法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (Update ณ วันที่ 27/04/2526)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ.

2524)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ.

2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติ

ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1

ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแต่งตั้ง

ให้เป็นนายตรวจได้

อย่างน้อยต้องมีความรู้หรือคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

คือ

(1) ได้รับประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ แผนกวิชา

ช่างก่อสร้าง แผนกวิชาช่างสำรวจ แผนกวิชาช่างโยธา

และแผนกวิชาช่างเขียนแบบ

โยธา หรือ

(2) ได้รับประกาศนียบัตรตามที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ

ตำแหน่งช่างโยธา 1 หรือเทียบเท่า

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแต่งตั้ง

ให้เป็นนายช่างได้

อย่างน้อยต้องมีความรู้หรือคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

คือ

(1) ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง แผนกวิชาช่างก่อสร้าง แผนกวิชาช่างสำรวจ

แผนกวิชาช่างโยธา และแผนกวิชาช่างเขียนแบบโยธา

(2) ได้รับประกาศนียบัตรตามที่ ก.พ.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ

ตำแหน่งช่างโยธา

(3) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาช่างตรีตามหลักสูตรของทางราชการซึ่ง ก.พ.

ได้รับรองแล้ว

หรือได้รับอนุญาตพิเศษให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

สาขา 1 วิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม หรือ

(4) เป็นผู้ที่มีความรู้หรือคุณวุฒิตามข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงนี้ และเป็น

ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2524

พลเอก

สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้ข้าราชการ

หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแต่งตั้งให้เป็นนายตรวจหรือนายช่าง

ต้องมีความรู้หรือคุณวุฒิตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2524)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ

ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

บัตรประจำตัวนายช่าง และบัตรประจำตัวนายตรวจ ให้เป็นไปตามแบบ

ท้ายกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2524

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

กำหนดให้บัตรประจำตัว

นายช่าง

และบัตรประจำตัวนายตรวจเป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

*[1]

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2526)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 (3) และมาตรา 42 วรรคห้า แห่ง

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้

`วัสดุก่อสร้างและสิ่งของ' หมายความว่า วัสดุก่อสร้างที่ถูกรื้อถอน รวมทั้ง

สิ่งของที่ขนออกจากอาคารส่วนที่มีการรื้อถอน

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 การยึดและเก็บรักษาไว้

หรือขายซึ่งวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ และถือ

เงินไว้แทนตัวทรัพย์สิน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะกระทำได้

เมื่อ

(1)

ศาลได้มีคำสั่งบังคับให้มีการรื้อถอนโดยให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้มี

หน้าที่ในการรื้อถอน

(2) เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ปิดประกาศกำหนดการรื้อถอนไว้ในบริเวณที่จะ

รื้อถอนแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

(3) เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ดำเนินการรื้อถอนเมื่อครบกำหนดเวลาตาม

ประกาศใน (2) แล้ว

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3

การยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

(1) ทำประกาศการยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ แล้วปิดไว้โดยเปิดเผย

ณ สถานที่ที่ยึด

(2) ทำบัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ แล้วทำบันทึกการยึดไว้

(3) แจ้งการยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

ผู้ดำเนินการ หรือผู้ควบคุมงานทราบ แล้วแต่กรณี

ให้นำมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับ

แก่การแจ้งยึดโดยอนุโลม

การยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของครอบไปถึงดอกผลแห่งวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ

นั้นด้วย

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าวัสดุก่อสร้างและ

สิ่งของนั้นได้มีการยึดแล้ว โดยผูกแผ่นเลขหมายแล้วประทับตราครั่งหรือปิดแผ่น

เลขหมายไว้ที่วัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด

หรือทำเครื่องหมายตามที่เห็นสมควร

ให้ตรงตามบัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด

ถ้าสามารถเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้

ให้รวมไว้แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 บัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดให้แสดงรายละเอียด

เช่น ชื่อ

ประเภท ตัวแบบ ลักษณะ จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพ

และราคาประมาณของ

วัสดุก่อสร้างและสิ่งของนั้น เป็นต้น

ถ้าวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดเป็นของหลายสิ่งและมีราคาเล็กน้อย จะมัด

หรือกองรวมกันแล้วลงบัญชีเป็นรายการเดียวกันก็ได้

ถ้าวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดเป็นชุดหรือสำรับ จะลงบัญชีรวมเป็นชุด

เป็นสำรับ หรือไม่รวมก็ได้

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเก็บรักษาวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดไว้

ณ สถานที่ที่ยึด หรือจะนำไปเก็บรักษาไว้ ณ

สถานที่ใดก็ได้ตามที่เห็นสมควร หาก

มีความจำเป็นจะจ้างคนดูแลรักษาหรือเช่าสถานที่ที่เก็บรักษาก็ได้

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจดแจ้งไว้ในบัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด

ว่าได้เก็บรักษาวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดนั้นไว้อย่างไร

รวมทั้งค่าใช้จ่ายใน

การยึดและเก็บรักษาด้วย

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

ให้เจ้าของทรัพย์สินมารับวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดคืนภายใน

สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการยึดตามข้อ 3 (3)

หากเจ้าของทรัพย์สินมิได้

มาขอรับคืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุก่อสร้าง

และสิ่งของที่ยึดนั้นออกขายทอดตลาดก็ได้

ในกรณีที่บุคคลหลายคนต่างคนต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือเงิน

ที่ได้จากการขาย

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ผู้อ้างเป็นเจ้าของทรัพย์สินทุกคน

ไปตกลงกันเองหรือนำคดีไปสู่ศาล

หากไม่มีการตกลงกันหรือนำคดีไปสู่ศาลภายใน

หกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่ง

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุ

ก่อสร้างหรือสิ่งของที่ยึดนั้นออกขายทอดตลาดก็ได้

ถ้าวัสดุก่อสร้างและสิ่งของเป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็น

การเสี่ยงต่อความเสียหาย

หรือค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจะเกินส่วนกับค่าวัสดุ

ก่อสร้างและสิ่งของ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุก่อสร้างและสิ่งของนั้นออก

ขายทอดตลาดหรือจะขายโดยวิธีอื่นก่อนวันที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

ผู้ดำเนินการ หรือผู้ควบคุมงาน ได้ทราบการแจ้งการยึดตามข้อ

3 (3) ก็ได้

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ถ้าเจ้าของทรัพย์สินมารับวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดคืนให้เจ้าของ

ทรัพย์สินชำระเงินค่าใช้จ่ายในการยึด ค่าเช่าสถานที่เก็บ

ค่าจ้างดูแลรักษาและ

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ที่เกี่ยวกับการยึดและเก็บรักษาทรัพย์สินให้แก่เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นก่อนที่จะรับวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดนั้นคืนไป

ถ้าเจ้าของทรัพย์สินไม่ชำระเงินหรือชำระเงินไม่ครบตามวรรคหนึ่ง

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดนั้นออกขายทอดตลาดก็ได้

และให้นำข้อ 19 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10

การขายทอดตลาดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นทำประกาศโดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเท่าที่

จะระบุได้ เช่น ชื่อเจ้าของทรัพย์สิน วัน

เวลาและสถานที่ที่จะขายทอดตลาด ชื่อ

ประเภท ตัวแบบ ลักษณะ จำนวน ขนาด น้ำหนัก

และสภาพของทรัพย์สินนั้น

เป็นต้น

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นปิดประกาศการขายทอดตลาดไว้โดย

เปิดเผย ณ สถานที่ที่มีการรื้อถอน สถานที่ที่จะขายทอดตลาด

และที่ทำการของ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นก่อนวันขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ในกรณีที่ทราบตัวเจ้าของทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นส่งประกาศการขายทอดตลาดไปให้เจ้าของทรัพย์สินทราบก่อนวันขาย

ทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ให้นำมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาใช้

บังคับแก่การส่งประกาศการขายทอดตลาดโดยอนุโลม

ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะประกาศการขายทอดตลาด

ทางหนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียงก่อนวันขายทอดตลาดก็ได้

ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดร้องขอทรัพย์สินคืนก่อนหรือ

ในระหว่างการขายทอดตลาด ให้งดการขายทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12

ถ้าทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ตาม

กฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นส่งประกาศการขายทอดตลาดไปยังกรมศิลปากรก่อนวัน

ขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13

ถ้าทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเป็นตู้นิรภัย หีบ หรือกำปั่นเหล็ก

เก็บทรัพย์สิน และปรากฏว่ายังเปิดไม่ได้

ให้จัดการเปิดก่อนจึงจะขายทอดตลาดได้

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ในการขายทอดตลาด

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะตั้งเจ้าพนักงานคนใด

ให้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานผู้ขายก็ได้

ก่อนเริ่มขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานผู้ขายอ่านประกาศการขายทอดตลาด

ณ สถานที่ที่จะขายทอดตลาดโดยเปิดเผย และให้ปฏิบัติดังนี้

(1) ให้แสดงการตกลงขายด้วยวิธีเคาะไม้

(2) ให้ร้องขานจำนวนเงินที่มีผู้สู้ราคาครั้งที่หนึ่ง 3 หน

ถ้าไม่มีผู้สู้ราคา

สูงขึ้น ให้ร้องขานเป็นครั้งที่สองอีก 3 หน

เมื่อไม่มีผู้สู้ราคาสูงกว่านั้นและ

ได้ราคาพอสมควรให้ลงคำสามพร้อมกับเคาะไม้

แต่ถ้าก่อนเคาะไม้มีผู้สู้ราคา

สูงขึ้นไปอีกให้ร้องขานราคาตั้งต้นใหม่ตามลำดับดังกล่าวแล้ว

(3) ถ้าผู้ราคาถอนคำสู้ราคาของตนก่อนเคาะไม้ ให้ตั้งต้นร้องขานใหม่

(4) เมื่อเห็นว่าราคาที่มีผู้สู้ราคาสูงสุดนั้นยังไม่เพียงพอ เจ้าพนักงาน

ผู้ขายอาจถอนทรัพย์สินจากการทอดตลาดได้

(5) เมื่อเคาะไม้ตกลงขายแล้ว ผู้ซื้อต้องชำระเงินทันที เว้นแต่ทรัพย์สิน

มีราคาตั้งแต่ห้าพันบาทขึ้นไป

เจ้าพนักงานผู้ขายอาจผ่อนผันให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำ

ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของราคาซื้อและทำสัญญาใช้เงินที่ค้างชำระภายในเวลา

ไม่เกินสิบห้าวันก็ได้ เมื่อได้ชำระเงินครบถ้วนแล้วจึงให้โอนมอบทรัพย์สินนั้นแก่

ผู้ซื้อไป

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15

ให้เจ้าพนักงานผู้ขายทำบันทึกเหตุการณ์อันเกี่ยวกับการขาย

ทอดตลาดไว้

ถ้าทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดมีราคาตั้งแต่ห้าพันบาทขึ้นไปให้แสดง

จำนวนบุคคลซึ่งมาฟังการขายทอดตลาด ผู้สู้ราคา

ตลอดจนจำนวนเงินที่สู้ราคากัน

เป็นลำดับไว้ด้วย

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16

เมื่อการขายทอดตลาดบริบูรณ์แล้ว ถ้าผู้ซื้อไม่ชำระเงิน ไม่วาง

เงินมัดจำ หรือไม่ใช้เงินที่ค้างชำระตามสัญญา

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเอาทรัพย์สิน

นั้นออกขายทอดตลาดซ้ำอีก และแจ้งให้ผู้ซื้อทราบกำหนดวัน

เวลา และสถานที่ที่จะ

ขายทอดตลาดด้วย

เมื่อขายทอดตลาดครั้งหลังได้เงินเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายในการ

ขายทอดตลาดออกก่อน และถ้ายังไม่คุ้มราคาขายทอดตลาดครั้งก่อน

ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นจัดการเรียกร้องให้ผู้ซื้อเดิมชำระเงินส่วนที่ยังขาดนั้น

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17

การขายโดยวิธีอื่นตามข้อ 8 วรรคสาม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

ขายตามวิธีที่เห็นสมควรและทำบันทึกเกี่ยวกับการขายนั้นไว้

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18

ถ้าทรัพย์สินที่จะขายมีดอกผลเกิดในระหว่างการยึด ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นขายดอกผลนั้นได้ด้วย

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19

เมื่อได้เงินจากการขายแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหักค่าใช้จ่าย

ในการยึด ค่าเช่าสถานที่เก็บ ค่าจ้างดูแลรักษา

และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ

การยึดและเก็บรักษาทรัพย์สินออกก่อน

เหลือเท่าใดจึงคืนให้แก่เจ้าของทรัพย์สิน

ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินไม่มารับคืน ให้ถือเงินไว้แทนตัวทรัพย์สินและ

นำฝากคลังในลักษณะเงินนอกงบประมาณ โดยให้นำระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการมาใช้บังคับโดย

อนุโลม

ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินมิได้เรียกร้องเอกเงินนั้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่

มีการประกาศกำหนดรื้อถอน

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นนำส่งคลังตามระเบียบดังกล่าว

โดยมิชักช้า

ให้ไว้ ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2526

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ในกรณีที่

เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนอาคาร

วัสดุก่อสร้างที่ถูกรื้อถอน

รวมทั้งสิ่งของที่ขนออกจากอาคารส่วนที่มีการรื้อถอนนั้น

มาตรา 42 วรรคห้า

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

ได้บัญญัติให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

มีอำนาจยึดและเก็บรักษาไว้

หรือขายและถือเงินไว้แทนตัวทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

เชิงอรรถ

*[1]

แก้ไขโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2526) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (Update ณ วันที่ 27/04/2526) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2cad35b1919442b9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com