ข้อ ๑๐ ภายใต้บังคับแห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๖๒ วรรคสาม และมาตรา ๑๖๗ หลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบกำหนดค่าปรับที่ผู้ต้องหาจะพึงชำระดังนี้
(๑) การกระทำความผิดที่มิได้กำหนดโทษตามขนาดของเรือ และไม่มีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำไว้ หากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกให้ปรับในอัตราโทษกึ่งหนึ่งของอัตราโทษที่กำหนดไว้หากเป็นการกระทำความผิดครั้งที่สอง ให้ปรับในอัตราสูงสุดของอัตราโทษที่กำหนดไว้
(๒) การกระทำความผิดที่มิได้กำหนดโทษตามขนาดของเรือ และมีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำไว้หากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกให้ปรับในอัตราโทษไม่น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำสุด หรือปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า โดยพิจารณาตามความร้ายแรงของการกระทำความผิด และการป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำความผิดซ้ำอีกหากเป็นการกระทำความผิดซ้ำให้ปรับในอัตราโทษขั้นสูงสุด หรือปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
(๓) การกระทำความผิดที่มีการกำหนดโทษตามขนาดของเรือ ให้ปรับในอัตราโทษที่กำหนดไว้โดยพิจารณาจากขนาดของเรือ หรือปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
(๔) การกระทำความผิดที่มีการกำหนดโทษปรับโดยให้คิดจากมูลค่าของสัตว์น้ำ ให้ปรับในอัตราจำนวนเท่าของมูลค่าของสัตว์น้ำที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ
(๕) การกระทำความผิดที่มีการกำหนดโทษปรับอัตราเดียว ให้ปรับในอัตราโทษที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ
(๖) การกระทำความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบพิจารณาว่าจะใช้อำนาจเปรียบเทียบหรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่เห็นว่าควรเปรียบเทียบ ให้เปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้
(๗) ในกรณีที่เป็นการกระทำความผิดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรงซ้ำภายในห้าปีไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดเดียวกันหรือไม่ อัตราโทษที่กำหนดให้เพิ่มเป็นสองเท่า