法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
48
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

การท่าเรือแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๔๙๔

ในพระปรมาภิไธย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ธานีนิวัต

กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ให้ไว้ ณ วันที่

๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๔

เป็นปีที่ ๖

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งการท่าเรือแห่งประเทศไทยขึ้นเป็นเอกเทศ

พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๔๙๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย

กฎและข้อบังคับอื่นซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“การท่าเรือแห่งประเทศไทย” หมายความว่า

การท่าเรือซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

การจัดตั้ง ทุน

และเงินสำรอง

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้จัดตั้งการท่าเรือขึ้น เรียกว่า “การท่าเรือแห่งประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(๑)

รับโอนกิจการท่าเรือจากสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯ ในกรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคม

(๒)

จัดดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการท่าเรือเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน

และดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับการท่าเรือ และธุรกิจอื่น ซึ่งสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯ

ในกรมการขนส่งเคยปฏิบัติจัดทำ

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยตั้งสำนักงานใหญ่ในจังหวัดพระนคร

และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใดในราชอาณาจักรก็ได้

และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ต่างประเทศในเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก็ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีอำนาจที่จะกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา

๖ และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑)

สร้าง ซื้อ จัดหา จำหน่าย เช่า ให้เช่า และดำเนินงานเกี่ยวกับเครื่องใช้

บริการและความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการท่าเรือ

(๒)

ซื้อ จัดหา เช่า ให้เช่า ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครอง จำหน่าย หรือดำเนินงานเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์

(๓)

กำหนดอัตราค่าภาระการใช้ท่าเรือ บริการและความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการท่าเรือ

และออกระเบียบเกี่ยวกับวิธีชำระค่าภาระดังกล่าว

(๔)

จัดระเบียบว่าด้วยความปลอดภัย การใช้ท่าเรือ บริการและความสะดวกต่าง ๆ

ของกิจการท่าเรือ

(๕)

กู้ยืมเงิน

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งสิ้นของสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯ

ในกรมการขนส่ง

ตลอดจนบรรดาที่ดินซึ่งได้เวนคืนไว้แล้วเพื่อการท่าเรือให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ที่ดินซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้มาด้วยอำนาจแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือบทกฎหมายอื่นจะโอนต่อไปมิได้

เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้จ่ายเงินในงบประมาณรายจ่ายวิสามัญลงทุนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๔

ประเภทการบำรุงการขนส่งเป็นจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับงบประมาณส่วนที่เกี่ยวกับการขุดสันดอน การก่อสร้าง และค่าซื้อสิ่งของให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย

งบประมาณรายจ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับการขุดสันดอน

การก่อสร้าง และค่าซื้อสิ่งของนั้น

ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยใช้จ่ายตามรายการที่ปรากฏในงบประมาณ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ทุนประเดิมของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

ให้ประกอบด้วย

(๑)

สินทรัพย์ที่รับโอนมาเมื่อได้หักหนี้สินตามมาตรา ๑๐ ออกแล้ว

(๒)

เงินที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับตามมาตรา ๑๒

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ทรัพย์สินของการท่าเรือแห่งประเทศไทยย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ บรรดาที่กฎหมายให้ไว้แก่สำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯ

ในกรมการขนส่ง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการ

และพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

เงินสำรองของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้ประกอบด้วยเงินสำรองเผื่อขาดและเงินสำรองอื่น

ๆ เพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะ เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าทำให้ดีขึ้น

เป็นต้น ตามแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควร

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารตามระเบียบของคณะกรรมการ

ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

การกำกับ

ควบคุมและจัดการ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัตินี้

และเพื่อประโยชน์ในการนี้ให้มีอำนาจเรียกประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการ

หรือพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น

หรือให้ทำรายงานยื่นได้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ในกรณีที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการจะต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีตามความในพระราชบัญญัตินี้

ให้นำเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้มีคณะกรรมการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วย

ประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คน แต่ไม่เกินหกคน

ซึ่งอย่างน้อยจะต้องเป็นผู้มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการท่าเรือหนึ่งคนและเกี่ยวกับการเศรษฐกิจหนึ่งคน

ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการ

คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งผู้อำนวยการเป็นกรรมการด้วยก็ได้

ให้คณะกรรมการนี้มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ

กรรมการ และผู้อำนวยการจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย

และมีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการท่าเรือ การขนส่ง การเดินเรือ พาณิชยกรรม

การเศรษฐกิจ หรือการเงิน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้คณะกรรมการเป็นผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

แต่คณะกรรมการจะมอบหมายให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานอื่นใดเป็นผู้แทนแทนก็ได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ต้องห้ามมิให้เป็นประธานกรรมการและกรรมการ คือ

(๑)

มีส่วนได้เสียในสัญญากับการท่าเรือแห่งประเทศไทย

หรือในกิจการที่กระทำให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยทางอ้อม

เว้นแต่จะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของบริษัทที่กระทำการอันมีส่วนได้เสียเช่นว่านั้น

(๒)

เป็นพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

(๓)

เป็นข้าราชการการเมือง

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ให้ประธานกรรมการและกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งสี่ปี แต่สำหรับกรรมการนั้นในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดสองปี

ให้ออกจากตำแหน่งกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลาก

ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นกึ่งหนึ่งไม่ได้ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับกึ่งหนึ่ง

กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ

จะแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอีกก็ได้

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ประธานกรรมการและกรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระพ้นจากตำแหน่งตามความในมาตรา

๒๖ เมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

คณะรัฐมนตรีให้ออก

(๔)

มีลักษณะต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕

ในกรณีที่มีการพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระ

ให้มีการแต่งตั้งกรรมการเข้าแทน กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเข้าแทนนี้

ย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

ประธานกรรมการและกรรมการย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๒๒ วรรคท้าย

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

กระทำกิจการและวางข้อบังคับและระเบียบการตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๙

(๒)

แต่งตั้ง ถอดถอน กำหนด เลื่อนขั้นหรือลดขั้นอัตราเงินเดือนที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ

และหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งกระทำหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการ

และกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานอื่นของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

(๓)

วางข้อบังคับการประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ

(๔)

วางข้อบังคับกำหนดระเบียบปฏิบัติงานและระเบียบวินัยและการลงโทษพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย

และกรณีอื่นทำนองเดียวกัน

(๕)

กำหนดอัตราค่าภาระการใช้ท่าเรือ บริการและความสะดวกต่าง ๆ

ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่ต้องอยู่ภายในอัตราขั้นสูงและขั้นต่ำที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

อำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใน

(๑) นั้น ถ้าคณะกรรมการเห็นสมควรจะมอบหมายให้ผู้อำนวยการดำเนินการก็ได้

การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าภาระดังระบุไว้ใน

(๕) จะต้องประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้อำนวยการด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

ในการนี้จะแต่งตั้งกรรมการเป็นผู้อำนวยการก็ได้

ให้ผู้อำนวยการได้รับเงินเดือนตามที่คณะกรรมการกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

และให้อยู่ในตำแหน่งได้โดยไม่มีกำหนดเวลา แต่ในกรณีที่บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนสมรรถภาพ

คณะกรรมการจะให้ออกจากตำแหน่งด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีก็ได้

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด

และให้มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทุกตำแหน่ง

ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการจัดการและดำเนินงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ผู้อำนวยการมีอำนาจ

(๑)

แต่งตั้ง ถอดถอน

เลื่อนขั้นหรือลดขั้นอัตราเงินเดือนพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยนอกจากที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการตามความในมาตรา

๒๙ (๒) ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

(๒)

ออกระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ประธานกรรมการ กรรมการ

ผู้อำนวยการและพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยอาจได้รับเงินรางวัลตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

ความสัมพันธ์กับรัฐบาล

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

ในการดำเนินกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชน

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้

คือ

(๑)

สร้างท่าเรือขึ้นใหม่

(๒)

เลิกกิจการในท่าเรือซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว

(๓)

เพิ่มหรือลดทุน

(๔)

กู้ยืมเงิน

(๕)

จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีก่อนจึงจะวางข้อบังคับกำหนดระเบียบปฏิบัติงานและระเบียบวินัยและการลงโทษพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย

และกรณีอื่นทำนองเดียวกันได้

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องไม่วางระเบียบว่าด้วยการใช้ประโยชน์แห่งบริการและความสะดวกต่าง

ๆ ตลอดจนการกำหนดค่าภาระในการใช้ประโยชน์และความสะดวกเช่นว่านั้น

ซึ่งจะเป็นการขัดกับนโยบายทั่วไปของรัฐบาลในการเศรษฐกิจและการคลังตามที่รัฐมนตรีแจ้งให้คณะกรรมการทราบ

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยจัดทำงบประมาณประจำปีแยกเป็นงบลงทุนและงบทำการ

สำหรับงบลงทุนนั้นให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ส่วนงบทำการนั้นให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

รายได้ที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับจากการดำเนินงานให้ตกเป็นของการท่าเรือแห่งประเทศไทยสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่าง

รายได้ที่ได้รับนั้น

ในปีหนึ่ง ๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินงาน ค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม เช่น

ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา เงินรางวัล

และเงินสมทบกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์พนักงาน เงินสำรองธรรมดา เงินสำรองขยายงาน และเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบตามความในมาตรา

๓๘ แล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ

แต่ถ้ารายได้มีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับรายจ่ายดังกล่าวนอกจากเงินสำรองธรรมดาและเงินสำรองขยายงานแล้ว

และการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่สามารถหาเงินจากทางอื่น

ให้รัฐจ่ายเงินให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทยเท่าจำนวนที่ขาด

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐

ให้คณะกรรมการทำรายงานปีละครั้งเสนอรัฐมนตรี

รายงานนี้ให้กล่าวถึงผลงานในปีที่ล่วงแล้วของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

และให้มีคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการ

โครงการและแผนงานที่จะจัดทำในภายหน้า

การร้องทุกข์และการสงเคราะห์

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

ให้พนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยมีสิทธิร้องทุกข์เกี่ยวแก่การลงโทษได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยจัดให้มีกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์พนักงานในเวลาพ้นจากตำแหน่ง

ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรืออื่น ๆ

อัตราเงินสมทบกองทุนซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยและพนักงานจะพึงจ่าย

ประเภทของพนักงานที่จะพึงได้รับสงเคราะห์จากกองทุนตลอดจนการจัดการเกี่ยวกับกองทุนนั้น

ให้เป็นไปตามข้อบังคับซึ่งคณะกรรมการกำหนด

ข้อบังคับดังกล่าวในวรรคก่อน

ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ใช้บังคับได้

การบัญชี การสอบ

และการตรวจ

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยวางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชีอันถูกต้องแยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ

มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ และมีสมุดบัญชีลงรายการ

(๑)

การรับและจ่ายเงิน

(๒)

สินทรัพย์และหนี้สิน

ซึ่งแสดงการงานที่เป็นอยู่ตามจริง

และตามที่ควร ตามประเภทงาน พร้อมด้วยข้อความอันเป็นเหตุที่มาของรายการนั้น ๆ

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ให้คณะกรรมการตั้งผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคน

เพื่อสอบและรับรองบัญชีของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทุกปี

ห้ามมิให้ตั้งประธานกรรมการ

กรรมการ ผู้อำนวยการ ผู้อื่นซึ่งเป็นตัวแทนของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

พนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการงานที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยจัดทำเป็นผู้สอบบัญชี

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ให้ผู้สอบบัญชีเข้าตรวจสอบสรรพสมุด บัญชี และเอกสารหลักฐานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยในเวลาอันสมควรได้ทุกเมื่อ

และเพื่อการสอบบัญชี ให้มีอำนาจไต่ถามสอบสวนประธานกรรมการ

กรรมการ ผู้อำนวยการ ผู้อื่นซึ่งเป็นตัวแทนของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

หรือพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ผู้สอบบัญชีต้องทำรายงานว่าด้วย

(๑)

ข้อความคำชี้แจงอันควรแก่การสอบบัญชีที่ได้รับ

(๒)

ความสมบูรณ์ของสมุดบัญชีที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยรักษาอยู่ และต้องแถลงด้วยว่า

๑.

งบดุลและบัญชีซึ่งตรวจสอบนั้นถูกต้องตรงกับสมุดบัญชีเพียงไรหรือไม่

๒.

งบดุลและบัญชีซึ่งตรวจสอบนั้นแสดงการงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่เป็นอยู่ตามจริงและตามที่ควร

ตามข้อความคำชี้แจงและความรู้ของผู้สอบบัญชีเพียงไรหรือไม่

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจบัญชีของการท่าเรือแห่งประเทศไทยในเมื่อรัฐมนตรีร้องขอ

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘

ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันหลังจากวันสิ้นปีบัญชี การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องโฆษณารายงานประจำปี

แสดงบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุนเพียงสิ้นปีพร้อมกับรายงานของผู้สอบบัญชีที่คณะกรรมการตั้งขึ้นตามความในมาตรา

๔๔

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ป. พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

พรพิมล/แก้ไข

๑๕ ส.ค

๒๕๔๔

A+B (C)

พัชรินทร์/แก้ไข

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

วศิน/แก้ไข

๒๐

เมษายน ๒๕๕๒

ปิยะธิดา/ปรับปรุง

๙ ตุลาคม ๒๕๖๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๘/ตอนที่ ๓๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๔

48 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2c4251122de991c3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com