法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2560 เรื่อง การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๗/๒๕๖๐

เรื่อง

การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

โดยที่การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายและต้นทางของกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญ

โดยเฉพาะการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ หากมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องเป็นธรรมแล้ว

ย่อมกระทบต่อขวัญ กำลังใจ ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

ทั้งหากมีผู้ใช้การแต่งตั้งเป็นช่องทางเรียกรับผลประโยชน์อันไม่ชอบด้วยกฎหมายและปราศจากธรรมาภิบาลด้วยแล้ว

ก็ยิ่งก่อให้เกิดความคับแค้นใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบและอาจเป็นการผลักภาระต่อไปให้แก่ประชาชนกลายเป็นวัฏจักรแห่งการทุจริตในวงราชการ

ความไร้ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและการอำนวยความยุติธรรม

จำเป็นต้องปฏิรูประบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ซึ่งรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ดำเนินการในบางเรื่องบางประเด็นมาแล้วเป็นลำดับและจะต้องดำเนินการต่อไปให้สมบูรณ์ทั้งระบบเพื่อตอบสนองความคาดหวังของประชาชน

ในส่วนของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจซึ่งตามกฎหมายในปัจจุบันเป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น

แม้จะมีกลไกการปฏิบัติภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว แต่ควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และขั้นตอนการกลั่นกรองให้เกิดความรับผิดชอบ

ความถูกต้องเรียบร้อยเป็นธรรมและมีความเหมาะสมตรงกับความรู้ความสามารถตามสายการบังคับบัญชาและการจัดสรรอัตรากำลังในแต่ละพื้นที่ยิ่งขึ้น

เพื่อให้มีขั้นตอนชัดเจน โปร่งใส ปราศจากการวิ่งเต้น การเรียก รับ ให้ หรือสัญญาว่าจะให้สิ่งตอบแทนแลกเปลี่ยนกับการแต่งตั้ง

และปลอดจากระบบอุปถัมภ์ อันเป็นความจำเป็นต่อการปฏิรูประบบราชการ

ตลอดจนการเตรียมการให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับกิจการของตำรวจตามมาตรา

๒๕๘ และมาตรา ๒๖๐ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ที่กำลังจะประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๔

แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง

การแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม

พุทธศักราช ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๔ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่มาตรา

๔๔ (๗) ลงมาให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บัญชาการเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง

โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอน ดังต่อไปนี้

(๑) ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบังคับการ

แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับกองบังคับการ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรองหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้นทุกคนเป็นกรรมการ

เพื่อทำหน้าที่พิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ

ในส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น แล้วเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบัญชาการเพื่อดำเนินการตาม (๒)

หรือเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สั่งแต่งตั้งในกรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินการตาม

(๓) ต่อไป แล้วแต่กรณี

(๒)

ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบัญชาการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับกองบัญชาการ

โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยรองหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้นทุกคนเป็นกรรมการ

เพื่อทำหน้าที่พิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ

ในส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้น และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ได้รับการเสนอตาม

(๑) แล้วเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สั่งแต่งตั้งเพื่อดำเนินการตาม

(๓) หรือดำเนินการแต่งตั้งต่อไป แล้วแต่กรณี

(๓)

ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจโดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกคนเป็นกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่าง

ๆ ในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ได้รับการเสนอตาม (๑) หรือ (๒)

แล้วเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สั่งแต่งตั้งเพื่อดำเนินการแต่งตั้งต่อไป

กรณีที่ผู้สั่งแต่งตั้งเห็นว่ารายชื่อข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งผู้ใดมีความไม่เหมาะสมหรือมีข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควรดำรงตำแหน่งต่าง

ๆ เพื่อประโยชน์แก่การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ

ให้ผู้สั่งแต่งตั้งมีอำนาจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่าง

ๆ แล้วดำเนินการแต่งตั้ง หรือสั่งให้พิจารณาทบทวนการเสนอแต่งตั้งได้ตามควรแก่กรณี”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา

๔๔ (๗) ถึง (๑๐) ในวาระการแต่งตั้งประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๒๑/๒๕๕๙ เรื่อง การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช

๒๕๕๙ จนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยให้นำข้อ ๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้กระทำโดยสุจริต

เป็นธรรม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหากมีเรื่องร้องเรียนหรือข้อสงสัยว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

หรือมีการเรียก รับ ให้หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทน

แลกเปลี่ยนหรือจูงใจในการแต่งตั้งไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ให้ผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบหรือสอบสวนโดยเร็วและรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

แล้วแต่กรณี ทราบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)

กระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ

การเรียก รับ ให้ หรือสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทนหรือการแลกเปลี่ยนหรือจูงใจในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง เมื่อตรวจสอบแล้วให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปโดยกำหนดมาตรการคุ้มครองพยานหรือผู้แจ้งเบาะแสชี้ช่องด้วย

ในกรณีจำเป็นจะเสนอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนหรือเกี่ยวข้องไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่นหรือนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นการชั่วคราวระหว่างการตรวจสอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติศึกษาแนวทางการปฏิรูปตำรวจทั้งระบบ

โดยอย่างน้อยให้ครอบคลุมถึงการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ

โดยพิจารณาเปรียบเทียบผลดีผลเสียและความเป็นไปได้ของหลักประกันความเป็นธรรมในการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ต่าง

ๆ การมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม การดำเนินการทางวินัย

การจัดระเบียบเกี่ยวกับอำนาจในการสอบสวนคดีอาญา

การควบคุมและถ่วงดุลการใช้ดุลยพินิจ การกระจายอำนาจ การนำวิทยาการตำรวจสมัยใหม่

เทคโนโลยี และการบริหารราชการแนวใหม่มาใช้ในกิจการตำรวจ

การปรับปรุงประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การให้บริการที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและการจัดระบบสวัสดิการของข้าราชการตำรวจโดยอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม

หลักธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ

การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ

แล้วรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ

เพื่อเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปกิจการตำรวจที่จะจัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๒๖๐

ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รับไปพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๐

กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

พิมพ์มาดา/ปริยานุช/จัดทำ

๒๑ กุมภาพันธ์

๒๕๖๐

ปริญสินีย์/ตรวจ

๒๑ กุมภาพันธ์

๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๓๔/ตอนพิเศษ ๕๓ ง/หน้า ๘/๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2560 เรื่อง การปรับปรุงระบบการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2a92a99d00b60094

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com