法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กน. 15/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบ ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ กน. 15 /2543

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบ

ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 135 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กน. 10/2539 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“ผู้รับฝากทรัพย์สิน” หมายความว่า ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล

“ผู้จัดการ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของผู้รับฝากทรัพย์สินให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานของผู้รับฝากทรัพย์สิน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใดก็ตาม

“ลูกค้า” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลที่มอบหมายให้บริษัทจัดการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ คําว่า “ลูกค้า” หมายความถึง กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

“บริษัทจัดการ” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ขอรับความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินต้องเป็น

(1) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

(2) บริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(3) บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(4) บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต

(5) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะตามที่สํานักงานประกาศกําหนด หรือ

(6) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดที่มีวัตถุประสงค์หลักในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเก็บรักษาหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงิน และประกอบธุรกิจอื่นตามที่สํานักงานให้ความเห็นชอบ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ขอรับความเห็นชอบตามข้อ 3(1) ถึง (5) ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) สามารถดํารงเงินกองทุนและกันเงินสํารองได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของผู้ขอรับความเห็นชอบ และไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีฐานะทางการเงินที่เสื่อมลงอย่างมีนัยสําคัญ ในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนวันที่สํานักงานพิจารณาการให้ความเห็นชอบ

(2) มีการบริหารงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาการมีจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ และประวัติการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ กฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินในทํานองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต ทั้งนี้ ในระยะเวลาสามปีก่อนวันที่สํานักงานพิจารณาการให้ความเห็นชอบ

การพิจารณาคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาไปถึงกรรมการ ผู้จัดการ และกรรมการบริหาร รวมทั้งรองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้อํานวยการฝ่าย และผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของผู้ขอรับความเห็นชอบด้วย

(3) แสดงได้ว่าจะมีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

(ก) ระบบการแยกทรัพย์สินของลูกค้าออกจากทรัพย์สินของผู้รับฝากทรัพย์สินและระบบการดูแลรวมทั้งการเก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าว ตลอดจนการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการนําทรัพย์สินของลูกค้าไปใช้โดยทุจริต

(ข) ระบบการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของลูกค้า ตลอดจนข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งระบบการควบคุมการรับจ่ายทรัพย์สินของลูกค้า

(ค) ระบบการตรวจสอบและตรวจนับทรัพย์สินของลูกค้าเพื่อความถูกต้องครบถ้วน

(ง) ระบบการจัดทําบัญชีทรัพย์สินเพื่อแสดงรายการและจํานวนทรัพย์สิน ของลูกค้า ตลอดจนการบันทึกรายการรับหรือจ่ายทรัพย์สินของลูกค้าแต่ละราย

(จ) ระบบการดูแลและติดตามสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากทรัพย์สินของลูกค้า

(ฉ) ระบบการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการเก็บรักษาความลับของลูกค้า

(ช) ระบบอื่นใดที่แสดงถึงความพร้อมในการประกอบธุรกิจตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

(4) แสดงได้ว่าจะมีความพร้อมด้านบุคลากรของหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับผิดชอบงานด้านการเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะงานที่รับผิดชอบ และมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไปในการประกอบวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ขอรับความเห็นชอบตามข้อ 3(6) ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) มีคุณสมบัติตามข้อ 4 (3) และ (4)

(2) ไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีฐานะทางการเงินเสื่อมลงอย่างมีนัยสําคัญในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนวันที่สํานักงานพิจารณาการให้ความเห็นชอบ

(3) มีการบริหารงานที่ดีและมีประสิทธิภาพตามข้อ 4(2) ในระยะเวลาสามปีก่อน วันที่สํานักงานพิจารณาการให้ความเห็นชอบ

(4) แสดงได้ว่าจะมีเงินกองทุนหมุนเวียนที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ และสามารถแสดงได้ว่ามีหลักประกันหรือทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วที่เพียงพอเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของลูกค้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานประกาศกําหนด

(5) ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดที่เป็นสถาบันการเงินต้องสามารถดํารงเงินกองทุนและกันเงินสํารองได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของผู้ถือหุ้นดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ขอรับความเห็นชอบตามข้อ 3(6) ประกอบธุรกิจมาเป็นเวลาน้อยกว่าสามปี การพิจารณาคุณสมบัติตามข้อ 5(2) และ (3) ให้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ตลอดจนกรรมการและผู้จัดการของผู้ถือหุ้นดังกล่าวประกอบด้วย ทั้งนี้ จนครบระยะเวลาดังกล่าว แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้ขอรับความเห็นชอบตามข้อ 3(6) เป็นบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่ การพิจารณาคุณสมบัติตามข้อ 5(2) และ (3) ให้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ตลอดจนกรรมการและผู้จัดการของ ผู้ถือหุ้นดังกล่าวแทน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการขอรับความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน ให้ผู้ที่ประสงค์จะขอรับความเห็นชอบยื่นคําขอต่อสํานักงานตามแบบพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคําขอตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

การยื่นคําขอรับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นพร้อมด้วยสําเนาคําขอและสําเนาเอกสารหลักฐานประกอบคําขอจํานวนอย่างละสองชุด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้สํานักงานพิจารณาคําขอรับความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน ให้แล้วเสร็จ ภายในสี่สิบห้าวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สํานักงานได้รับคําขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินแจ้งให้สํานักงานทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนวันเริ่มประกอบธุรกิจ โดยแสดงให้สํานักงานมั่นใจได้ว่าผู้รับฝากทรัพย์สินได้จัดให้มีระบบงานที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 4(3) และมีความพร้อมด้านบุคลากรของหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับผิดชอบงานด้านการเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 4(4) และในกรณีที่ผู้ได้รับความเห็นชอบตามข้อ 3(6) ต้องแสดงว่ามีเงินกองทุนหมุนเวียนที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการประกอบ ธุรกิจตามข้อ 5(4) และเมื่อได้รับอนุญาตจากสํานักงานแล้วจึงจะเริ่มประกอบธุรกิจได้

ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับกับผู้ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน ที่สํานักงานได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามีระบบงานที่มีความพร้อมตามข้อ 4(3) และมีความพร้อมด้านบุคลากร ตามข้อ 4(4) อยู่แล้วในขณะที่ยื่นคําขอ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การให้ความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน ให้มีกําหนดคราวละสามปีนับตั้งแต่วันที่สํานักงานกําหนดไว้ในหนังสือแจ้งการให้ความเห็นชอบ

ในกรณีที่ผู้ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินประสงค์ที่จะต่ออายุการให้ความเห็นชอบ ผู้รับฝากทรัพย์สินต้องยื่นคําขอต่อสํานักงานตามแบบพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคําขอตามที่สํานักงานประกาศกําหนดก่อนวันสิ้นสุดอายุของการให้ความเห็นชอบอย่างน้อยหกสิบวัน

ให้สํานักงานพิจารณาคําขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบภายในสามสิบวันนับตั้งแต่ วันถัดจากวันที่สํานักงานได้รับคําขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน และในระหว่างการพิจารณาการต่ออายุตามวรรคสอง สํานักงานอาจกําหนดให้ผู้รับฝากทรัพย์สินแก้ไขเพิ่มเติมการดําเนินงาน ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด และให้ถือว่าการให้ความเห็นชอบยังคงมีอยู่ต่อไปจนกว่าสํานักงานจะสั่งการเป็นอย่างอื่น

ในกรณีที่สํานักงานไม่ให้ความเห็นชอบการต่ออายุ ผู้รับฝากทรัพย์สินต้องแจ้งการไม่ให้ความเห็นชอบให้บริษัทจัดการทราบภายในวันทําการถัดจากวันที่สํานักงานแจ้งการไม่ให้ความเห็นชอบการต่ออายุ และดําเนินการส่งมอบทรัพย์สินของลูกค้าให้ผู้รับฝากทรัพย์สินรายใหม่ที่บริษัทจัดการจัดให้มีให้เสร็จสิ้นก่อนวันสิ้นสุดอายุของการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน ผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานแล้วต้องจัดให้มีระบบงานตามข้อ 4(3) อย่างน้อยตามที่ได้เสนอสํานักงาน

การเปลี่ยนแปลงระบบงานตามวรรคหนึ่ง ผู้รับฝากทรัพย์สินต้องแจ้งให้สํานักงานทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหากสํานักงานไม่ทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสิบห้าวัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สํานักงานได้รับแจ้ง ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินดําเนินการเปลี่ยนแปลงระบบงานได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบงานอย่างเร่งด่วน ผู้รับฝากทรัพย์สินอาจแจ้งต่อ สํานักงานเพื่อขอทราบผลการพิจารณาโดยไม่ต้องรอให้ครบระยะเวลาสิบห้าวันดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(6) ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินดังกล่าวขอความเห็นชอบจากสํานักงานก่อน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ห้ามมิให้ผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(6) แต่งตั้งหรือยอมให้บุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ เป็นหรือทําหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สิน ทั้งนี้ ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินมีหนังสือแจ้งการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้จัดการ พร้อมด้วยสําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนกับนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกระทรวงพาณิชย์ ให้สํานักงานทราบภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน

(1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(2) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต

(3) เคยเป็นผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากสํานักงาน

(4) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ หรือผู้จัดการตามมาตรา 144 หรือมาตรา 145หรือเคยถูกถอดถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น

(5) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์

(6) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(7) เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดําตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(8) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดําเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์กฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินในทํานองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่มีอํานาจตามกฎหมายนั้น ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต

(9) เคยต้องคําพิพากษาว่ากระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์กฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการเงินในทํานองเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ ทั้งนี้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการบริหารงานที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทุจริต

(10) เคยถูกเปรียบเทียบปรับในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในส่วนที่ว่าด้วยการกระทําอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือกฎหมายต่างประเทศในทํานองเดียวกัน

(11) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน อันเนื่องจากการกระทําโดยทุจริต

(12) เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารที่มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายหรือต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกควบคุมกิจการ หรือถูกระงับการดําเนินกิจการเนื่องจากแผนแก้ไขฟื้นฟูฐานะหรือการดําเนินงานไม่ผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานที่กํากับดูแลสถาบันการเงินนั้นหรือของคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินหรือถูกสั่งการให้แก้ไขฐานะทางการเงินที่เสียหายด้วยการลดทุนและมีการเพิ่มทุนในภายหลังโดยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานหรือสถาบันการเงินของรัฐ

(13) มีการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริต

(14) จงใจอําพรางฐานะทางการเงินหรือผลการดําเนินงานที่แท้จริงของผู้รับฝากทรัพย์สิน หรือฐานะทรัพย์สินของลูกค้าที่ผู้รับฝากทรัพย์สินรับฝากไว้

(15) จงใจละเลยการดําเนินการตามคําสั่งของสํานักงานหรือคณะกรรมการ ก.ล.ต.ตามมาตรา 141 มาตรา 142 หรือมาตรา 143 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(16) มีการบริหารงานที่แสดงถึงการละเลยการทําหน้าที่ตามสมควรในการตรวจสอบดูแลมิให้บุคคลที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อันอาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจรับฝากทรัพย์สินโดยรวม หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง ฐานะ หรือการดําเนินธุรกิจ หรือต่อลูกค้าของธุรกิจนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลที่จะเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(6) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14 (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) หรือ (16) ให้สํานักงานมีอํานาจกําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สิน โดยคํานึงถึงความร้ายแรงของพฤติกรรมของบุคคลนั้นเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ระยะเวลาที่กําหนดดังกล่าวต้องไม่เกินห้าปีนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่บุคคลนั้นพ้นโทษตามคําพิพากษา หรือนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคําสั่งเปรียบเทียบปรับบุคคลนั้น หรือนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่มีคําวินิจฉัยของหน่วยงานที่มีอํานาจกํากับดูแลหรือพิจารณาพฤติกรรมดังกล่าว

ปัจจัยที่อาจนํามาใช้ในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมกับบุคคลที่เป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สิน และปรากฏลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14 (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) หรือ (16) ในภายหลัง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลใดเข้าข่ายที่กําหนดในข้อ 14 (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) หรือ (16) และความร้ายแรงของพฤติกรรมของบุคคลนั้นเมื่อได้พิจารณาตามปัจจัยที่สํานักงานประกาศกําหนดตามข้อ 15 แล้วอยู่ในกลุ่มของพฤติกรรมที่กําหนดระยะเวลาในการห้ามมิให้เป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สินสูงสุดไม่เกินหนึ่งปี สํานักงานอาจพิจารณาให้ถือว่าพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวมิได้เป็นลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในข้อ 14 หากไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าการที่บุคคลนั้นดํารงตําแหน่งกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สิน จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์ของลูกค้า หรือจะทําให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจรับฝากทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่บุคคลใดต้องห้ามมิให้เป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(6) อันเนื่องจากบุคคลนั้นมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14 (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) หรือ (16) เมื่อพ้นระยะเวลาที่กําหนดตามข้อ 15 หรือกรณีเป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดตามข้อ 15 แล้ว มิให้สํานักงานนําพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14 (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) หรือ (16) ที่ได้เคยใช้เป็นเหตุในการห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สินในครั้งก่อนมาเป็นเหตุในการห้ามในครั้งหลังอีก

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อปรากฏในข้อเท็จจริงว่ากรรมการหรือผู้จัดการรายใดของผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(6) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14 และสํานักงานมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับฝากทรัพย์สินทราบแล้ว ผู้รับฝากทรัพย์สินต้องดําเนินการให้กรรมการหรือผู้จัดการรายนั้นพ้นจากการเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของผู้รับฝากทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่จําเป็นและสมควรโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(6) มีกรรมการหรือผู้จัดการมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 14 ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินรายงานข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ถึงลักษณะต้องห้ามของกรรมการหรือผู้จัดการรายนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(1) ถึง (6) ดํารงคุณสมบัติตามข้อ 4 หรือข้อ 5(1) (2) (3) และ (4) แล้วแต่กรณี หากผู้รับฝากทรัพย์สินรายใดไม่สามารถดํารงคุณสมบัติดังกล่าวได้ ให้ผู้รับฝากทรัพย์สินรายนั้นแจ้งให้สํานักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันทําการถัดจากวันที่ไม่สามารถดํารงคุณสมบัติได้ และเมื่อผู้รับฝากทรัพย์สินสามารถดํารงคุณสมบัติดังกล่าวได้แล้ว ให้แจ้ง ต่อสํานักงานเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันทําการถัดจากวันดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สํานักงานมีอํานาจห้ามมิให้ผู้รับฝากทรัพย์สินรับฝากทรัพย์สินของลูกค้ารายใหม่ แต่ยังสามารถรับฝากทรัพย์สินของลูกค้ารายเดิมตามสัญญาเดิมจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุดลง หรือมีอํานาจเพิกถอนหรือสั่งพักการให้ความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินรายนั้นเป็นระยะเวลาตามที่สํานักงานเห็นสมควร หรือดําเนินการอื่นใดตามที่สํานักงานเห็นสมควร ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ผู้รับฝากทรัพย์สินที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดแห่งประกาศนี้

(2) ผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(1) ถึง (5) ที่ไม่สามารถดํารงคุณสมบัติตามข้อ 4

(3) ผู้รับฝากทรัพย์สินตามข้อ 3(6) ที่ไม่สามารถดํารงคุณสมบัติตามข้อ 5(1) (2) (3) หรือ (4)

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อีกไม่เกินหกเดือนนับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2543

(นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการ คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กน. 15/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการให้ความเห็นชอบ ผู้รับฝากทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคล (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2b90a15c97cc9caa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com