ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 4/1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 262) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ของบริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ลงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558
“ข้อ 4/1ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล พร้อมตั้งบัญชีงบดุล บัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุน ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดี กําหนดพร้อมกับชําระภาษีตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร และยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกําหนดพร้อมกับขําระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และกิจการอื่น ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวแยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล พร้อมทั้งบัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุนของแต่ละกิจการออกเป็น คนละชุด สําหรับบัญชีงบดุลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวให้ยื่นพร้อมแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในกิจการใดกิจการหนี่งก็ได้ โดยในการยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวให้ใช้เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกัน”