法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 190) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อย การออกใบกำกับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86/8 แห่งประมวลรัษฎากร และการเก็บรักษารายงาน ตามมาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 190)

เรื่อง กําหนดลักษณะและเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อย การออกใบกํากับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86/8 แห่งประมวลรัษฎากร และการเก็บรักษารายงาน ตามมาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86/8 และมาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดลักษณะและเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อย การออกใบกํากับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน การจัดทํารายงาน และการเก็บรักษารายงานไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 54) เรื่อง กําหนดลักษณะและเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อย การออกใบกํากับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86/8 และการเก็บรักษารายงานตามมาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 170) เรื่อง กําหนดลักษณะและเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อย การออกใบกํากับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86/8 แห่งประมวลรัษฎากร และการเก็บรักษารายงาน ตามมาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ กําหนดให้การประกอบกิจการขายน้ํามันเชื้อเพลิงของสถานีบริการตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งขายน้ํามันเบนซิน น้ํามันดีเซล ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และก๊าซธรรมชาติดังต่อไปนี้ เป็นการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจํานวนมาก

(1) เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ํามันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ํามันเชื้อเพลิง หรือเป็นผู้ได้รับอนุมัติจดทะเบียนจัดตั้งสถานีบริการค้าน้ํามันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งขายน้ํามันเบนซิน น้ํามันดีเซล ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และก๊าซธรรมชาติ โดยเก็บรักษาน้ํามันเชื้อเพลิงด้วยถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิงที่เป็นถังใต้ดินซึ่งมีความจุใบละ 5,000 ลิตรขึ้นไป ไม่ว่าจะมีถังลอยรวมอยู่ในสถานีบริการด้วยหรือไม่ หรือที่เป็นถังลอยอย่างเดียว รวมถึงสถานีบริการที่ใช้ถังลอยเก็บรักษาน้ํามันเชื้อเพลิงอย่างเดียว และ

(2) เป็นสถานีบริการที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร เป็นการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจํานวนมาก

คําขออนุมัติให้ยื่นตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด โดยจะต้องแนบเอกสารและรายการดังต่อไปนี้พร้อมกับคําขออนุมัติ

(ก) สําเนา ภ.พ. 20

(ข) สําเนาใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ํามันหรือใบทะเบียนจัดตั้งสถานีบริการน้ํามันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ํามันเชื้อเพลิง

(ค) แผนผังแสดงที่ตั้ง พร้อมทั้งจํานวนหัวจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงและถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ไม่จําต้องออกใบกํากับภาษีสําหรับการขายน้ํามันเชื้อเพลิงที่มีมูลค่าครั้งหนึ่งไม่เกิน 1,000 บาท เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าจะเรียกร้องใบกํากับภาษี ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ต้องจัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 หรือมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากรตามที่ผู้ซื้อสินค้าเรียกร้องทุกครั้งพร้อมทั้งส่งมอบใบกํากับภาษีดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อสินค้า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ต้องจัดทํารายงานแสดงรายละเอียด การขายน้ํามันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด เพื่อประกอบการบันทึกยอดขายน้ํามันเชื้อเพลิงรวมทั้งวันในรายงาน ภาษีขายตามมาตรา 87(1) แห่งประมวลรัษฎากร และให้ถือรายงานแสดงรายละเอียดการขายน้ํามันเชื้อเพลิงเป็นรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87(3) แห่งประมวลรัษฎากรด้วย โดยให้จัดทําแยกเป็นรายสถานบริการ

รายงานตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด และต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) จํานวนสินค้าคงคลังในถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิง ณ วันเปิดสํารวจแต่ละเดือน (ใช้ไม้วัด เครื่องวัดถังไฟฟ้า หรือมาตรวัดปริมาณความจุของถัง)

(2) การรับมอบน้ํามันเชื้อเพลิงระหว่างเดือน และเลขลําดับแสดงจํานวนครั้งที่รับมอบน้ํามันเชื้อเพลิงในระหว่างเดือน พร้อมทั้งหมายเลขของใบจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือใบกํากับ การขนส่งน้ํามันเชื้อเพลิง โดยให้แยกเป็นรายบริษัทผู้ค้าส่งน้ํามันเชื้อเพลิง

(3) จํานวนสินค้าคงคลังในถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิง ณ วันปิดสํารวจแต่ละเดือน (ใช้ไม้วัด เครื่องวัดถังไฟฟ้า หรือมาตรวัดปริมาณความจุของถัง)

(4) จํานวนเงิน (บาท) และปริมาณน้ํามัน (ลิตร/กิโลกรัม) ในมิเตอร์หัวจ่าย ณ วันเปิดอ่านในแต่ละเดือน

(5) จํานวนเงิน (บาท) และปริมาณน้ํามัน (ลิตร/กิโลกรัม) ในมิเตอร์หัวจ่าย ณ วันปิดอ่านในแต่ละเดือน

(6) ยอดการขายประจําวัน ทั้งจํานวนเงิน (บาท) และปริมาณน้ํามัน (ลิตร/กิโลกรัม)

(7) จํานวนน้ํามันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งสะสมในถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิง โดยคํานวณจากรายงานสินค้าคงคลังสะสม (จํานวนสินค้าคงคลังในถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิง ณ วันเปิดสํารวจ + จํานวนซื้อ - จํานวนขาย) กับจํานวนสินค้าคงคลังสะสมในถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิง

(8) ภาษีซื้อ

(9) ภาษีขาย

(10) จํานวนใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่ออกตามข้อ 3 ประจําวัน และจํานวนเงินรวมทั้งสิ้นตามใบกํากับภาษี

ใบจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือใบกํากับการขนส่งน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช้ประกอบการลงรายงานตามวรรคหนึ่ง ให้จัดเก็บแยกเป็นรายเดือน เป็นรายบริษัทผู้ค้าส่งน้ํามันเชื้อเพลิงเรียงตามลําดับที่ได้รับก่อนหลังในแต่ละเดือนและให้ระบุเลขที่ที่ได้รับใบจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือใบกํากับการขนส่งน้ํามันเชื้อเพลิงซึ่งแยกเป็นรายบริษัทผู้ค้าส่งน้ํามันเชื้อเพลิงในแต่ละเดือน เรียงตามลําดับขึ้นใหม่ทางด้านบนขวาของใบจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือใบกํากับการขนส่งน้ํามันเชื้อเพลิงนั้น

รายงานตามวรรคหนึ่งและใบจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือใบกํากับการขนส่งน้ํามันเชื้อเพลิงให้เก็บไว้ที่สถานีบริการเป็นรายสถานีเป็นเวลาสองปี ภายหลังจากนั้นจะเก็บไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่จนครบห้าปีก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ต้องจัดทํารายงานการเปลี่ยนแปลงมิเตอร์หัวจ่ายทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้เกิดขึ้น

(1) ตัวเลขมิเตอร์หัวจ่ายเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ตัวเลขมิเตอร์หรือซ่อมแซมมิเตอร์หัวจ่าย

(2) การติดตั้งอุปกรณ์หัวจ่ายใหม่

(3) การหมุนกลับของตัวเลขมิเตอร์หัวจ่าย (เช่น มิเตอร์กลับมาที่เลข 0 หลังจากถึงเลขสูงสุด)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การจัดทํารายงานตามข้อ 4 ให้คํานวณจํานวนน้ํามันเชื้อเพลิงในถังเก็บน้ํามันเชื้อเพลิงที่ขาดหายไปเนื่องจากการระเหยของน้ํามันเชื้อเพลิงตามสภาพปกติได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของปริมาณน้ํามันเชื้อเพลิงที่ขายผ่านมิเตอร์หัวจ่ายในแต่ละเดือนภาษี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ซึ่งให้ส่วนลดแก่ลูกค้าบางรายในราคา ที่ต่ํากว่าราคาที่แสดงอยู่ในมิเตอร์หัวจ่ายต้องออกใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร สําหรับการขายน้ํามันเชื้อเพลิงดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร เป็นผู้ประกอบการรายย่อยตามข้อ 2 จะต้องจัดทําแผ่นป้ายที่มีข้อความ "เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากมิเตอร์ หัวจ่าย" โดยแผ่นป้ายดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

แผ่นป้ายตามวรรคหนึ่งจะต้องแสดงไว้ ณ จุดแสดงราคาขายน้ํามันเชื้อเพลิงปลีกต่อหน่วย ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (ถ้ามี) หากผู้ประกอบการ จดทะเบียนมีความจําเป็นที่จะต้องแสดงแผ่นป้ายไว้ ณ สถานที่อื่น จะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร

แผ่นป้ายตามวรรคหนึ่งจะต้องมีขนาดของข้อความอย่างน้อยเท่ากับขนาด ของข้อความแสดงราคาขายน้ํามันเชื้อเพลิงปลีกต่อหน่วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สถานีบริการซึ่งเริ่มประกอบกิจการขายน้ํามันเชื้อเพลิง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2539 เป็นต้นไป และมีหัวจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงตั้งแต่ 50 หัวจ่ายขึ้นไป ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์รวม ควบคุมการจ่ายน้ํามันของหัวจ่ายน้ํามันเชื้อเพลิงในสถานีบริการทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การยื่นคําขออนุมัติตามข้อ 2 ให้ปฏิบัติ ดังนี้

(1) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคําขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขต ท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

(2) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการตั้งอยู่นอกเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคําขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านสรรพากรพื้นที่ ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคําขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการแต่ละแห่งตั้งอยู่

นอกจากการยื่นคําขออนุมัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะยื่นคําขอโดยยื่นรายการข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th ก็ได้ โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ยื่นคําขออนุมัติต้องแสดงรายการข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน และต้องมีหลักฐานเอกสารตามรายการข้อมูลที่แสดงในคําขออนุมัติด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ที่ลงในประกาศนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

สาธิต รังคสิริ

(นายสาธิต รังคสิริ)

อธิบดีกรมสรรพากร

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 190) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อย การออกใบกำกับภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86/8 แห่งประมวลรัษฎากร และการเก็บรักษารายงาน ตามมาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_299dae869d0c089c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com