法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2550 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่

สนส. ๗/๒๕๕๐

เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

๑.

เหตุผลในการออกประกาศ

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ได้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗

โดยกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบในการทำธุรกรรมและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องไว้แล้วนั้น

ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเห็นว่าในสภาวะที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้นธนาคารพาณิชย์ไทยควรมีระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมเพื่อรองรับธุรกรรมที่กล่าว

และมีการบันทึกบัญชีและการประเมินมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรมดังกล่าวที่สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีสากลธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นสมควรยกเลิกประกาศดังกล่าว

โดยปรับปรุงมาเป็นประกาศฉบับนี้แทน

๒.

อำนาจตามกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ

แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๑๓ จัตวา แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.

๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ทั้งในฐานะที่เป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืม

และผู้ฝากหรือผู้ให้กู้ยืมตามข้อกำหนดในประกาศนี้

๓.

ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคารยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

๔.

เนื้อหา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๒ นิยาม

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

หมายถึง ธุรกรรมดังต่อไปนี้

(๑)

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวขึ้นอยู่กับตัวแปรอ้างอิงที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าซึ่งไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยปกติ

(๒) ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้ตามประเภทและอัตราที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

หรือให้สิทธิผู้รับฝาก (หรือผู้กู้ยืม)

ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือผู้ฝาก (หรือผู้ให้กู้ยืม)

ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสกุลเงินและอัตราที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า

(๓)

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมที่จะขยายระยะเวลาหรือไถ่ถอนก่อนครบกำหนดตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา

ทั้งนี้

ไม่รวมถึงเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ให้สิทธิผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมในการไถ่ถอนก่อนครบกำหนดตามประเพณีปฏิบัติตามปกติของตลาดตราสารทางการเงิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๓ หลักการ

(๑)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องสามารถบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(๒)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องไม่เสนอธุรกรรมดังกล่าวในลักษณะที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน

เช่น การทำธุรกรรมในลักษณะที่เป็นตัวกลางในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศโดยทางอ้อม

ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน และเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน

(๓) ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานในการทำธุรกรรมเพียงพอแก่การตรวจสอบไว้ในสถานที่ทำการของธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

พร้อมทั้งจะต้องรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๔) ธนาคารพาณิชย์จะต้องชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมอย่างชัดเจน

พร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้า

(๕)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกรรมนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๔ ลักษณะธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ได้รับอนุญาต

(๑)

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ในฐานะที่เป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืม ภายในขอบเขตดังต่อไปนี้

(ก) ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรในประเทศ

หรือให้สิทธิผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืมที่จะขยายระยะเวลาหรือไถ่ถอนก่อนครบกำหนดตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา

กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบ ๑ และบุคคลทั่วไปได้ โดยจะต้องมีการชำระคืนเงินต้นเต็มจำนวนให้แก่บุคคลดังกล่าวในฐานะผู้ฝากหรือเจ้าหนี้

(ข)

ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรต่างประเทศหรืออัตราแลกเปลี่ยน

กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบ ๑ หรือบุคคลที่มีภาระที่จะต้องส่งมอบหรือรับมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคตได้โดยจะต้องมีการชำระคืนเงินต้นเต็มจำนวนให้แก่บุคคลดังกล่าวในฐานะผู้ฝากหรือเจ้าหนี้

ทั้งนี้

การรับฝากเงินหรือกู้ยืมเงินจากบุคคลที่มีภาระที่จะต้องส่งมอบหรือรับมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคต

ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน หรืออัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศเป็นตัวแปรอ้างอิงเท่านั้น

และต้องเรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงภาระการส่งมอบหรือรับมอบเงินตราต่างประเทศในอนาคตประกอบด้วย

(ค)

ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ซึ่งให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้ตามประเภทและอัตราที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า

กับผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบ ๑ นี้ได้

(ง)

ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ซึ่งให้สิทธิผู้รับฝาก (หรือผู้กู้ยืม)ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

หรือผู้ฝาก (หรือผู้ให้กู้ยืม)

ในการซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสกุลเงินและอัตราที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าได้

เฉพาะกับสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

หรือบุคคลที่มีภาระที่จะต้องส่งมอบเงินตราต่างประเทศสกุลที่กำหนดในสัญญาอนุพันธ์แฝงในอนาคตเท่านั้น

โดยการทำธุรกรรมกับบุคคลดังกล่าวธนาคารพาณิชย์จะต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินและมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย

(จ) ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดในประกาศฉบับนี้

กับผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศได้

โดยจะต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

และมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้

การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงตาม ข้อ ๔.๔ (๑) (ก) - (ง)

ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำ ๑๐ ล้านบาทหรือเทียบเท่า

(๒) ตัวแปร

หรือกลุ่มตัวแปรที่นำมาใช้ในการอ้างอิงการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ได้แก่

(ก) อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงภายในประเทศ

(ข) อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในต่างประเทศ

(ค)

ราคาของกลุ่มหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(ง)

ราคาของกลุ่มหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

(จ) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

(ฉ) ดัชนีทางการเงิน

(ช) ตัวแปรอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

(๓) ดัชนีทางการเงินตามข้อ ๔.๔ (๒) (ฉ)

ที่ธนาคารพาณิชย์จะนำมาใช้เป็นตัวแปรอ้างอิงในการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(ก) เป็นดัชนีทางการเงินที่เกิดจากการคำนวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กำหนดไว้ในข้อ

๔.๔ (๒) หรือราคาหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

(ข)

เป็นดัชนีทางการเงินที่พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ

(ค)

เป็นดัชนีทางการเงินที่นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล

(ง) เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน

ผ่านสื่อที่เสนอข่าวที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ และ

(จ)

เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการกำหนดวิธีการคำนวณไว้อย่างชัดเจน

โดยมีการระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นำมาใช้ในการคำนวณ ทั้งนี้

ตัวแปรและปัจจัยที่นำมาใช้ในการคำนวณดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ

โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย

หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้

(๔)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ซึ่งมีการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้

จะต้องกระทำภายในขอบเขต ดังนี้

(ก) กรณีเป็นตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศ

หากทำธุรกรรมกับผู้ลงทุนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

คู่สัญญาดังกล่าวต้องเป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

โดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและรายงานข้อมูลต่างๆ

ตามที่เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินกำหนด

โดยถือเสมือนหนึ่งเป็นการขายตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

(ข) กรณีเป็นตราสารหนี้สกุลเงินบาท ตราสารหนี้ดังกล่าวจะต้องเป็นตั๋วเงินคลังพันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและหุ้นกู้ที่รัฐบาลค้ำประกันหรือตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับ

BBB หรือเทียบเท่าขึ้นไปจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ

ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

(๕)

การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

หากมีการออกบัตรเงินฝากหรือตราสารหนี้ จะต้องระบุเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ

ยกเว้นในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกสามารถควบคุมดูแลการโอนเปลี่ยนมือให้อยู่ภายในกลุ่มผู้ลงทุนตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารพาณิชย์อาจไม่กำหนดเงื่อนไขการห้ามเปลี่ยนมือดังกล่าวได้

อนึ่ง

หากธนาคารพาณิชย์ใดมีข้อสงสัยว่าธุรกรรมที่จะทำนั้นอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

ให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทำธุรกรรมดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๕ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงและการป้องกันความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมดังกล่าวต้องไม่ขัดกับกฎหมายและระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

และมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๖ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง

ธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสอดคล้องกับการทำธุรกรรม

และถือปฏิบัติ ดังนี้

(๑) คณะกรรมการธนาคาร

หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในประเทศหรือต่างประเทศ

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ)

จะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และจะต้องเป็นผู้กำหนดและอนุมัตินโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ในการทำธุรกรรม

การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในและการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร

ทั้งนี้

การเปลี่ยนแปลงนโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ข้างต้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารหรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในประเทศหรือต่างประเทศ

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) ก่อนทุกครั้ง

(๒)

คณะกรรมการย่อยและผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าวจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมดังกล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีและจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ที่ได้รับความเห็นชอบอย่างใกล้ชิด

และให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมดังกล่าว ทั้งนี้

จะต้องจัดให้มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกรรมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งก่อนการทำธุรกรรม

เว้นแต่ธนาคารพาณิชย์ได้เคยดำเนินการวิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกรรมดังกล่าวแล้ว

หรือธุรกรรมดังกล่าวมีความเสี่ยงที่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากธุรกรรมที่ธนาคารพาณิชย์ได้เคยดำเนินการวิเคราะห์ความเสี่ยงแล้ว

(๓) นโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ในการทำธุรกรรม

การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในและการตรวจสอบ

อย่างน้อยจะต้องครอบคลุมเนื้อหาดังต่อไปนี้

(ก) การทำธุรกรรม

ต้องครอบคลุมขอบเขตและลักษณะของธุรกรรมที่สามารถทำได้ทั้งในด้านที่เป็นผู้รับฝากหรือผู้กู้ยืม

และผู้ฝากหรือผู้ให้กู้ยืม อย่างชัดเจน โดยอาจแบ่งเป็น

ประเภทตัวแปรอ้างอิงหรือกลุ่มของตัวแปรอ้างอิงของธุรกรรมที่สามารถทำได้

ซึ่งในการพิจารณาจะต้องทำการพิจารณาข้อมูล และวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดจากประเภท

โครงสร้างธุรกรรม

และตัวแปรอ้างอิงแต่ละตัวแปรหรือกลุ่มของตัวแปรอ้างอิงอย่างเหมาะสม รวมทั้งจะต้องกำหนดเพดานขั้นสูงของการทำธุรกรรมโดยอาจแบ่งเป็นประเภทตามความเหมาะสม

(ข)

การบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

ซึ่งอย่างน้อยจะต้องครอบคลุมถึง โครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหาร (วัด

ติดตาม บริหาร และควบคุม) ความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

ระบบงานที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์

บุคลากรที่รับผิดชอบเป็นลำดับขั้น การกำหนดเพดานความเสี่ยงต่างๆ

ให้เหมาะสมกับระบบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น PV๐๑,

VaR, Stop loss, Delta,

Gamma, Vega, Correlation

risk เป็นต้น

รวมทั้งจะต้องกำหนดให้มีการรายงานต่อคณะกรรมการธนาคาร

หรือโดยผ่านคณะกรรมการชุดย่อยที่ได้รับมอบหมาย

แล้วสรุปรายงานประเด็นสำคัญให้คณะกรรมการธนาคารทราบ

หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในประเทศหรือต่างประเทศ

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) อย่างสม่ำเสมอ

(ค) การควบคุมภายในและตรวจสอบ

ซึ่งอย่างน้อยจะต้องครอบคลุมถึงการแบ่งแยกหน้าที่ และการจัดโครงสร้างองค์กร

สายบังคับบัญชาที่เหมาะสมและชัดเจน

รวมถึงการรายงานการติดตามการปฏิบัติตามขั้นตอนการปฏิบัติตามลำดับชั้นการรายงานอย่างต่อเนื่อง

(๔)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการทำธุรกรรมทั้งในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออกตราสาร

และในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ลงทุนในตราสาร การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

และการควบคุมภายใน ไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนในการทำธุรกรรม

เช่น การขออนุมัติตามอำนาจในการอนุมัติของผู้บริหารแต่ละระดับ

การพิจารณาความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งก่อนและหลังทำธุรกรรม

การตรวจสอบเพดานคงเหลือ

การพิจารณาสภาพคล่องของสภาวะตลาดในการบริหารความเสี่ยงของธุรกรรมนั้นๆ เป็นต้น และจะต้องครอบคลุมถึงกระบวนการและระบบที่ใช้ในการวิเคราะห์

ติดตามและควบคุมความเสี่ยง ตั้งแต่กระบวนการในการวิเคราะห์ความเสี่ยง

การติดตามความเสี่ยงซึ่งรวมถึงการทดสอบ Stress Test

ด้วย ขั้นตอนการปฏิบัติกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ

ไปในทิศทางที่เป็นผลลบกับธนาคารพาณิชย์ โดยอาจพิจารณาในลักษณะผลกระทบต่อ Portfolio

โดยรวมก็ได้ การควบคุมระดับความเสี่ยงให้อยู่ภายในเพดาน

รวมทั้งขั้นตอนการรายงานและการปฏิบัติกรณีเกิดความเสียหายเกินกว่าเพดานที่กำหนดการทดสอบประสิทธิภาพ

ความถูกต้องและแม่นยำของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น

มีการทดสอบ Back Test ของแบบจำลอง Value

at Risk อย่างสม่ำเสมอ

วิธีการบันทึกบัญชีของรายการดังกล่าว ระบบ/วิธีการทางภาษีอากร การจัดทำรายงาน

และประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าว ทั้งนี้

ขั้นตอนการปฏิบัติดังกล่าวจะต้องกำหนดระยะเวลาหรือความถี่ในการปฏิบัติตามความเหมาะสมด้วย

(๕)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ (Risk

Management Unit) จากหน่วยงานที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งในด้านการจัดโครงสร้างองค์กร

และในทางปฏิบัติโดยหน่วยงานดังกล่าวจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ประเมินติดตาม

ควบคุม

ตรวจสอบดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารพาณิชย์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้

จะต้องมีการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการธนาคารผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศหน่วยงานบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศก็ได้

โดยจะต้องมีการแจ้งให้หน่วยงานในประเทศไทยที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่ทราบอย่างสม่ำเสมอ

(๖)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีบุคลากรในแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

หน่วยงานที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง หน่วยงานบริหารความเสี่ยง หน่วยงานด้านปฏิบัติการ

และหน่วยงานควบคุมภายในที่เพียงพอที่จะรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอ

(๗) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีมาตรการในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพ

สามารถสะท้อนและรองรับความเสี่ยงแต่ละประเภทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้อย่างชัดเจนถูกต้อง

แม่นยำ ทั้งนี้ ให้เน้นประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยง ด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest

rate Risk) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

(Foreign Exchange Risk) ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุน

(Equity Price Risk) ความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการประกอบธุรกรรม

Options เช่น Delta Vega Gamma

Theta และ Rho

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) ความเสี่ยงด้านเครดิต

(Credit Risk) ซึ่งรวมถึง Pre-settlement

Risk และ Settlement Risk

และความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของค่าสหสัมพันธ์ (Correlation

risk) และมีการนำระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติ

เว้นแต่กรณีที่ธนาคารพาณิชย์บริหารความเสี่ยงในลักษณะ Back to

Back ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่มีความเสี่ยงด้านตลาด

จึงไม่จำเป็นต้องมีระบบรองรับความเสี่ยงดังกล่าว

(๘)

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark

to Market) ที่เหมาะสม ชัดเจน

และสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง และมีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของยอดคงค้างในส่วนของอนุพันธ์แฝง[๑]

ณ ทุกสิ้นวันทำการ โดยในการประเมินมูลค่ายุติธรรม

ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีมาตรฐานบัญชีดังกล่าว

ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชีสากล โดยสามารถสรุปได้ตามเอกสารแนบ ๒

นอกจากนี้

ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ประเมินมูลค่ายุติธรรมโดยใช้เทคนิคการประเมินมูลค่า[๒]

เทคนิคดังกล่าวจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระให้การรับรองด้วย อนึ่ง

ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบวิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมที่กล่าวแล้วพบว่าธนาคารพาณิชย์ยังถือปฏิบัติไม่รัดกุมพอหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการเพิ่มเติมตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี

(๙)

ธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับกลุ่มของตัวแปร

หรือมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนีทางการเงิน

หรือมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรตัวใดตัวหนึ่งในกลุ่มของตัวแปรที่กำหนดไว้ในสัญญาโดยไม่มีการกำหนดแน่ชัดว่าเป็นตัวแปรใดในกลุ่มตั้งแต่วันเริ่มต้นของสัญญาแต่กำหนดเป็นเงื่อนไขแทน

ซึ่งไม่ได้มีการบริหารความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยการทำธุรกรรมในส่วนของอนุพันธ์ทางการเงินที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการแต่เป็นฐานะตรงกันข้าม

(Back to back) ต้องมีมาตรการและระบบดังต่อไปนี้

(ก)

ระบบข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคาดการณ์ทิศทางและแนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตัวแปรแต่ละประเภทที่ใช้อ้างอิง

เช่น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาหุ้นเป็นต้น

(ข) ระบบบริหารการลงทุนในลักษณะ Portfolio

Model ที่สามารถวิเคราะห์จัดสรรอัตราส่วนการลงทุนในตัวแปรแต่ละประเภท

(Asset Allocation) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

โดยแบบจำลองที่กล่าวจะต้องสามารถวัดและคาดการณ์ผลตอบแทนจากการลงทุนในตัวแปรแต่ละประเภท

และผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในลักษณะ Portfolio ได้อย่างน้อยทุกวัน

รวมทั้งจะต้องครอบคลุมถึงการวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่างตัวแปรที่ใช้อ้างอิงด้วย

(ค) มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการวิเคราะห์ ทบทวน

และปรับอัตราส่วน (Re-Balance) ของการลงทุนในตัวแปรแต่ละประเภท

(Asset Allocation) ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ

ทิศทางของภาวะตลาดเงิน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ รวมทั้งทำให้การลงทุนดังกล่าวมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนที่จะจ่ายให้กับผู้ลงทุน

ณ งวดการจ่ายดอกเบี้ย หรือ ณ วันครบกำหนด อย่างต่อเนื่อง

(ง) ระบบงานสำหรับวัด ติดตาม

และควบคุมความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมดังกล่าวให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

(Limit) อย่างน้อยทุกวัน

โดยระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการทำธุรกรรม

Options ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นกลุ่มของสินทรัพย์ เช่น Vega

Delta Gamma และ Cross-Delta

ระหว่างตัวแปรที่ใช้อ้างอิงด้วย

(๑๐) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน

และการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ

รวมทั้งมีระบบข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานการตรวจสอบและเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) โดยหน่วยงานดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในต่างประเทศก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๗ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน

(๑)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรม

ได้แก่ เลขที่อ้างอิง วันที่ทำธุรกรรม ประเภทธุรกรรม คู่สัญญา ฐานะการทำธุรกรรม

(รับฝาก/กู้ยืม หรือฝาก/ให้กู้ยืม) ตัวแปรอ้างอิง อนุพันธ์แฝง สกุลเงินของธุรกรรม

จำนวนเงินจำนวนเงินเป็นสกุลบาทเทียบเท่า Mark to

Market/Delta Equivalent วันครบกำหนด

ในรูปสื่อคอมพิวเตอร์ตามรูปแบบที่กำหนดตามเอกสารแนบ ๓ และจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจำทุกเดือนภายใน

๒๑ วันนับจากวันสิ้นเดือน โดยจัดส่งผ่านทางระบบบริหารข้อมูลผ่านทางช่องทาง DMS

DA (Extranet) ตลอดจนจัดเก็บหลักฐานในการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เองเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ

หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

(๒)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

จะต้องดำเนินการแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นลายลักษณ์อักษร

เมื่อมีการนำเสนอตัวแปรอ้างอิงที่เป็นดัชนีทางการเงินใดเป็นครั้งแรก

หรือมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะธุรกรรมในรายละเอียด หรือทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับกลุ่มของตัวแปรเป็นครั้งแรก

หรือมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในการทำธุรกรรมดังกล่าว ทั้งนี้

จะต้องดำเนินการภายใน ๗

วันทำการนับจากวันที่ทำธุรกรรมดังกล่าวโดยต้องรายงานลักษณะของธุรกรรม

ซึ่งแสดงถึงส่วนประกอบของอนุพันธ์ทางการเงินพื้นฐาน Termsheet

และวิธีการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์หยุดทำธุรกรรมในลักษณะดังกล่าวได้หากในการพิจารณาเห็นว่าธุรกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องตามหลักการและกรอบการทำธุรกรรมที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๓)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ซึ่งให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้

จะต้องรายงานการประกอบธุรกรรมการซื้อสิทธิที่จะขายหรือขายสิทธิที่จะซื้อตราสารหนี้ที่แฝงอยู่กับการรับเงินฝากหรือการกู้ยืมเงินหรือธุรกรรมการขายสิทธิที่จะขายหรือซื้อสิทธิที่จะซื้อตราสารหนี้ที่แฝงอยู่กับการฝากเงินหรือการให้กู้ยืมเงิน

ให้ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Market

Association (TBMA)) โดยมีรายละเอียดตามที่ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้กำหนด

ทั้งนี้

ต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ

หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอด้วย

(๔)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ซึ่งให้สิทธิคู่สัญญาในการชำระคืนหรือรับชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนเป็นตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศกับผู้ลงทุนสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินตราต่างประเทศ

จะต้องรายงานข้อมูลต่างๆ

ตามที่กำหนดในหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานควบคุมแลกเปลี่ยนเงิน โดยถือเสมือนหนึ่งเป็นการขายตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๘

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลและการบันทึกบัญชี

(๑)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ต้องเปิดเผยข้อมูลและบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าว

ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีสากล

โดยในเรื่องของการจัดประเภทรายการและการรับรู้กำไรขาดทุนจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมสำหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงสามารถสรุปได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในเอกสารแนบ

(๒)

ในการพิจารณาจัดประเภทและบันทึกบัญชีสำหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงนั้น

จะต้องพิจารณาทั้งรูปแบบและเนื้อหาในสัญญาร่วมกับความตั้งใจและความสามารถในการลงทุน

รวมทั้งพิจารณาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างอนุพันธ์แฝงและตราสารหลักประกอบด้วยซึ่งธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทำกระบวนการที่ใช้ในการพิจารณาจัดประเภทและบันทึกบัญชี

ตลอดจนจัดเก็บหลักฐาน เอกสารต่างๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาดังกล่าว

ไว้เพื่อให้ผู้สอบบัญชีและธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ในการตรวจสอบ หรือนำส่งเมื่อมีการร้องขอด้วย

(๓)

สำหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ธนาคารพาณิชย์ได้ทำไปก่อนที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้

ให้เปลี่ยนการจัดประเภทเงินลงทุนและบันทึกบัญชี

รวมทั้งประเมินมูลค่ายุติธรรมให้ถูกต้องตามข้อ ๔.๘ และ ๔.๖ (๘) ตั้งแต่งวดการบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่

๑ มกราคม ๒๕๕๑ เป็นต้นไป สำหรับงวดบัญชี ๖ เดือนหลังที่สิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม

๒๕๕๐

ให้ธนาคารพาณิชย์เปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

รวมทั้งผลกระทบที่จะมีต่องบการเงินและเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศนี้

ในหมายเหตุประกอบงบการเงินด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๙ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้ข้อมูลลูกค้า

(๑)

การทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์นั้น

ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการวิเคราะห์พร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ทำตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้าก่อนทำธุรกรรม

(Client Suitability Analysis)

ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาประเด็นต่างๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้กำหนดต่อไป

(๒)

การทำธุรกรรมต้องชี้แจงให้คู่สัญญาเข้าใจลักษณะธุรกรรม

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเงื่อนไขและวิธีการคำนวณและการจ่ายชำระคืนเงินต้นและผลตอบแทน

และการคิดค่าปรับในกรณีที่ลูกค้าต้องการถอนเงินฝากหรือเรียกคืนเงินให้กู้ยืมก่อนครบกำหนดสัญญา

ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนตกลงทำสัญญา

รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้าตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้กำหนดต่อไป

(๓) ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการรับคำร้องเรียนจากลูกค้า

และมีการรายงานต่อคณะผู้บริหารเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไข

และป้องกันการเกิดปัญหาที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๐ การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๑)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง[๓]

จะต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝง

หรือประเมินมูลค่ายุติธรรมธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงทั้งจำนวนในกรณีที่ไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เป็นอนุพันธ์แฝงได้อย่างน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้จะต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม CDO Credit

Linked Notes/Deposits First

to default Credit Linked

Notes/Deposits Proportionate Credit

Linked Notes/Deposits ที่ได้ทำไปแล้ว

รวมถึงธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Instruments)

สำหรับธุรกรรมตามกล่าวข้างต้น (ถ้ามี)[๔]

มารวมคำนวณด้วย

ให้ธนาคารพาณิชย์ประเมินมูลค่ายุติธรรมตามความในวรรคหนึ่งอย่างต่อเนื่อง[๕]

หากปรากฏว่ามีผลขาดทุนสุทธิ ให้นำผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวมาหักออกจากเงินกองทุน ณ

สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์

ถ้ามีผลทำให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ธนาคารพาณิชย์จะต้องดำ

เนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติที่ได้กำหนดไว้ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะต้องกำหนดไว้อย่างละเอียด

ชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร

โดยรวมถึงการรายงานบุคคลที่เกี่ยวข้องตามระดับความรุนแรงและระยะเวลาในการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนด้วย

สำหรับปัญหาที่รุนแรงจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณาสั่งการและเร่งดำเนินการแก้ไขด้วยรวมทั้งจะต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบถึงแนวทางการแก้ปัญหาด้วย

ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงเพิ่มเติมให้ธนาคารพาณิชย์ประเมินมูลค่ายุติธรรมตามความในวรรคหนึ่งก่อนทุกครั้ง

ถ้ามีผลขาดทุนสุทธิให้นำมาหักออกจากเงินกองทุน ณ

สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้

เงินกองทุนที่คำนวณได้จะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราตามที่กฎหมายกำหนดและมีเพียงพอที่จะรองรับการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ต้องการจะทำเพิ่ม

มิฉะนั้น

ธนาคารพาณิชย์จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงดังกล่าวไม่ได้

นอกจากนี้

แม้จะมีเงินกองทุนรองรับเพียงพอที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงดังกล่าวแล้ว

ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสองต่อไปด้วย

(๒)

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงจะต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย

และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับลูกหนี้รายใหญ่ หลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุน

หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านตลาด หลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องรวมไปถึงหลักเกณฑ์อื่นๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๑ ข้อกำหนดอื่น

(๑)

ห้ามธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงเกินวงเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๒)

การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงของสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ

ให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่

และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ในข้อ

๔.๖ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔.๗ - ๔.๑๐ ของประกาศฉบับนี้ด้วย

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีสาขาที่กล่าวทำธุรกรรมกับบุคคลในประเทศไทย

ซึ่งจะต้องถือปฏิบัติตามกรอบและข้อกำหนดตามประกาศฉบับนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔.๑๒

การเปลี่ยนแปลงกรอบการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีความจำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ในการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงในอนาคตตามความเหมาะสมรวมทั้งอาจมีความจำเป็นต้องพิจารณาสั่งการเพิ่มเติมตามความเหมาะสมในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบพบการถือปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ใดที่ไม่รัดกุมหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

๕.[๖]

วันเริ่มต้นการถือปฏิบัติ

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ธาริษา

วัฒนเกส

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

เอกสารแนบประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

(เอกสารแนบ 1)

๒.

การประเมินมูลค่ายุติธรรม (เอกสารแนบ 2)

๓.

แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง

(เอกสารแนบ 3)

๔.

คำอธิบายแบบรายงานธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันแฝง

๕.

การจัดประเภทและการรับรู้กำไร/ขาดทุนจากการประเมินมูลค่ายุติธรรม

(เอกสารแนบ 4)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๒๖

พฤศจิกายน ๒๕๕๐

1 ขึ้นอยู่กับประเภทความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์

[๑] ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝงแยกออกจากตราสารหลักได้อย่างน่าเชื่อถือ

ให้ธนาคารพาณิชย์ประเมินมูลค่าตราสารดังกล่าวทั้งจำนวน

[๒] เฉพาะกรณีที่ใช้วิธีการคิดลดกระแสเงินสด

(Discounted

cash flow analysis) วิธีการหามูลค่า Option (Option Pricing Model)

หรือเทคนิคการประเมินมูลค่าที่ใช้กันอย่างแพร่หลายระหว่างผู้เล่นในตลาด

[๓] ธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง หมายถึง ธุรกรรมที่มี Risk Profile ในทางตรงกันข้ามกับฐานะที่มีอยู่ก่อนหรือเป็นธุรกรรมที่สามารถลดหรือจำกัดความเสี่ยงอย่างมีนัยต่อผลขาดทุนที่เกิดขึ้นกับฐานะของอนุพันธ์ทางการเงินที่มีอยู่ก่อน

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทำเอกสารหลักฐานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเพื่อให้

ธปท. สามารถตรวจสอบได้

[๔] ธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง

หมายถึง ธุรกรรมที่มี Risk Profile ในทางตรงกันข้ามกับฐานะที่มีอยู่ก่อนหรือเป็นธุรกรรมที่สามารถลดหรือจำกัดความเสี่ยงอย่างมีนัยต่อผลขาดทุนที่เกิดขึ้นกับฐานะของอนุพันธ์ทางการเงินที่มีอยู่ก่อน

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทำเอกสารหลักฐานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเพื่อให้

ธปท. สามารถตรวจสอบได้

[๕] กรณีที่ธนาคารพาณิชย์มีเงินลงทุนในธุรกรรม

CDO

Credit

Linked

Notes/Deposits

First

to

default

Credit

Linked

Notes/Deposits

Proportionate

Credit

Linked

Notes/Deposits

และธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงเกินกว่าร้อยละ 1 ของสินทรัพย์รวม

ให้ทำการคำนวณผลกระทบที่กล่าวทุกสิ้นวัน สำหรับกรณีอื่นๆ

ให้จัดทำอย่างน้อยทุกสิ้นเดือน

[๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๘๒ ง/หน้า ๑๑/๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 7/2550 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2c1e5bd17127963f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com