法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๓๖ กำหนดให้มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๖ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖ ประกอบกับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๐ มีมติเห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กรณีที่ผลการทดสอบหรือพิสูจน์ปรากฏว่าสินค้าใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคและไม่อาจป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากสินค้านั้นได้โดยการกำหนดฉลากตามมาตรา ๓๐ หรือตามกฎหมายอื่นคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจออกคำสั่งห้ามผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้านั้น หากได้มีคำสั่งห้ามขายสินค้านั้นเป็นการชั่วคราวให้ออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งดังกล่าวด้วย

คำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคออกคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจปิดประกาศแจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของสินค้านั้นให้ผู้บริโภคทราบภายในกำหนดระยะเวลาสามวันนับแต่วันที่คำสั่งนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารตามวรรคสอง ให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำทางสื่อโฆษณาที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ใช้ในการโฆษณาสินค้านั้น เว็บไซต์ของผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี) สื่อรูปแบบอื่น ๆ ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการแจ้งเป็นหนังสือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และช่องทางอื่นที่ผู้ประกอบธุรกิจเสนอขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงทราบ และให้ปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารอย่างต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้งคณะอนุกรรมการมีจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคนแต่ไม่เกินสิบแปดคน ประกอบด้วย

(๑) ผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒) ผู้แทนหน่วยงานของรัฐ

(๓) ผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคจำนวนสองคน

(๔) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องตามที่เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเห็นชอบครั้งละไม่เกินห้าคน

ทั้งนี้ โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาแผนดำเนินการกับสินค้าตามข้อ ๓ วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำแผนดำเนินการจัดเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายแก่ผู้บริโภคกลับคืนหรือเรียกคืนสินค้าจากผู้บริโภคที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งห้ามขายตามข้อ ๑ โดยให้มีรายการต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบธุรกิจ

(๒) ชื่อสินค้า วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่นำเข้า (ถ้ามี) วันเดือนปีที่หมดอายุการใช้หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อนวันเดือนปีที่ระบุนั้น (ถ้ามี) วันเดือนปีที่จำหน่ายครั้งแรก ภาพถ่ายสินค้า จำนวนสินค้า แหล่งกำเนิด รายละเอียดของประเภท และชนิดสินค้าที่ผลิตหรือนำเข้ารุ่นเดียวกับสินค้านั้น

(๓) ชื่อและที่อยู่ของผู้จัดจำหน่าย หรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้านั้น จำนวนสินค้า ที่ยังไม่ได้จำหน่ายแก่ผู้บริโภค

(๔) ลักษณะที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และข้อแนะนำให้หยุดการใช้

(๕) สถานที่จำหน่ายสินค้า

(๖) วิธีการจัดการสินค้า

(๖.๑) กรณีที่สินค้ายังไม่ได้จำหน่ายแก่ผู้บริโภค ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และวิธีการจัดเก็บสินค้ากลับคืน ระยะเวลาในการจัดเก็บสินค้ากลับคืน

(๖.๒) กรณีที่สินค้ามีการจำหน่ายแก่ผู้บริโภคแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และวิธีการเรียกคืนสินค้า ระยะเวลาในการเรียกและรับคืนสินค้า ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

(๖.๓) กรณีที่สินค้าสามารถดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงสินค้าไม่ให้เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเสนอข้อมูล เอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงสินค้าให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในการนำไปใช้งาน ระยะเวลาในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงสินค้า ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

(๖.๔) กรณีที่สินค้าไม่สามารถดำเนินการตาม (๖.๓) ได้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนสินค้า หรือจำนวนเงินในการชดใช้ราคาสินค้า วิธีการ ระยะเวลาในการดำเนินการ ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

(๖.๕) กรณีที่ต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการ ระยะเวลา สถานที่ต้นทางและปลายทาง ผู้ขนส่งและผู้รับสินค้า ในการส่งสินค้ากลับคืนออกนอกราชอาณาจักร

(๖.๖) กรณีที่ต้องทำลายสินค้า ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการระยะเวลา และสถานที่ในการทำลายสินค้า เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำลายสินค้า โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ให้ผู้ประกอบธุรกิจเสนอแผนดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อคณะอนุกรรมการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่คำสั่งนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถดำเนินการตามระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้แจ้งเหตุผล ความจำเป็น ปัญหาอุปสรรค และระยะเวลาที่ขอขยายต่อคณะอนุกรรมการซึ่งคณะอนุกรรมการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาให้ได้ไม่เกินสิบสี่วันนับแต่วันที่คำสั่งนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาและให้คณะอนุกรรมการพิจารณาให้ความเห็นต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแผนดังกล่าวจากผู้ประกอบธุรกิจ หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการเสนอแผนดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้คณะอนุกรรมการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาความเห็นของคณะอนุกรรมการแล้วมีความเห็นดังนี้

(๑) กรณีตามข้อ ๓ (๖.๑) ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายแก่ผู้บริโภคกลับคืน

(๒) กรณีตามข้อ ๓ (๖.๒) ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกคืนสินค้าจากผู้บริโภค และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

(๓) กรณีตามข้อ ๓ (๖.๓) ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจ แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงสินค้านั้นไม่ให้เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค

(๔) กรณีตามข้อ ๓ (๖.๔) ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้ราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคให้แก่ผู้บริโภค

(๕) กรณีตามข้อ ๓ (๖.๕) ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรจัดส่งสินค้านั้นกลับคืนออกนอกราชอาณาจักร

(๖) กรณีตามข้อ ๓ (๖.๖) ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจทำลายสินค้านั้น

(๗) กรณีอื่นนอกจากกรณี (๑) - (๖) ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการตามที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเห็นสมควร

ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการกับสินค้าตามวรรคหนึ่ง (๑) - (๗) ให้ผู้บริโภคทราบภายในสามวันนับแต่วันที่คำสั่งนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา

การปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารตามวรรคสอง ให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำทางสื่อโฆษณาที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ใช้ในการโฆษณาสินค้านั้น เว็บไซต์ของผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี) สื่อรูปแบบอื่น ๆ ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการแจ้งเป็นหนังสือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และช่องทางอื่นที่ผู้ประกอบธุรกิจเสนอขายสินค้าให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงทราบ และให้ปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารอย่างต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

กรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ติดตามผลการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นของผู้ประกอบธุรกิจแล้วเสนอรายงานต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ตามข้อ ๑ และข้อ ๔

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐

ออมสิน ชีวะพฤกษ์

ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ภวรรณตรี/จัดทำ

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐

พรวิภา/ตรวจ

๑ สิงหาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๗๕ ง/หน้า ๘/๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการเกี่ยวกับสินค้าที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2d7b91b44d7111f7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com