法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 117/2545 เรื่อง การนับระยะเวลาเพื่อคำนวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 27 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 มาตรา 89/1 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีกำหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบแสดงรายการหักภาษีและนำเงินภาษีส่ง หรือแบบนำส่งภาษี วันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทำการของทางราชการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 117/2545

เรื่อง การนับระยะเวลาเพื่อคํานวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 27 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 มาตรา 89/1 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีกําหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบแสดงรายการหักภาษีและนําเงินภาษีส่ง หรือแบบนําส่งภาษี วันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนําผู้เสียภาษีอากร ในการนับระยะเวลาเพื่อคํานวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 27 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 มาตรา 89/1 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีกําหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบแสดงรายการหักภาษีและนําเงินภาษีส่งหรือแบบนําส่งภาษี วันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ รวมทั้งกรณีอื่น ๆ ที่วันสุดท้ายแห่งกําหนดเวลาตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการด้วย กรมสรรพากรจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กรณีกําหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบแสดงรายการหักภาษีและนําเงินภาษีส่งหรือแบบนําส่งภาษี วันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ ให้นับวันที่เริ่มทําการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทําการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา ตามมาตรา 193/8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ กรณีได้รับอนุมัติให้ขยายกําหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร

(1) กรณีขยายกําหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร โดยได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร ตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร และวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาที่ขยายออกไปดังกล่าวตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ ให้นับวันที่เริ่ม ทําการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทําการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา ตามมาตรา 193/8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แต่ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษ ของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชําระหรือนําส่ง โดยให้เริ่มนับเมื่อพ้นกําหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบแสดงรายการหักภาษีและนําเงินภาษีส่ง หรือแบบนําส่งภาษีจนถึงวันชําระภาษีหรือนําส่งภาษี ตามมาตรา 27 หรือมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร

(2) กรณีขยายกําหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร โดยได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี ตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาที่ขยายออกไปดังกล่าวตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ ให้นับวันที่เริ่มทําการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทําการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา ตามมาตรา 193/8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กรณีผู้ต้องเสียภาษีใช้สิทธิชําระภาษีเป็นรายงวด หากวันสุดท้ายแห่งกําหนดเวลา ซึ่งต้องชําระภาษีในแต่ละงวดตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ

(1) กรณีผ่อนชําระภาษีตามมาตรา 64(1) แห่งประมวลรัษฎากร หากวัน สุดท้ายที่ต้องผ่อนชําระงวดที่สองหรืองวดที่สามตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ ให้นับวันที่เริ่ม ทําการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทําการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา ตามมาตรา 193/8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ตัวอย่าง นาย ก. ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ปี พ.ศ.2542 มีภาษีที่ต้องชําระ 6,000 บาท และได้ใช้สิทธิตามมาตรา 64(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยงวดที่หนึ่งได้ชําระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฯ จํานวน 2,000 บาท เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2543 งวดที่สองต้องชําระจํานวน 2,000 บาท ภายในเดือนเมษายน 2543 และงวด ที่สามต้องชําระ จํานวน 2,000 บาท ภายในเดือนพฤษภาคม 2543 แต่ปรากฏว่าวันที่ 30 เมษายน 2543 ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทําการ นาย ก. มีสิทธินําเงินงวดที่สองไปชําระ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2543 โดยไม่หมดสิทธิที่จะชําระเป็นรายงวดต่อไป และไม่ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด

(2) กรณีผ่อนชําระภาษีตามมาตรา 64(2) แห่งประมวลรัษฎากร หากวันสุดท้าย ที่ต้องผ่อนชําระงวดที่สองหรืองวดที่สามตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ ให้นับวันที่เริ่มทําการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทําการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา ตามมาตรา 193/8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ตัวอย่างนาย ข. ได้ถูกประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจํานวนเงินมากกว่า 3,000 บาท ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2543 นาย ข. ได้ใช้สิทธิตามมาตรา 64(2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยงวดที่หนึ่งได้ชําระ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2543 งวดที่สองจะต้องชําระภายในเดือนเมษายน 2543 และงวดที่สามจะ ต้องชําระภายในเดือนพฤษภาคม 2543 แต่ปรากฏว่าวันที่ 30 เมษายน 2543 ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทําการ นาย ข. มีสิทธินําเงินงวดที่สองไปชําระในวันที่ 1 พฤษภาคม 2543 โดยไม่หมดสิทธิที่จะชําระเป็นรายงวดต่อไป และไม่ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร เพิ่มเติม แต่อย่างใด

(3) กรณีได้รับอนุมัติให้ผ่อนชําระภาษีเป็นรายงวด ตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการผ่อนชําระภาษีอากร หากวันสุดท้ายที่ต้องผ่อนชําระของงวดใดงวดหนึ่งตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ ให้นับวันที่เริ่มทําการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทําการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาตามมาตรา 193/8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ตัวอย่างบริษัท ค. จํากัด ได้ถูกประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามหนังสือแจ้งการประเมิน เป็นเงินจํานวน 120,000 บาท บริษัท ค. จํากัด ได้รับอนุมัติให้ผ่อนชําระภาษีตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการผ่อนชําระภาษีอากร เป็นงวดรายเดือน รวม 6 งวด แต่ละงวดต้องชําระภายในวันที่ 7 ของทุกเดือน งวดที่หนึ่งได้ชําระเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2543 งวด ที่สองชําระเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2543 งวดที่สามชําระเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2543 แต่ปรากฏว่างวดที่ 4 วันที่ 7 ตุลาคม 2543 ตรงกับวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันหยุดทําการ บริษัท ค. จํากัด มีสิทธินําเงินงวดที่ 4 ไปชําระในวันที่ 9 ตุลาคม 2543 ได้ โดยไม่หมดสิทธิที่จะชําระเป็นรายงวดต่อไป และไม่ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร เพิ่มเติม แต่อย่างใด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีบุคคลผู้ต้องเสียเบี้ยปรับขอลดเบี้ยปรับตามคําสั่งกรมสรรพากรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร การนับระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะที่จะได้รับสิทธิลดเบี้ยปรับ หากวันสุดท้ายแห่งกําหนดเวลาตรงกับวันหยุดทําการของทางราชการ ให้นับวันที่เริ่มทําการใหม่ต่อจากวันที่หยุดทําการนั้นเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา ตามมาตรา 193/8 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนเงินเพิ่มให้คํานวณในอัตรา ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชําระหรือนําส่ง โดยให้เริ่มนับเมื่อพ้นกําหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนําส่งภาษีจนถึงวันชําระภาษีหรือนําส่งภาษี ตามมาตรา 89/1 หรือมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร

ตัวอย่าง

(1) บริษัท ง. จํากัด ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และชําระภาษีมูลค่าเพิ่มสําหรับเดือนกรกฎาคม 2539 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2539 ขอลดเบี้ยปรับตามมาตรา 89(2) แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อ 2 (1) (ข) ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.37/2534 เรื่อง ระเบียบการงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 89 และภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ชําระภายหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วัน พ้นกําหนดเวลาชําระภาษีมูลค่าเพิ่มให้เสียร้อยละ 5 ของเบี้ยปรับได้ (ปัจจุบันเป็นข้อ 5 (1) (ข) ของคําสั่ง กรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษี มูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2542) เนื่องจากกรณีนี้วันที่ 14 และวันที่ 15 กันยายน 2539 ตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทําการของทางราชการ ส่วนเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ให้คํานวณร้อยละ 1.5 ต่อเดือน เป็นเวลา 1 เดือน

(2) บริษัท จ. จํากัด ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และชําระภาษีมูลค่าเพิ่ม สําหรับเดือนกรกฎาคม 2543 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2543 ต่อมาได้ยื่นแบบแสดง รายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ของเดือนกรกฎาคม 2543 เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2543 กรณีนี้การนับระยะเวลาเพื่อคํานวณเบี้ยปรับสําหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติม ตามข้อ 5 (1) (ค) ของคําสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 จะต้องนับตั้งแต่วันพ้นกําหนดเวลาชําระภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ วันที่ 16 สิงหาคม 2543 จนถึงวันที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติม คือวันที่ 16 ตุลาคม 2543 ซึ่งนับได้เป็นเวลา 62 วัน แต่เนื่องจากวันที่ 14 และวันที่ 15 ตุลาคม 2543 ตรงกับ วันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทําการของทางราชการ กรณีนี้จึงถือว่าบริษัทฯ ชําระภาษีภายหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันพ้นกําหนดเวลาชําระภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 10 ของเบี้ยปรับ ส่วนเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ให้คํานวณร้อยละ 1.5 ต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คําสั่ง หนังสือตอบข้อหารือหรือแนวทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้เป็นอันยกเลิก

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2545

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

อธิบดีกรมสรรพากร

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 117/2545 เรื่อง การนับระยะเวลาเพื่อคำนวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 27 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 มาตรา 89/1 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีกำหนดเวลาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี แบบแสดงรายการหักภาษีและนำเงินภาษีส่ง หรือแบบนำส่งภาษี วันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทำการของทางราชการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_29d705d801cdf467

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com