法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัคร การสอบคัดเลือก และการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ.2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
40
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยการสมัคร

การสอบคัดเลือก และการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ

ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครการสอบคัดเลือก

และการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ วรรคสอง มาตรา ๒๘ วรรคสอง และวรรคสาม และมาตรา

๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครการสอบคัดเลือก

และการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ.

๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการสอบคัดเลือก

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. ๒๕๔๕

(๒) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการสอบคัดเลือก

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

(๓) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการสอบคัดเลือก

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๔) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการสอบคัดเลือก

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑

(๕) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการสอบคัดเลือก

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๓

(๖) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. ๒๕๔๕

(๗) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

(๘) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๙) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๑๐) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑

(๑๑) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัครและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๓

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ก.ต.” หมายความว่า

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ที่ ก.ต.

แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ผู้สมัคร

“ผู้สมัคร” หมายความว่า

ผู้สมัครสอบคัดเลือกและผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา ๒๗ และ ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เมื่อใด

ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอขอความเห็นชอบจาก ก.ต. เพื่อจัดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้

โดยให้ ก.ต. ประกาศเกี่ยวกับการรับสมัคร

และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ

รองประธานกรรมการ และกรรมการตามจำนวนที่จำเป็น ทั้งนี้ โดย ก.ต. จะแต่งตั้งเฉพาะประธานกรรมการและรองประธานกรรมการก็ได้

แล้วให้ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการร่วมกันจัดทำรายชื่อผู้ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเสนอ

ก.ต. พิจารณาแต่งตั้งต่อไป

การแต่งตั้งประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตามวรรคหนึ่ง

ให้คำนึงถึงคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ในการสอน

และการเป็นกรรมการสอบวิชากฎหมายของผู้ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นส่วนสำคัญ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์แห่งราชการศาลยุติธรรม

ก.ต.

อาจกำหนดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้แต่ละคราวมีเพียงการสอบคัดเลือกของผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๗ หรือมีการทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ)

(ฉ) หรือ (ช) ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ

และการทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

หรือมีทั้งการสอบคัดเลือก และการทดสอบความรู้ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อในคราวเดียวกันก็ได้

ในกรณีที่ ก.ต. กำหนดให้มีการสอบคัดเลือกของผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๗ กับการทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ)

หรือ (ช) และผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) ในคราวเดียวกัน ให้คณะกรรมการจัดให้มีการสอบผู้สมัครทุกประเภทในวันเดียวกัน

โดยมีข้อสอบสำหรับผู้สมัครแต่ละประเภทแยกต่างหากจากกันตามหลักเกณฑ์และวิธีการออกข้อสอบที่กำหนดในระเบียบนี้

ในกรณีที่ผู้สมัครมีคุณสมบัติในการสมัครสอบประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลายประเภท

ให้ผู้สมัครแสดงความจำนงว่าจะสมัครสอบคัดเลือกหรือทดสอบความรู้ประเภทใดในวันยื่นใบสมัคร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงานออกประกาศ

หรือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ตามที่เห็นสมควร

การสอบคัดเลือกของผู้สมัคร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การสอบคัดเลือกของผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๗ ให้มีทั้งการสอบข้อเขียน และการสอบปากเปล่า

วิชาที่สอบคัดเลือกคือ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา

กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

กฎหมายรัฐธรรมนูญ ภาษาอังกฤษ และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

หรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หรือกฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายแรงงาน

หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การสอบข้อเขียนมี

๓ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๖ ข้อ และกฎหมายอาญา

จำนวน ๔ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง ๑๐ นาที คะแนนเต็ม ๑๐๐

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน จำนวน ๓ ข้อ

พระธรรมนูญศาลยุติธรรมกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ จำนวน ๑ ข้อ และให้เลือกสอบในกฎหมายลักษณะวิชา

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค จำนวน ๒ ข้อ

รวมจำนวนข้อสอบทั้งหมด ๗ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๕๕ นาที คะแนนเต็ม ๗๐ กับภาษาอังกฤษ

จำนวนข้อสอบตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร เวลา ๑ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐ โดยสำหรับลักษณะวิชาที่ให้เลือกสอบผู้สมัครต้องแสดงความจำนงว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใดในวันยื่นใบสมัคร

(๓) วันที่สาม วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๖ ข้อ

และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๔ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง ๑๐ นาที คะแนนเต็ม ๑๐๐

การทดสอบความรู้

คุณวุฒิและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา ๒๘ (๒)

(ก) (ข) หรือ (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.

๒๕๔๓ ต้องได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายต่อไปนี้ จากต่างประเทศหรือในการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายในประเทศไทย

แล้วแต่กรณีด้วย คือ

(๑) กฎหมายอาญา

(๒) กฎหมายแพ่ง

ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวม ๔ วิชา

หรือกฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

และกฎหมายพิเศษตามที่ระบุท้ายระเบียบนี้ รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า ๔ วิชา และ

(๓) กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือกฎหมายล้มละลาย

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายดังต่อไปนี้

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องศึกษาวิชากฎหมายตามวรรคหนึ่ง

(๑)

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายที่จัดไว้เป็นหลักสูตรเฉพาะด้านในวิชากฎหมายเด็กและเยาวชน

กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายล้มละลาย กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

(๒)

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายที่อยู่ในกลุ่มวิชากฎหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวรรคสอง

(๑) ไม่น้อยกว่า ๔ วิชา

และได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งอีกไม่น้อยกว่า ๒

วิชา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย ๑ วิชา ต้องเป็นวิชาตาม (๑) (๓) หรือกฎหมายแพ่ง

ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณจำนวนวิชาที่กำหนดในข้อ

๑๒ วรรคหนึ่ง (๒) และวรรคสอง (๒) ถ้าผู้สมัครคนใดได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายในระบบการจัดการศึกษาที่กำหนดให้มีการเรียนการสอนวิชากฎหมายนั้นตลอดปีการศึกษาและมีการวัดผลเมื่อสิ้นปีการศึกษา

ให้ถือว่าผู้นั้นได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าว ๒

วิชา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี

หรือสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศซึ่ง

ก.ต. รับรอง โดยมีหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

ต้องได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์หรือเทียบเท่าคณะนิติศาสตร์มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๕ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (จ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่ง

(๑) นิติกร ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.ศ. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ หรือ

(๒) เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.ศ. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ หรือ

(๓) เจ้าพนักงานคดี

ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.ศ. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ทั้งนี้ ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งนิติกรเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม

หรือเจ้าพนักงานคดี ไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการ

การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง

ให้นับเฉพาะเวลาที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนั้นเท่านั้น

เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาการปฏิบัติงานของผู้สมัครตามวรรคหนึ่ง

ถ้าผู้นั้นเคยดำรงตำแหน่งนิติกร เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

หรือพนักงานคุมประพฤติในกระทรวงยุติธรรมอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ และได้โอนมาเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมโดยผลของกฎหมายดังกล่าว

หรือโดยวิธีอื่นก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๕

หากผู้บังคับบัญชารับรองตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ว่าในระหว่างที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวในกระทรวงยุติธรรมได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่

ก.พ. กำหนด

ก็ให้นับเวลาที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวรวมเป็นเวลาปฏิบัติงานของผู้สมัครนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาแพทยศาสตร์

ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์

วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม

เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

แล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี

หรือได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

ตามเงื่อนไขในข้อ ๒๐ มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

ต้องสอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาวิชาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์

เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์

หรือการบัญชี และได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์

การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แล้วแต่กรณี มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๑๐ ปี

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งต้องส่งหลักฐานที่แสดงประสบการณ์ในการทำงาน

ผลงาน หรือความรู้เฉพาะด้านในวิชาการด้านนั้น ๆ

เพื่อประกอบการประเมินความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของคณะอนุกรรมการประเมินซึ่ง

ก.ต. แต่งตั้งขึ้น

ผู้ผ่านการประเมินของคณะอนุกรรมการประเมินจึงจะเป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ฉ) (ช) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.

๒๕๔๓ ซึ่งประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์

การพยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม

หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน จะต้องมีหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชามาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ผู้สมัครตามวรรคหนึ่งซึ่งมิได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีหนังสือรับรองตนเองมาแสดงว่าได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

เงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ข) (ค) หรือ (ฉ) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

นายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน

เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

หรือเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.

๒๕๔๓ จะต้องได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่าที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นทนายความจะต้องได้ว่าความในศาลโดยทำหน้าที่หรือมีส่วนร่วมทำหน้าที่ทนายความในการที่ศาลออกนั่งพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า

๑๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ) ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า ๕

เรื่อง

(๒) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง

หรือตำรวจต้องปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๓)

ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นนายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวนหรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน

กระทรวงกลาโหม

ต้องได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทหารมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐

เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๔) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.)

ต้องปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ฉ)

(๕) ผู้ที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง

(งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.)

ต้องปฏิบัติงานพิจารณาวินิจฉัย หรือสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ เรื่อง

สำหรับผู้สมัครตามมาตรา ๒๘ (๒) (ข) หรือ (ค) และไม่น้อยกว่า ๓๐ เรื่อง สำหรับผู้สมัครตามมาตรา

๒๘ (๒) (ฉ)

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้สมัครที่ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามข้อ

๒๐ ต้องมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาหรือของผู้บังคับบัญชา

แล้วแต่กรณี

มาแสดงว่าได้ทำหน้าที่นั้นอย่างแท้จริงตามแบบที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ที่มีคุณสมบัติ และปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนหรือแต่เพียงบางส่วนตามประกาศคณะกรรมการตุลาการ

เรื่อง กำหนดวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่น และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพตามมาตรา

๒๗ (๑) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ฉบับลงวันที่

๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้ถือว่าได้ประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น

ๆ ครบถ้วนแล้วหรือแต่เพียงส่วนนั้น แล้วแต่กรณี ตามที่ ก.ต. กำหนดตามนัยระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองจ่าศาลอยู่ก่อนวันที่

๑ เมษายน ๒๕๔๔

และยังคงปฏิบัติหน้าที่เดิมในตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสำนักงานศาลยุติธรรม

โดยมีผู้บังคับบัญชารับรองตามแบบที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๔๕

ให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อมานั้นเป็นการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย

และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ

โดยให้นับระยะเวลาต่อเนื่องกันไป

การทดสอบความรู้

ของผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช)

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การทดสอบความรู้ของผู้สมัคร

ให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า วิชาที่ทดสอบ คือ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน พระธรรมนูญศาลยุติธรรม

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

หรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หรือกฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายแรงงาน

หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค กับภาษาอังกฤษและกฎหมายรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การสอบข้อเขียนมี

๓ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๓ ข้อ และกฎหมายอาญา

จำนวน ๒ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๕ นาที คะแนนเต็ม ๕๐

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ

พระธรรมนูญศาลยุติธรรมกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

จำนวน ๑ ข้อ กับกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือภาษาอังกฤษ ตามที่กำหนดในข้อ ๒๖ วรรคสอง จำนวน

๑ ข้อ

และให้เลือกสอบในกฎหมายลักษณะวิชากฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค จำนวน ๑ ข้อ เวลา ๑

ชั่วโมง ๔๐ นาที คะแนนเต็ม ๔๐ และสอบภาษาอังกฤษอีก จำนวน ๒ ข้อ เวลา ๑ ชั่วโมง คะแนนเต็ม

๒๐

(๓) วันที่สาม วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๓ ข้อ

และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๓๐ นาที คะแนนเต็ม ๖๐

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้ผู้สมัครที่เลือกสอบในกฎหมายลักษณะวิชากฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ตามข้อ ๒๕ (๒)

แสดงความจำนงว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใดในวันยื่นใบสมัคร

ให้ผู้สมัครสอบวิชาภาษาอังกฤษข้อที่หนึ่งและข้อที่สอง

และเลือกสอบในวิชาภาษาอังกฤษข้อที่สาม หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญ อีกจำนวน ๑ ข้อ

หากผู้สมัครทำข้อสอบในวิชาที่ให้เลือกตอบเกินกว่าที่กำหนด

ให้ถือข้อที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเป็นข้อที่กำหนดให้ทำ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ ก.ต.

กำหนดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ในคราวเดียวกันตามข้อ ๘

ให้คณะกรรมการเลือกข้อสอบของผู้สมัครสอบคัดเลือกในหมวด ๒

เป็นข้อสอบของผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช)

และออกข้อสอบ ดังนี้

(๑) วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ

(๒) วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๒ ข้อ และให้ออกข้อสอบเพิ่มอีก ๑

ข้อ เป็นคำถามเกี่ยวกับแนวคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย

หรือปัญหาเชิงทฤษฎีให้ผู้เข้าสอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์

(๓) วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

วิชาละ ๓ ข้อ

(๔) วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ

(๕) กฎหมายรัฐธรรมนูญ

พระธรรมนูญศาลยุติธรรมกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค วิชาละ ๑ ข้อ

(๖) วิชาภาษาอังกฤษ ให้ออกข้อสอบ ๓ ข้อ

โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

และภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย

ข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ

และข้อที่สามเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบาย

หรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ

การทดสอบความรู้

ของผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ก) (ข)

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ก) (ข) ให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและปากเปล่า

วิชาที่ทดสอบคือ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา

กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน

ภาษาอังกฤษ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

หรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา หรือกฎหมายภาษีอากร หรือกฎหมายแรงงาน

หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การสอบข้อเขียนมี ๓ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๓ ข้อ และกฎหมายอาญา

จำนวน ๒ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๕ นาที คะแนนเต็ม ๕๐

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ

และให้เลือกสอบในกฎหมายลักษณะวิชา กฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค จำนวน ๑ ข้อ เวลา ๕๐ นาที คะแนนเต็ม ๒๐

กับวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๖๐

(๓) วันที่สาม วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๒ ข้อ

และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๒ ข้อ เวลา ๑ ชั่วโมง ๔๐ นาที คะแนนเต็ม ๔๐

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีที่ ก.ต.

กำหนดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ในคราวเดียวกันตามข้อ ๘

ให้คณะกรรมการดำเนินการ ดังนี้

ให้คณะกรรมการเลือกข้อสอบของผู้สมัครสอบคัดเลือกในหมวด ๒

เป็นข้อสอบของผู้สมัครตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) ดังนี้

(๑) วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ

(๒) วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๒ ข้อ

(๓) วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

วิชาละ ๒ ข้อ

(๔) วิชากฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ

ให้คณะกรรมการออกข้อสอบเพิ่มในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อีก ๑ ข้อ เป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมายหรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้เข้าสอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์

และให้ออกข้อสอบวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค วิชาละ ๑ ข้อ

เป็นคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีที่ให้ผู้เข้าสอบแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์

ในการออกข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ ให้ออกข้อสอบ ๓ ข้อ

โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

ข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ

และข้อที่สามเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครเขียนอธิบายหรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้ผู้สมัครที่เลือกสอบในวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายล้มละลาย

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ตามข้อ ๒๙ (๒)

แสดงความจำนงว่าจะสอบลักษณะวิชากฎหมายใดในวันยื่นใบสมัคร

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ก.ต.

อาจกำหนดให้สอบวิชาภาษาต่างประเทศอื่นแทนวิชาภาษาอังกฤษก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ ๓๐ วรรคสี่

มาใช้บังคับกับการสอบวิชาภาษาต่างประเทศอื่นโดยอนุโลม

ระเบียบการสอบข้อเขียน

หลักเกณฑ์ในการตรวจ

การสอบปากเปล่า

เกณฑ์ในการบรรจุ และอัตราส่วนในการบรรจุ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามระเบียบการสอบข้อเขียนตามที่

ก.ต. กำหนดโดยเคร่งครัด และให้ประธานกรรมการรับผิดชอบในการจัดทำรหัสสมุดคำตอบของผู้สอบทุกคนแยกตามวันที่สอบโดยไม่ให้รหัสซ้ำกัน

แล้วเก็บรักษารหัสดังกล่าวไว้ด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ คณะกรรมการอาจจัดตัวบทกฎหมายที่ไม่มีข้อความอื่นใดไว้ให้ผู้สมัครใช้ประกอบการสอบวิชาใดในห้องสอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้สมัครที่ขาดสอบ

หรือเข้าสอบแต่ไม่ทำคำตอบเลย ในการสอบข้อเขียนวิชากฎหมายวันใดวันหนึ่ง จะไม่มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในการตรวจคำตอบแต่ละข้อ

ให้องค์คณะซึ่งประกอบด้วยกรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้อย่างน้อยสองคน ตรวจแล้วให้คะแนนคำตอบตามหลักเกณฑ์การตรวจ

และการให้คะแนนที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

และให้ผู้สมัครได้คะแนนคำตอบตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้แต่ละคนกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การสอบปากเปล่าให้กระทำโดยวิธีถามผู้สมัครเรียงตัว

กำหนดเวลาประมาณคนละ ๒๕ นาที คะแนนเต็ม ๑๐๐ สำหรับผู้สมัครสอบคัดเลือก

และคะแนนเต็ม ๖๐ สำหรับผู้สมัครทดสอบความรู้ โดยให้กรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้แต่ละคนที่ทำการสอบปากเปล่าผู้สมัครให้คะแนนแบ่งตามหัวข้อที่กำหนดในแบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าท้ายระเบียบนี้

และให้ผู้สมัครได้คะแนนการสอบปากเปล่าตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้แต่ละคนกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ผู้สมัครต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐ ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด จึงจะมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

และต้องได้คะแนนสอบปากเปล่าไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของคะแนนสอบปากเปล่า

จึงจะเป็นผู้ผ่านการสอบปากเปล่า

เมื่อนำคะแนนสอบข้อเขียนกับคะแนนสอบปากเปล่ารวมกันต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐

ของคะแนนทั้งหมด จึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เมื่อสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เสร็จแล้ว

ก.ต.

จะประกาศรายชื่อผู้ที่อยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุเรียงตามประเภทของการสอบและลำดับคะแนนไว้

ณ สำนักงานศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่ ก.ต.

เห็นชอบให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ในคราวเดียวกันให้บรรจุผู้สมัครสอบตามความในมาตรา

๒๗ ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช)

และผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา ๒๘ (๒) (ก) (ข)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามลำดับ

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

ดิเรก อิงคนินันท์

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

กฎหมายพิเศษ

กฎหมายพิเศษตามความในข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง (๒) ได้แก่ กฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายปกครอง กฎหมายมหาชน นิติปรัชญา กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารกระบวนการยุติธรรม

กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายทะเล กฎหมายอากาศ กฎหมายอวกาศ กฎหมายโทรคมนาคม

กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติ กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีระหว่างประเทศ

กฎหมายเครื่องหมายการค้า กฎหมายสิทธิบัตร กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายเด็กและเยาวชน

นิติเวชศาสตร์ อาชญาวิทยา กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางธุรกิจ กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษีอากร

กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายอาญาระหว่างประเทศ การขัดกันแห่งกฎหมาย

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ

กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมายธุรกิจ กฎหมายว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุน กฎหมายเกี่ยวกับการเงินการธนาคาร

กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายป้องกันการผูกขาดหรือการแข่งขันทางการค้า

กฎหมายการเกษตร และกฎหมายพลังงาน

หลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนน

ในการสอบคัดเลือกและการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การให้คะแนนคำถามเกี่ยวกับปัญหาเชิงปฏิบัติ

ให้พิจารณาคำตอบและเหตุผลที่ให้ประกอบกันเป็นรายข้อไป ดังนี้

(๑) ตอบไม่ถูกธงคำตอบ

และเหตุผลใช้ไม่ได้ ให้คะแนน

(๒) ตอบไม่ถูกธงคำตอบ

แต่เหตุผลพอฟังได้ ให้คะแนน

๑ – ๒

(๓) ตอบไม่ถูกธงคำตอบ

แต่เหตุผลดี ให้คะแนน

๒ – ๔

(๔) ตอบถูกธงคำตอบ แต่เหตุผลใช้ไม่ได้

ให้คะแนน

๐ – ๑

(๕) ตอบถูกธงคำตอบ

และเหตุผลพอฟังได้บ้าง ให้คะแนน

๒ – ๕

(๖) ตอบถูกธงคำตอบ

และเหตุผลพอใช้ได้ ให้คะแนน

๕ – ๖

(๗) ตอบถูกธงคำตอบ และเหตุผลดี

ให้คะแนน

๗ – ๘

(๘) ตอบถูกธงคำตอบ

และเหตุผลดีมาก ให้คะแนน

๙ – ๑๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การให้คะแนนคำถามเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎี

ให้พิจารณาคำตอบและเหตุผลที่ให้ประกอบกันเป็นรายข้อไป ดังนี้

(๑) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีไม่ดี และเหตุผลหรือการวิเคราะห์ใช้ไม่ได้ ให้คะแนน

(๒) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย

หรือปัญหาเชิงทฤษฎีไม่ดี แต่เหตุผลหรือการวิเคราะห์พอฟังได้ ให้คะแนน ๑ - ๒

(๓) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีไม่ดี แต่เหตุผลหรือการวิเคราะห์ดี ให้คะแนน ๒ - ๔

(๔) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีดี แต่เหตุผลหรือการวิเคราะห์ใช้ไม่ได้ ให้คะแนน ๐ -

(๕) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีดี และเหตุผลหรือการวิเคราะห์พอฟังได้บ้าง ให้คะแนน

๒ - ๕

(๖) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีดี และเหตุผลหรือการวิเคราะห์พอใช้ได้ ให้คะแนน ๕ -

(๗) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีดี และเหตุผลหรือการวิเคราะห์ดี ให้คะแนน ๗ - ๘

(๘) ตอบแนวความคิดทางกฎหมาย

หลักกฎหมาย หรือปัญหาเชิงทฤษฎีดี และเหตุผลหรือการวิเคราะห์ดีมาก ให้คะแนน ๙ - ๑๐

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สำหรับผู้ที่ไม่ตอบ ให้กรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ผู้ตรวจคำตอบกรอกในช่องคะแนนว่า

“ไม่ตอบ”

ถ้าข้อสอบข้อใดมีหลายประเด็น

ให้กำหนดคะแนนในแต่ละประเด็นให้แน่นอนก่อน แล้วให้นำหลักเกณฑ์การให้คะแนนในข้อ ๑

และ ๒ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ทั้งนี้ ให้กรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ผู้ตรวจคำตอบให้คะแนนเป็นตัวเลขจำนวนเต็มที่ไม่มีเศษของคะแนน

เช่น ๐.๕ หรือ ๑/๒ คะแนน

การคิดค่าเฉลี่ยของคะแนนคำตอบที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ผู้ตรวจคำตอบแต่ละคนกำหนดให้

จะคิดค่าเฉลี่ยรายข้อแต่จะไม่ปัดเศษ หากค่าเฉลี่ยเป็นทศนิยม

แบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าในการสอบคัดเลือก

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

ชื่อผู้สมัคร

.......................................... นามสกุล

ข้อที่

หัวข้อ

คะแนนเต็ม

คะแนนที่กำหนดให้

๑.

ธงคำตอบ

๒๐

๒.

การให้เหตุผลและทักษะในการวิเคราะห์

ทางกฎหมาย

๓๐

๓.

บุคลิกภาพ

ทัศนคติ อุปนิสัย

วุฒิภาวะทางอารมณ์

๒๕

๔.

ปฏิภาณ

ไหวพริบ การแสดงออก

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

๒๕

รวม

๑๐๐

ลงชื่อ

กรรมการสอบคัดเลือก

แบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าในการทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

ชื่อผู้สมัคร

.......................................... นามสกุล

ข้อที่

หัวข้อ

คะแนนเต็ม

คะแนนที่กำหนดให้

๑.

ธงคำตอบ

๑๐

๒.

การให้เหตุผลและทักษะในการวิเคราะห์

ทางกฎหมาย

๒๐

๓.

บุคลิกภาพ

ทัศนคติ อุปนิสัย

วุฒิภาวะทางอารมณ์

๑๕

๔.

ปฏิภาณ

ไหวพริบ การแสดงออก

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

๑๕

รวม

๖๐

ลงชื่อ

กรรมการทดสอบความรู้

สนามเล็ก (แบบ ๑)

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ง)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓

ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์

หรือเทียบเท่าคณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ

เขียนที่ ............................................................................

วันที่ .......... เดือน ............................

พ.ศ.

ข้าพเจ้า ................................................................

ตำแหน่ง ...................................................

ขอรับรองว่า ...................................................................................................... ผู้สมัครทดสอบความรู้เพื่อบรรจุ

เป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

เป็น/เคยเป็น อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ หรือเทียบเท่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย...........................................................................................................................................

เริ่มรับราชการในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ..........

เดือน ........................ พ.ศ. ......... ถึงวันที่ ..................

เดือน .................................... พ.ศ. .................. โดยสอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์

หรือ

เทียบเท่าคณะนิติศาสตร์มาแล้วเป็นเวลา ......................... ปี

ปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งดังกล่าวอยู่/พ้น

จากตำแหน่งไปแล้ว เหตุที่พ้นจากตำแหน่งเพราะ .............................................................................................

(ลงชื่อ) ........................................................... ผู้รับรอง

( )

ตำแหน่ง .........................................................................

หมายเหตุ (๑)

ผู้รับรองต้องเป็นผู้บังคับบัญชาตำแหน่งคณบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไป

(๒) ให้ขีดข้อความที่ไม่ต้องการออก

สนามเล็ก (แบบ ๒)

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (จ)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓

ซึ่งเป็นข้าราชการศาลยุติธรรม

ตำแหน่งนิติกร/เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม/เจ้าพนักงานคดี

สำนักงานศาลยุติธรรม

เขียนที่ ............................................................................

วันที่ .......... เดือน ............................

พ.ศ.

ข้าพเจ้า ............................................................

ตำแหน่ง .......................................................

ขอรับรองว่า ................................................................................................................................... ผู้สมัครทดสอบ

ความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

เป็น/เคยเป็น ข้าราชการศาลยุติธรรมตำแหน่งนิติกร/เจ้าพนักงานศาลยุติธรรม/เจ้าพนักงานคดีระดับ

............................................................ อัตราเงินเดือน ...........................................

บาท โดยเริ่มรับราชการใน

ตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ........... เดือน ............................................. พ.ศ. ................... ถึงวันที่ .................

เดือน .................................................... พ.ศ. ....................... และได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตาม

มาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.ศ. กำหนด

มาแล้วเป็นเวลา ................................. ปี ปัจจุบันยังคงดำรง

ตำแหน่งดังกล่าวอยู่/พ้นจากตำแหน่งแล้วเหตุที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจาก

(ลงชื่อ) ........................................................... ผู้รับรอง

( )

ตำแหน่ง .........................................................................

หมายเหตุ (๑)

ผู้รับรองต้องเป็นผู้บังคับบัญชาตำแหน่งผู้อำนวยการกองหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไป

(๒) ให้ขีดข้อความที่ไม่ต้องการออก

สนามเล็ก (แบบ ๓)

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (จ)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓

ซึ่งเคยเป็นนิติกร เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

หรือพนักงานคุมประพฤติในกระทรวงยุติธรรม

เขียนที่ ............................................................................

วันที่ .......... เดือน ............................

พ.ศ.

ข้าพเจ้า ...........................................................

ตำแหน่ง ........................................................

ขอรับรองว่า ................................................................................................................................................ ผู้สมัคร

ทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเคยเป็นข้าราชการในกระทรวงยุติธรรม

ตำแหน่งนิติกร/เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป/พนักงานคุมประพฤติ ระดับ .................................................................................

อัตราเงินเดือน ..........................บาท

โดยได้เริ่มรับราชการในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ..........................

เดือน ........................... พ.ศ. .............. ถึงวันที่ ......... เดือน ...........................

พ.ศ. ........... และในระหว่างที่

ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

ได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนด

มาแล้วเป็นเวลา . ปี ปัจจุบันโอนไปเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมแล้วตั้งแต่

วันที่ .......... เดือน ...........................

พ.ศ. ..............

(ลงชื่อ) ........................................................... ผู้รับรอง

( )

ตำแหน่ง .........................................................................

หมายเหตุ (๑)

ผู้รับรองต้องเป็นผู้บังคับบัญชาตำแหน่งผู้อำนวยการกองตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไป

(๒) ให้ขีดข้อความที่ไม่ต้องการออก

สนามเล็ก (แบบ ๔)

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ฉ) (ช)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓

ซึ่งได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ การพยาบาล

นักเทคนิคการแพทย์

วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน

เขียนที่ ............................................................................

วันที่ .......... เดือน ............................

พ.ศ.

ข้าพเจ้า ...................................................

ตำแหน่ง ................................................................

ขอรับรองว่า .................................................................................................... ผู้สมัครทดสอบความรู้เพื่อบรรจุ

เป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

ประกอบ/เคยประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือทันตกรรมหรือเภสัชกรรมหรือการสัตวแพทย์หรือการพยาบาลหรือนักเทคนิคการแพทย์หรือวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมหรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามใบอนุญาตเลขที่.......................................

ออกให้โดย ................................... ตั้งแต่วันที่ .......... เดือน .........................................

พ.ศ. .................. และหมดอายุวันที่ .............

เดือน ..................................................... พ.ศ. .................. สังกัด

.......................................... ตำแหน่ง

............................................. อัตราเงินเดือน ........................

บาท โดยได้

เริ่มปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่วันที่........

เดือน ................................. พ.ศ. ........... ถึงวันที่ ...........

เดือน ....................................... พ.ศ. .............

และได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงมาแล้วเป็นเวลา

........................... ปี

ปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งดังกล่าวอยู่/พ้นจากตำแหน่งแล้ว เหตุที่พ้นจากตำแหน่ง

เนื่องจาก ....................................................................................................................................................................

(ลงชื่อ) ........................................................... ผู้รับรอง

( )

ตำแหน่ง .........................................................................

หมายเหตุ (๑)

ผู้รับรองต้องเป็นผู้บังคับบัญชาตำแหน่งผู้อำนวยการกอง หัวหน้าหน่วยงาน หรือ

ตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไป

(๒)

ให้ขีดข้อความที่ไม่ต้องการออก

๑๐

สนามเล็ก (แบบ ๕)

หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับผู้สมัครตามความในมาตรา

๒๘ (๒) (ฉ) (ช)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

พ.ศ. ๒๕๔๓

ได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ทันตกรรม เภสัชกรรม การสัตวแพทย์ การพยาบาล

นักเทคนิคการแพทย์

วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ซึ่งมิได้ประกอบวิชาชีพในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน

เขียนที่ ............................................................................

วันที่ .......... เดือน ............................

พ.ศ.

ข้าพเจ้า ...................................................................................... ผู้สมัครทดสอบความรู้เพื่อ

บรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

ขอรับรองว่าข้าพเจ้า ประกอบ/เคยประกอบวิชาชีพ

เวชกรรมหรือทันตกรรมหรือเภสัชกรรมหรือการสัตวแพทย์หรือการพยาบาลหรือนักเทคนิคการแพทย์หรือวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมหรือเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ตามใบอนุญาตเลขที่............................................ออกให้โดย ............................ ตั้งแต่วันที่ .................... เดือน

.................................พ.ศ. ..............

และหมดอายุวันที่ .......... เดือน ............................................ พ.ศ. .............

โดยเริ่มประกอบวิชาชีพดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ...........

เดือน ........................................... พ.ศ. ............. ถึงวันที่

.......................... เดือน ................................................................. พ.ศ. .....................

มีสถานประกอบการอยู่ที่

เลขที่ .................. ถนน ..................................................................... ตำบล/แขวง

....................................................... อำเภอ/เขต........................................................

จังหวัด....................................

โทร. ................................................................ และได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวอย่างแท้จริงมาแล้วเป็นเวลา

......................................... ปี

ปัจจุบันยังคงประกอบวิชาชีพดังกล่าวอยู่/ไม่ได้ประกอบ วิชาชีพดังกล่าวแล้ว

เหตุที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวแล้วเนื่องจาก ..............................................................................................

(ลงชื่อ) ........................................................... ผู้รับรอง

( )

ตำแหน่ง .........................................................................

หมายเหตุ (๑)

ให้ขีดข้อความที่ไม่ต้องการออก

(๒) ผู้สมัครต้องกรอกข้อความตามความเป็นจริง

มิฉะนั้นอาจถูกตัดสิทธิได้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ เมษายน ๒๕๕๘

วิศนี/ผู้ตรวจ

๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๒๗ ก/หน้า ๑๓/๓ เมษายน ๒๕๕๘

40 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัคร การสอบคัดเลือก และการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ.2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2c304bf21196aa0c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com