法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงกำหนดตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓

และที่แก้ไขเพิ่มเติม กระทรวงการคลังจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ (๓) และ (๕)

แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗ การขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ

ประเภทผู้ป่วยภายใน นอกจากที่กำหนดในข้อ ๘ ให้ปฏิบัติ ดังนี้

(๓)

ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามข้อ ๑๒ เป็นผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาพยาบาล

เว้นแต่ ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในส่วนราชการที่ตั้งอยู่ในอำเภอหรือกิ่งอำเภอ

จะให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอที่สังกัดนั้น

หรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน

ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖

หรือเทียบเท่าเป็นผู้ออกหนังสือรับรองให้ก็ได้

(๕)

เมื่อสถานพยาบาลได้รับหนังสือรับรองแล้ว

ให้ตรวจสอบบัตรประจำตัวผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลให้ถูกต้องตรงกับหนังสือรับรองโดยเคร่งครัด

เว้นแต่ผู้ที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าไม่ต้องมีบัตรประจำตัว

มิต้องตรวจสอบและให้เจ้าหน้าที่การเงินของสถานพยาบาลรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของผู้รับการรักษาพยาบาลนั้น

และจัดทำใบแสดงรายการค่ารักษาพยาบาลตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด

(กรณีสถานพยาบาลเป็นผู้เบิก)

เสนอให้หัวหน้าสถานพยาบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายรับรองว่าถูกต้องตามที่เรียกเก็บ

เพื่อจัดทำฎีกาเบิกเงินตามข้อ ๑๕ กับกรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัดแล้วแต่กรณีตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรอง

แล้วเก็บเอกสารดังกล่าวไว้เพื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคตรวจสอบตามข้อ

๒๔”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑

แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๑ ให้ผู้บังคับบัญชาหรือข้าราชการต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิ

(๑)

ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง ให้เลขานุการรัฐมนตรี เลขานุการกรม ผู้อำนวยการกอง

หัวหน้ากอง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบเท่าผู้อำนวยการกอง

หัวหน้ากอง เป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในสังกัด

ให้ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไปอย่างน้อยหนึ่งขั้นเป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของผู้บังคับบัญชาตามวรรคก่อน

ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลางแต่มีสำนักงานอยู่ในภูมิภาคหรือแยกต่างหากจากกระทรวง

ทบวง กรม ให้หัวหน้าสำนักงานนั้น ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน

ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๖

หรือเทียบเท่าเป็นผู้รับรองการใช้สิทธิของข้าราชการในสังกัด

การรับรองการใช้สิทธิของหัวหน้าหน่วยงานในราชการบริหารส่วนกลางที่มีสำนักงานอยู่ในส่วนภูมิภาค

หรือสำนักงานแยกต่างหากจากกระทรวง ทบวง กรม

ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไปอย่างน้อยหนึ่งขั้นจะมอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นเป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของตนเองก็ได้

สำหรับข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ตำแหน่งประเภททั่วไป

ระดับทักษะพิเศษ ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง

ประเภทบริหาร ระดับต้น หรือตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๙ ขึ้นไป

หรือตำแหน่งที่เทียบเท่าให้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของตนเอง

(๒)

ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ผู้บังคับบัญชาที่มียศตั้งแต่พันตรี

นาวาตรี นาวาอากาศตรี หรือพันตำรวจตรีขึ้นไป

เป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในสังกัด

ให้ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไปอย่างน้อยหนึ่งขั้นเป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของผู้บังคับบัญชาตามวรรคก่อน

หรือจะมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาตามวรรคก่อน

ซึ่งเป็นหัวหน้าสำนักงานแยกต่างหากจากส่วนราชการระดับกรมรับรองการใช้สิทธิของตนเองก็ได้

ข้าราชการทหารซึ่งมียศ

พันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอก หรือข้าราชการตำรวจซึ่งมียศพันตำรวจเอก และเงินเดือนในอัตราพันเอก

นาวาเอก นาวาอากาศเอกพิเศษ อันดับ ๒ หรือพันตำรวจเอกพิเศษ อันดับ ๒ ขึ้นไป

ให้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของตนเอง

(๓)

ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาค

ให้หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ

เป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในสังกัด

ให้ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไปอย่างน้อยหนึ่งขั้นเป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิผู้บังคับบัญชาตามวรรคก่อน

หรือนายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี

การรับรองการใช้สิทธิของนายอำเภอ

ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ

ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไปหนึ่งขั้นจะมอบหมายให้นายอำเภอ

ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอเป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของตนเองก็ได้

สำหรับกรณีสำนักงานจังหวัด

สำนักงานอำเภอ ให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัด นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ

เป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในสังกัด

ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป

ระดับทักษะพิเศษ ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง

ประเภทบริหาร ระดับต้น หรือตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๙ ขึ้นไปหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

ให้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของตนเอง

(๔)

การรับรองการใช้สิทธิของข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติราชการ

ให้ผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิ ณ

สำนักงานที่ไปช่วยปฏิบัติราชการเป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของข้าราชการดังกล่าว

และเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ ๑๒

(๕)

การรับรองการใช้สิทธิของลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย

และสัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลไว้หรือผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด

ให้ผู้เบิกเงินค่าจ้างเงินบำนาญ เบี้ยหวัด

เป็นผู้มีอำนาจรับรองการใช้สิทธิของบุคคลดังกล่าวข้างต้น แล้วแต่กรณี”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๒ ให้ผู้บังคับบัญชาหรือข้าราชการต่อไปนี้

เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(๑)

ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลาง

ให้เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภททั่วไป

ระดับชำนาญงาน ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ระดับ ๖

หรือเทียบเท่าหรือผู้ที่มียศตั้งแต่พันโท นาวาโท นาวาอากาศโท หรือพันตำรวจโทขึ้นไป

(๒)

หน่วยงานในราชการบริหารส่วนกลางแต่มีสำนักงานอยู่ในส่วนภูมิภาคหรือแยกต่างหากจากกระทรวง

ทบวง กรม

หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมจะมอบหมายให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นเป็นผู้อนุมัติการเบิกจ่ายเงินของหน่วยงานนั้นก็ได้

(๓)

ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาค ให้หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกเป็นผู้อนุมัติ เว้นแต่การอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของหัวหน้าส่วนราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อนุมัติ”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓

แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๓ การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการประเภทผู้ป่วยภายในตามข้อ

๗ ให้สถานพยาบาลเป็นผู้วางฎีกาเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลโดยตรงกับกรมบัญชีกลาง

หรือสำนักงานคลังจังหวัด แล้วแต่กรณี ที่สถานพยาบาลนั้น ๆ ตั้งอยู่

สำหรับโรงพยาบาลรถไฟฯ

โรงพยาบาลโรงงานยาสูบ โรงพยาบาลโรคปอดกรุงเทพ หรือสถานพยาบาลอื่นที่กระทรวงการคลังกำหนด

ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดของผู้มีสิทธิเป็นผู้เบิกเงินชำระหนี้ให้

การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีสถานพยาบาลของทางราชการเป็นผู้เบิกจ่าย

ให้จัดทำฎีกาขอเบิกเงินโดยหัวหน้าสถานพยาบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายรับรองว่า

ได้ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลโดยถูกต้องแล้วยื่นพร้อมสมุดคู่มือวางฎีกาต่อกรมบัญชีกลาง

หรือสำนักงานคลังจังหวัด แล้วแต่กรณี”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔

แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔ การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลตามข้อ

๙ ให้ส่วนราชการเจ้าสังกัดของผู้มีสิทธิเป็นผู้เบิกเงินกับกรมบัญชีกลาง

หรือสำนักงานคลังจังหวัดซึ่งเป็นสำนักงานเบิกเงินเดือนของผู้มีสิทธิ แล้วแต่กรณี”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕

แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๕ การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลตามข้อ ๑๓

นอกจากข้อ ๑๓ วรรคสอง

ให้ผู้เบิกใช้ฎีกาเงินงบประมาณที่จัดพิมพ์ตามระบบคอมพิวเตอร์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด

เบิกเงินงบกลางตามรายการที่สำนักงบประมาณกำหนด

หักผลักส่งเข้าบัญชีเงินฝากประเภทเงินบำรุงหรือเงินรายรับของสถานพยาบาลโดยให้สถานพยาบาลผู้เบิกขอเปิดบัญชีเงินฝากประเภทเงินบำรุงหรือเงินรายรับของสถานพยาบาลที่กรมบัญชีกลาง

หรือสำนักงานคลังจังหวัด แล้วแต่กรณี ขึ้นต่างหากอีกบัญชีหนึ่ง

การวางฎีกาเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามวรรคแรก

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กรมบัญชีกลางกำหนด

ในกรณีที่สถานพยาบาลผู้เบิกได้ขอเปิดบัญชีเงินฝากประเภทเงินบำรุงหรือเงินรายรับของสถานพยาบาลที่กรมบัญชีกลาง

หรือสำนักงานคลังจังหวัด ตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๑ ระเบียบการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๔

และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๓๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้ว ก็ให้ถือว่าถูกต้องตามระเบียบนี้

และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบนี้ต่อไปได้”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘

แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๘ การเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลกับสำนักงานคลังจังหวัด

ให้เบิกได้โดยไม่ต้องขอโอนเงินจัดสรร”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๒

แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

แต่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ให้ดำเนินการต่อไปตามระเบียบเดิมจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕

มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

กรณ์ จาติกวณิช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๘ ง/หน้า ๑/๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2bd179003603b36c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com