法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศจังหวัดอ่างทอง เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศจังหวัดอ่างทอง

ประกาศจังหวัดอ่างทอง

เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย

โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและเพื่อป้องกันอันตรายรวมทั้งความเสียหายที่จะเกิดแก่อากาศยาน ชุมชน และประชาชนจากการจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ สมควรกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ และข้อ ๓ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ จังหวัดอ่างทอง โดยความเห็นชอบร่วมกันของคณะกรมการจังหวัดและสภาวัฒนธรรมจังหวัด จึงกำหนดมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศจังหวัดอ่างทอง เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในเขตพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ในกรณีที่มีการประกาศหรือคำสั่งใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตามประกาศนี้แทน

บทนิยาม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“บั้งไฟ” หมายความถึง วัตถุที่ใช้สำหรับจุดให้พุ่งขึ้นสู่อากาศในการละเล่นตามประเพณี ลำตัวทำจากท่อทรงกลมโดยข้างในบรรจุเชื้อเพลิงดินประสิว และให้รวมถึงสิ่งที่ทำจากวัสดุอื่นที่ไม่ใช่ท่อทรงกลมด้วยโดยมีหางเป็นไม้ไผ่หรือวัสดุอื่นที่คล้ายคลึงกัน ผูกมัดหรือผนึกเข้ากับลำตัวเพื่อถ่วงดุลให้เคลื่อนที่ขึ้นสู่อากาศได้อย่างสมดุล หรือบางชนิดอาจไม่มีหางก็ได้ ท่อลำตัวจะเจาะรูบริเวณจุดศูนย์กลางของวงท่อเพื่อใช้จุดชนวนเชื้อเพลิง และเป็นช่องส่งแรงดันของการปะทุจากข้างในท่อเพื่อขับเคลื่อนบั้งไฟให้พุ่งขึ้นสู่อากาศ และให้หมายความรวมถึงวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน

“ตะไล” หมายความถึง วัตถุที่ใช้สำหรับจุดให้พุ่งขึ้นสู่อากาศในการละเล่นตามประเพณี ลำตัวทำจากท่อทรงกลมโดยข้างในบรรจุเชื้อเพลิงดินประสิว ไม่มีหางแต่มีห่วงเป็นรูปทรงกลมล้อมรอบท่อลำตัว ห่วงมีลักษณะเป็นวัสดุแผ่นบางมีขนาดกว้างพอสมดุลกับท่อลำตัว โดยมีท่อลำตัววางขวางอยู่ข้างในวงห่วง โดยวางตามแนวเส้นศูนย์กลางของวงห่วง ปลายท่อทั้งสองข้างบรรจบกับวงห่วงด้านใน ท่อลำตัวเจาะรูเพื่อเป็นที่จุดชนวนเชื้อเพลิงและส่งแรงดันของการปะทุจากข้างในท่อในลักษณะหมุนควงเพื่อขับเคลื่อนตะไลให้พุ่งขึ้นสู่อากาศ และให้หมายความรวมถึงวัตถุอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน

“พลุ” หมายความถึง ดอกไม้เพลิงชนิดหนึ่ง บรรจุดินปืนในกระบอกไม้ไผ่หรือท่อหรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน เมื่อจุดขึ้นสู่อากาศแล้วจะมีเสียงแตกระเบิด และให้หมายความรวมถึงดอกไม้เพลิงอย่างอื่นที่จุดแล้วมีเสียงระเบิดดังเช่นว่านั้นด้วย ซึ่งการผลิต การทำ การสั่งนำเข้า การค้าหรือการจำหน่ายต้องเป็นไปตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐

“โคมลอย โคมไฟ โคมควัน” หมายความถึง วัตถุน้ำหนักเบาคล้ายบอลลูนขนาดเล็กที่มีทั้งลักษณะทรงกระบอก ทรงเหลี่ยม หรือที่คล้ายคลึงกัน โดยข้างในโคมจะกลวงเพื่อบรรจุควันก๊าซบางชนิดหรือใส่เชื้อเพลิงแล้วจุดไฟไว้ภายใน แล้วแต่กรณี เพื่อให้เกิดก๊าซที่มีน้ำหนักเบาและสามารถผลักดันหรือพาโคมให้ลอยขึ้นสู้อากาศได้ และให้หมายความรวมถึงวัตถุอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน

“คณะกรรมการจัดงาน” หมายความถึง คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อให้มีหน้าที่ดำเนินการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ โคมลอย โคมไฟ โคมควัน ให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดในประกาศนี้

“ผู้ขออนุญาตจุดและปล่อย” หมายความถึง บุคคลอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้ยื่นคำขออนุญาตต่อนายอำเภอท้องที่ก่อนมีการจุดและปล่อยพลุ ตะไล บั้งไฟ โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความถึง พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามมาตรา ๑๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่

ผู้ใดจะจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศตามประกาศนี้ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ และต้องมีใบอนุญาตให้จุดและปล่อยพลุ ตะไล บั้งไฟ โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน เพื่อมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

คำขออนุญาตและใบอนุญาต ให้ใช้ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายประกาศนี้

บั้งไฟ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กำหนดเงื่อนไขและห้วงระยะเวลาในการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ และการจุดและปล่อยบั้งไฟ

(๑) ให้กระทำได้ในห้วงเดือนหกตามปฏิทินจันทรคติไทย นับตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ถึงวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี

(๒) อนุญาตให้จุดและปล่อยบั้งไฟได้แต่เฉพาะในการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟเท่านั้น โดยอนุญาตจัดงานให้จุดและปล่อยบั้งไฟได้หมู่บ้านละ ๑ วันต่อปี ภายในห้วงระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน (๑) เว้นแต่หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีการแบ่งการปกครองออกเป็นหลายหมู่บ้าน และขอจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟรวมกันตั้งแต่ ๔ หมู่บ้านขึ้นไป ให้กำหนดการจุดบั้งไฟได้ไม่เกิน ๒ วัน

(๓) หมู่บ้านใดที่เคยมีประวัติการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟนอกเหนือจากห้วงเวลาตาม (๑) อันเป็นการเฉพาะตามเหตุผลความเชื่อของชนเผ่า เช่น ชนเผ่ากูย กวย (ส่วย) หรือเหตุผลความเชื่อของชนเผ่าอื่น ๆ นายอำเภอท้องที่อาจพิจารณาอนุญาตได้ตามสมควร ภายในเงื่อนไขตาม (๒)

(๔) การจุดและปล่อยบั้งไฟ ต้องกระทำในระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา

(๕) ก่อนจะมีการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ตาม (๒) ในแต่ละปี จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมประชาคมของหมู่บ้านหรือชุมชนที่จะจัดงานนั้น รวมทั้งได้รับความเห็นชอบจากสภาวัฒนธรรมตำบลและสภาวัฒนธรรมอำเภอแห่งท้องที่นั้นก่อน และเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้เสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมซึ่งมีภูมิลำเนาในพื้นที่ตำบลนั้นจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน เพื่อให้กำนันท้องที่สำหรับหมู่บ้านหรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำหรับชุมชน ทำการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการจัดงาน แล้วแต่กรณี เสร็จแล้วให้คณะกรรมการจัดงานหรือผู้แทนรวบรวมเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการได้รับความเห็นชอบให้จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟยื่นขออนุญาตต่อนายอำเภอท้องที่

(๖) หากมีกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุอันสมควรเพื่อความปลอดภัยหรือประโยชน์สุขของประชาชนแล้ว ให้นายอำเภอท้องที่นั้น มีอำนาจสั่งให้งดหรือเลื่อนการจัดงานหรือการจุดและปล่อยบั้งไฟไปในวันอื่นนอกจากวันที่อนุญาตตามที่เห็นสมควรได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กำหนดชนิด ขนาด และจำนวนบั้งไฟ

(๑) บั้งไฟที่จะใช้ในการจุดและปล่อยต้องผลิตจากวัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบา และไม่มีส่วนผสมของโลหะ เว้นแต่ลวดที่ใช้มัดหรือยึดท่อลำตัวเข้ากับหางบั้งไฟ

(๒) สารเคมีที่ใช้ผลิตเป็นเชื้อเพลิงของบั้งไฟ จะต้องเป็นสารโปตัสเซี่ยมไนเตรท (KNO๓) หรือสารดินประสิว โดยไม่อนุญาตให้ใช้สารชนิดอื่นที่ไหม้ปะทุได้ในระดับแรงดันที่สูงกว่าสารดังกล่าว เนื่องจากอาจเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง หรืออาจทำให้บั้งไฟขึ้นสู่อากาศได้สูงจนเกิดอันตรายต่ออากาศยานขณะบินผ่านได้

(๓) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวงในของท่อลำตัวบั้งไฟหรือวัสดุอื่นใดที่ใช้แทนท่อซึ่งใช้บรรจุเชื้อเพลิงของบั้งไฟ ต้องมีขนาดไม่เกิน ๕ นิ้ว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเช่นตามกรณีใน (๒)

(๔) อนุญาตให้จุดและปล่อยบั้งไฟได้จำนวนไม่เกิน ๑๕ บั้ง ต่อหนึ่งวัน โดยเป็นหน้าที่ของนายอำเภอท้องที่ในการควบคุมบัญชีการอนุญาตในการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟในแต่ละครั้งหรือในแต่ละหมู่บ้าน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สถานที่จุดและปล่อยบั้งไฟขึ้นไปสู่อากาศ ให้กระทำได้ในสถานที่ที่นายอำเภอท้องที่อนุญาตให้จัดงาน โดยต้องอยู่ห่างจากชุมชนหรือที่พักอาศัยโดยให้พิจารณาสถานที่ตั้งในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีเนื้อที่เพียงพอในการป้องกันอันตรายเหตุรำคาญหรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ มาตรการในการป้องกันมิให้มีการเล่นการพนัน

(๑) ห้ามจัดให้มีการพนันขันต่อในการจุดและปล่อยบั้งไฟหรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน

(๒) ในการจุดและปล่อยบั้งไฟ ห้ามมิให้มีการขานเวลา การขานตัวเลขอื่น ๆ หรือกระทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใด อันเป็นการบ่งชี้ถึงการบอกเวลาการขึ้นลงหรือความสูงต่ำ หรือกระทำการอื่นใดอันเป็นข้อชี้ขาดให้แพ้ชนะกัน

(๓) ห้ามปิดกั้นทางสาธารณะ หรือสถานที่เข้าสู่บริเวณงานหรือสถานที่จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ

(๔) ห้ามจำหน่ายบัตรค่าเข้าชม หรือเรียกเก็บค่าเข้าชมการจัดงานในสถานที่จัดประเพณีบุญบั้งไฟหรือสถานที่จุดและปล่อยบั้งไฟหรือกระทำการอื่นใดในลักษณะแอบแฝงเพื่อเก็บค่าเข้าชมหรือหารายได้โดยมิชอบ เช่น จัดให้มีการเรี่ยไรหน้างาน การแจกซองฎีกาผ้าป่า การตั้งตู้รับบริจาค หรือการบังคับเรียกเก็บเงินจากผู้เข้าชมงานโดยวิธีอื่นใด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยและการอื่นใด เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนและประชาชน

(๑) ผู้ได้รับอนุญาต ต้องนำใบอนุญาตมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเมื่อจะทำการจุดและปล่อยบั้งไฟด้วยทุกครั้ง

(๒) ผู้ได้รับอนุญาต ต้องนำเลขที่ใบอนุญาตไปเขียนหรือประทับหรือโดยวิธีอื่นใดลงบนบั้งไฟในตำแหน่งที่บุคคลทั่วไปสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยจะต้องเป็นตำแหน่งหรือส่วนที่เหลืออยู่เมื่อบั้งไฟตกลงมาสู่พื้นดินหลังการจุดและปล่อย ซึ่งการเขียนหรือประทับหรือโดยวิธีอื่นใดดังกล่าวให้ใช้สี น้ำหมึก หรือสารเคมีอื่นใดที่ทนต่อความร้อนหรือขูดลบออกได้ยาก

(๓) ผู้ได้รับอนุญาต หรือบุคคลผู้รับมอบหมายจากคณะกรรมการจัดงานให้เป็นผู้จุดชนวนบั้งไฟจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และให้จุดชนวนบั้งไฟได้เมื่อได้รับสัญญาณความปลอดภัยจากคณะกรรมการจัดงานหรือผู้รับมอบหมายจากคณะกรรมการจัดงานแล้ว

(๔) ฐานสำหรับจุดบั้งไฟ จะต้องมีความชันหรือความลาดเอียงที่เหมาะสม โดยประการที่จะไม่ทำให้เกิดภยันตรายจากการจุดและปล่อยบั้งไฟต่อผู้เข้าชมงาน ประชาชน หรือทรัพย์สินของบุคคลใด ๆ ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการจัดงานก่อนจึงจะนำมาใช้จุดและปล่อยบั้งไฟได้

(๕) คณะกรรมการจัดงาน ต้องจัดสถานที่จัดงานจุดและปล่อยบั้งไฟให้มีความปลอดภัย โดยต้องกันหรือจัดให้ผู้เข้าชมหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ห่างจากฐานจุดและปล่อยดังกล่าวในระยะไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร เว้นแต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้จุดชนวนบั้งไฟ

ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจุดและปล่อย หรือกระทำการอื่นใดให้ตะไลขึ้นสู่อากาศ สามารถกระทำได้ในเทศกาลหรือในวาระโอกาสอันสำคัญ หรือตามประเพณีความเชื่อของหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น ๆ โดยไม่จำกัดห้วงระยะเวลาแต่จะต้องเป็นไปด้วยความเหมาะสมและได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่ที่จะจุดและปล่อยตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นำความในหมวด ๒ ข้อ ๖ (๖) ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ (๑) ถึง (๕) ของประกาศนี้ มาใช้บังคับกับการจุดและปล่อยตะไลโดยอนุโลม

พลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กำหนดระยะเวลาในการจุดและปล่อย พลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันให้กระทำได้ดังนี้

(๑) งานรัฐพิธี หรืองานพิธีสำคัญอื่น ๆ ของทางราชการ ตามที่เห็นสมควร

(๒) งานวันลอยกระทงซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ตามปฏิทินจันทรคติไทย โดยให้จุดและปล่อยในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

(๓) งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี โดยให้จุดและปล่อยในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๓๑ ธันวาคม ถึงเวลา ๐๑.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑ มกราคมของทุกปี

(๔) งานประเพณีหรืองานรื่นเริงที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามที่นายอำเภอเห็นสมควร

(๕) งานเทศกาลอื่น ๆ ที่จังหวัดได้จัดขึ้น หรือมอบหมายให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้จัดโดยให้จุดและปล่อยตามวันเวลาที่นายอำเภอเห็นสมควร

(๖) งานพระราชทานเพลิงศพ งานฌาปนกิจศพ และวันสวดอภิธรรมศพ ในการจุดและปล่อยตามวันเวลาที่นายอำเภอเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ชนิด ขนาด และจำนวน

(๑) งานรัฐพิธี หรืองานพิธีสำคัญอื่น ๆ ของทางราชการ ห้ามจุดพลุที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อเกิน ๑๐ นิ้ว

(๒) ในงานพระราชทานเพลิงศพ งานฌาปนกิจศพ และวันสวดอภิธรรมศพ หรือในงานประเพณีหรืองานรื่นเริงที่มีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ห้ามจุดพลุที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อเกิน ๑๐ นิ้ว

(๓) จำนวนในการจุดและปล่อยพลุ หรือวัสดุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นสู่อากาศแต่ละครั้ง ไม่เกินครั้งละ ๑๐๐ ลูก (ยกเว้นการจุดพลุตามข้อ ๑๓ (๑) และ ข้อ ๑๓ (๕) ให้มีจำนวนตามความเหมาะสมของแต่ละงานหรือแต่ละพื้นที่เป็นกรณี ๆ ไป)

(๔) จำนวนในการจุดและปล่อยพลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันในงานพระราชทานเพลิงศพ งานฌาปนกิจศพ และวันสวดอภิธรรมศพ ไม่เกินครั้งละ ๑๒ ลูก

ในกรณีมีความจำเป็นอย่างอื่นและผู้ขออนุญาตได้แสดงเหตุผลแห่งการนั้น ให้นายอำเภอท้องที่พิจารณาอนุญาตเกินกว่าครั้งละ ๑๒ ลูก ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สถานที่จุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้พลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกับพลุ ขึ้นไปสู่อากาศ

(๑) สถานที่จุดและปล่อยพลุให้กระทำได้ในสถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ ศาสนาสถาน เอกชน ตามที่นายอำเภอแห่งท้องที่พิจารณาที่ตั้งในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีเนื้อที่เพียงพอในการป้องกันอันตรายเหตุรำคาญ หรือความเสียหายต่อบุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น

(๒) สถานที่จุดและปล่อยพลุต้องไม่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานีบริการน้ำมัน/แก๊ส หรือโรงพยาบาลในระยะ ๒๐๐ เมตร เว้นแต่กรณีจำเป็นให้อยู่ในดุลพินิจนายอำเภอท้องที่ แต่ทั้งนี้ระยะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยและการอื่นใด เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนและประชาชน

(๑) ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดสถานที่ไว้เพื่อจัดเก็บพลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ให้เป็นสัดส่วน ในสถานที่จุดและปล่อยพลุ

(๒) ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดให้มีป้ายหรือสัญลักษณ์ห้ามผู้ไม่มีหน้าที่โดยตรงเข้าบริเวณสำหรับจุดและปล่อยพลุ

(๓) ผู้รับอนุญาตต้องจัดสถานที่จุดและปล่อยให้มีความปลอดภัย โดยให้ผู้ชมอยู่ห่างจากบริเวณจุดและปล่อย พลุหรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร

(๔) ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดหาเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๕ กิโลกรัม อย่างน้อย ๒ เครื่อง อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และติดตั้งในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย หยิบใช้สะดวก บริเวณสถานที่จุดและปล่อยพลุ

(๕) ห้ามผู้ใดจำหน่ายพลุในวัด โรงเรียน ทางสาธารณะ สาธารณสถาน หรือในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ค้าดอกไม้เพลิง

(๖) พลุที่จะนำมาจุดและปล่อยตามประกาศนี้ ต้องเป็นพลุที่นำมาจากผู้ได้รับอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งดอกไม้เพลิง (ตามแบบ ป.๒) หรือได้รับอนุญาตให้ทำหรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง (ตามแบบ ป.๕)

โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กำหนดระยะเวลาในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ให้กระทำได้ดังนี้

(๑) วันลอยกระทงซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ตามปฏิทินจันทรคติไทย โดยให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

(๒) งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี โดยให้จุดและปล่อยในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๓๑ ธันวาคม ถึงเวลา ๐๑.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑ มกราคมของทุกปี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ชนิด ขนาด และจำนวน ของโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งจะทำการจุดและปล่อยนั้น จะต้องมีขนาดและรูปแบบของโคมลอยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช.๘๐๘/๒๕๕๒ ตามที่กำหนดในประกาศสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่อง ยกเลิกและกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ฉบับที่ ๑๕๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๒) โคมลอย ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ดังนี้

(๑) ตัวโคมทรงกระบอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๙๐ เซนติเมตร สูงไม่เกิน ๑๔๐ เซนติเมตร หรือกรณีโคมรูปทรงอื่น ต้องมีปริมาตรไม่เกิน ๑ ลูกบาศก์เมตร และทำจากวัสดุธรรมชาติ

(๒) ส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงให้ทำจากกระดาษชุบเทียนขี้ผึ้ง หรือพาราฟิน น้ำหนักไม่เกิน ๕๕ กรัม ระยะเวลาการเผาไหม้ไม่เกิน ๘ นาที โดยยึดติดกับตัวโคมด้วยเชือกทนไฟ เชือก หรือลวดอ่อนเบอร์ ๒๔ (เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๕ มิลลิเมตร) จำนวน ๒ เส้น ความยาวเส้นละไม่เกิน ๓๐ เซนติเมตร

(๓) ห้ามผูกติดพลุ ดอกไม้ไฟ หรือสิ่งอื่นใดไปกับโคมขณะปล่อย

(๔) จำนวนการจุดและปล่อยแต่ละครั้ง ไม่เกิน ๑๐๐ โคม หรืออยู่ในดุลยพินิจของนายอำเภอท้องที่โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมของชุมชนและประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สถานที่จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศดังนี้

(๑) ก่อนจะมีการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ตามข้อ ๑๗ (๑) (๒) ในแต่ละปี จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมประชาคมของหมู่บ้านหรือชุมชนที่จะจัดงาน อย่างน้อยในการประชุมต้องมีมติเรื่องการกำหนดสถานที่จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน รวมทั้งได้รับความเห็นชอบจากสภาวัฒนธรรมตำบลและสภาวัฒนธรรมอำเภอแห่งท้องที่นั้นก่อน และเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้เสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมซึ่งมีภูมิลำเนาในพื้นที่ตำบลนั้นจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน เพื่อให้กำนันท้องที่สำหรับหมู่บ้านหรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำหรับชุมชน ทำการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการจัดงาน แล้วแต่กรณี เสร็จแล้วให้คณะกรรมการจัดงานหรือผู้แทนรวบรวมเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงการได้รับความเห็นชอบให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ยื่นขออนุญาตต่อนายอำเภอท้องที่

(๒) คณะกรรมการจัดงานซึ่งได้รับการอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ มีหน้าที่และความรับผิดในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ กรณีความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของบุคคลภายนอกซึ่งเข้าร่วมงานและมีการปล่อยให้บุคคลภายนอกจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ

การอนุญาตให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศตามความในหมวดนี้ให้หมายความรวมถึงการอนุญาตให้บุคคลภายนอกซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ วรรคหก ซึ่งคณะกรรมการจัดงานยินยอมให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศด้วย

ทั้งนี้ ไม่ห้ามบุคคลอื่นที่มีความประสงค์ยืนคำขออนุญาตเป็นการเฉพาะรายให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ตามข้อ ๑๗ (๑) (๒) แต่จำนวนการจุดและปล่อยแต่ละครั้งไม่เกิน ๕ โคม

(๓) คณะกรรมการจัดงานมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อให้มีหน้าที่กำกับดูแลบุคคลภายนอก โดยการห้ามหรืออนุญาตให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ

(๔) สถานที่จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันให้อยู่ในดุลพินิจนายอำเภอท้องที่พิจารณาอนุญาต โดยให้พิจารณาสถานที่ตั้งในทำเล และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีเนื้อที่เพียงพอ ในการป้องกันอันตรายเหตุรำคาญหรือความเสียหายต่อบุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ในการอนุญาตให้จุดและปล่อย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยและการอื่นใด เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนและประชาชน

(๑) ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดอันคล้ายคลึงกันในวัด สถานศึกษา ทางสาธารณะหรือที่สาธารณสถาน เว้นแต่เป็นพื้นที่ที่นายอำเภอระบุไว้ตามข้อ ๑๙

(๒) ให้ผู้ได้รับอนุญาตจัดให้มีผู้ประสานการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดอันคล้ายคลึงกันที่สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์อย่างน้อย ๒ คน เพื่อทำหน้าที่ในการแจ้งศูนย์ควบคุมการบินหรือท่าอากาศยานตลอดเวลาที่จุดและปล่อย พร้อมแจ้งให้ศูนย์ควบคุมการบินทราบเมื่อเสร็จสิ้นการจุดและปล่อย

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ใดกระทำการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือกระทำการนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดในประกาศนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามข้อ ๕ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้ ไม่ถือเป็นเหตุให้พ้นผิดหากการจุดและปล่อยพลุ ตะไล บั้งไฟ โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันและก่อให้เกิดความเสียหายแก่อากาศยาน ชุมชน หรือประชาชน

ประกาศ ณ วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

วีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี

ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง

ปริยานุช/จัดทำ

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ชวัลพร/ตรวจ

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๔๖ ง/หน้า ๖๔/๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศจังหวัดอ่างทอง เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_28ca95f1a60a6a10

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com