้มีค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่อไปได้ตามสมควร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) มาตรา ๗๓

และโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความ

ออกข้อบังคับว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้จัดตั้งกองทุนชื่อว่า “กองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความ” ใช้ชื่อโดยย่อว่า

“กศบท.”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในข้อบังคับนี้

“ทนายความ” หมายความว่า

ผู้ที่สภาทนายความได้รับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการดำเนินกิจการของกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความ

“เงินกองทุน” หมายความว่า เงินกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา

ของทนายความที่สภาทนายความจัดสรรให้ตามข้อบังคับฉบับนี้

และให้หมายความรวมถึงเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้รวมถึงผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินเช่นว่านั้น

“เงินช่วยเหลือ” หมายความว่า

เงินที่จ่ายจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือ สงเคราะห์บุตร ธิดา

ของทนายความภายในกรอบวัตถุประสงค์แห่งข้อบังคับฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้สำนักงาน กศบท. ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการของสภาทนายความ เลขที่ ๗/๘๙ อาคาร ๑๐

ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และให้เปิดทำการในวันเวลาราชการ

เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นเป็นการสมควรเพื่อความสะดวกแก่การบริหารจัดการ

อาจกำหนดเป็นอย่างอื่นได้

วัตถุประสงค์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การจัดตั้ง กศบท. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือสงเคราะห์แก่บุตร ธิดา

ของทนายความให้ได้รับการศึกษาตามสมควรแก่กรณีตามข้อบังคับฉบับนี้

คณะกรรมการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งคณะกรรมการ กศบท. โดยให้มีอำนาจในการจัดการบริหาร

และให้มีจำนวนกรรมการซึ่งเป็นทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี ไม่เกิน ๙ คน

โดยให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้กรรมการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี โดยกรรมการที่ออกจากตำแหน่งตามวาระสามารถกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการได้อีก

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

กรรมการจะพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) พ้นจากการเป็นทนายความ

(๔) ถูกสั่งพักการใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ

(๕) ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญ ไร้ความสามารถ

เสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

(๖) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ต้องระวางโทษจำคุก

เว้นแต่ในความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือเป็นความผิดลหุโทษ

เมื่อมีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ามาแทนที่กรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง

และให้กรรมการที่เข้าดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระเพียงกำหนดระยะเวลาที่กรรมการที่ตนเข้าแทนจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑) แต่งตั้งและถอดถอนบุคคลใด ๆ เป็นผู้จัดการ

เจ้าหน้าที่ดูแลกิจการต่าง ๆ อันเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การเงินและการบัญชีของ

กศบท. แทนคณะกรรมการ

(๒) ควบคุมและอนุมัติการเบิกจ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของ

กศบท.

(๓) จัดการและดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวกับ กศบท.

ในทางซึ่งไม่ขัดหรือแย้งต่อวัตถุประสงค์ของ กศบท. เพื่อรักษาผลประโยชน์ของกองทุน

ให้ประธานทำหน้าที่ประธานที่ประชุมคณะกรรมการ

ในกรณีที่ประธานไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมแทน

มติของคณะกรรมการให้ถือตามเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด และให้ถือมติเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้คณะกรรมการ กศบท. มีอำนาจหน้าที่พิจารณาออกระเบียบวิธีการขอรับเงินช่วยเหลือจาก

กศบท. โดยความเห็นชอบคณะกรรมการสภาทนายความ

เงินช่วยเหลือและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในแต่ละปีให้สภาทนายความพิจารณาจัดสรรเงินสมทบให้แก่

กศบท. ตามจำนวนที่เห็นสมควรรวมทั้งรวบรวมเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการได้รับบริจาคเพื่อสมทบเข้ากองทุน

กศบท.

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงินกองทุนโดยนำฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

หรือสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรับรอง ตามจำนวนและประเภทบัญชีเงินฝากที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้บุตร ธิดา ของทนายความหรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนภายใต้บังคับแห่งข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้

กศบท. พิจารณาให้การช่วยเหลือแก่ บุตร ธิดา ของทนายความที่เจ็บป่วย

ถึงแก่กรรมหรือประสบอุบัติภัยอย่างร้ายแรงในการประกอบวิชาชีพทนายความตามจำนวนและกำหนดเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควรภายใต้ข้อบังคับฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้คณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือจาก กศบท. ให้แก่ บุตร ธิดา

ของทนายความตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บุตร

ธิดา ของทนายความซึ่งมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทุนการศึกษาตามข้อบังคับนี้

ต้องเป็นผู้ที่ศึกษา หรือกำลังจะศึกษาต่อในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา

หรือระดับอุดมศึกษา ของสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ บุตร

ธิดา ของทนายความมีสิทธิขอรับการช่วยเหลือจากเงินกองทุนตามข้อบังคับฉบับนี้ได้ตลอดระยะเวลาที่ทำการศึกษาในสถาบันการศึกษาดังกล่าว

สูงสุดในระดับอุดมศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

คำขอเพื่อขอรับการช่วยเหลือต้องมีรายละเอียด ดังนี้

(๑) ชื่อ ชื่อสกุลของทนายความ และชื่อ ชื่อสกุลบุตร ธิดา

ของทนายความประสงค์จะขอรับทุนการศึกษา

(๒) สถานที่อยู่

(๓) รายละเอียดทางการศึกษา

(๔)

ฐานะความเป็นอยู่ปัจจุบันและความจำเป็นที่จะขอรับเงินช่วยเหลือ

(๕) เหตุแห่งภัยพิบัติ

การเจ็บป่วยของทนายความหรือวันที่ทนายความถึงแก่กรรม

(๖) คำรับรองของประธานทนายความจังหวัด

หรือกรรมการสภาทนายความ

(๗) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้เลขานุการคณะกรรมการหรือบุคคลที่เลขานุการคณะกรรมการมอบหมายสรุปข้อเท็จจริงและเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ประธานคณะกรรมการหรือผู้ที่ประธานคณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้ลงนามในหนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการแก่ผู้ขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การจ่ายเงินกองทุนนี้ให้นำข้อบังคับและระเบียบการจ่ายเงินของสภาทนายความ

ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงิน พ.ศ. ๒๕๒๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การช่วยเหลือ บุตร ธิดา ของทนายความตามข้อบังคับฉบับนี้ ให้คณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายทางการศึกษาซึ่งได้แก่ค่าเล่าเรียน

หนังสือและอุปกรณ์การเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด ซึ่งสถาบันการศึกษาเรียกเก็บ

แต่จะต้องไม่เกินกว่าอัตราค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่กำหนดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ

ทบวงมหาวิทยาลัย ในกรณีที่เป็นสถาบันการศึกษาของเอกชนให้ใช้อัตราค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

ทบวงมหาวิทยาลัย มาเปรียบเทียบเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรับจ่ายของเงินกองทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสภาทนายความตามที่คณะกรรมการสภาทนายความกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔

สัก กอแสงเรือง

นายกสภาทนายความ

ดลธี/ผู้จัดทำ

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๑๒๑ ง/หน้า ๒๑/๖ ธันวาคม ๒๕๔๔

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ทนายความ พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2878a8d51928601e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com