法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบันยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖

และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๑ วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ วันที่ ๘

ตุลาคม ๒๕๔๕ วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๗ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๒

วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ และวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘

ซึ่งมีมติเกี่ยวกับเรื่องเงินอุดหนุนรายบุคคลประกอบกับการเสนอความเห็นของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนตามมาตรา

๑๓ (๖) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๘

วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๒

(๒) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

(๓) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔

(๔) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๕

(๕) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๖

(๖) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๗

(๗) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“โรงเรียน” หมายความว่า

โรงเรียนเอกชนในระบบ โดยไม่รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ

“โรงเรียนการกุศล” หมายความว่า

โรงเรียนเอกชนที่จัดตั้งโดยมีวัตถุประสงค์จัดการศึกษาเพื่อผู้ยากไร้โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา

ที่จัดการเรียนการสอนในลักษณะการกุศล การศึกษาพิเศษหรือการศึกษาสงเคราะห์ ได้แก่

โรงเรียนเอกชนที่สำนักพระราชวังเป็นผู้รับใบอนุญาต

โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจนตามพระราชประสงค์

โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์หรือพระราชูปถัมภ์ที่จัดการศึกษาเพื่อการกุศล

โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา โรงเรียนการศึกษาพิเศษ

โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์หรือโรงเรียนประเภทอื่นที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ความอนุเคราะห์เป็นกรณีพิเศษและให้หมายความรวมถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่วิชาสามัญที่มีมูลนิธิหรือมัสยิดเป็นผู้รับใบอนุญาตที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาเท่านั้น

“นักเรียน” หมายความว่า

ผู้ที่โรงเรียนได้รับเข้าเรียนตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดและตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้รับใบอนุญาต

“เงินอุดหนุนรายบุคคล”

หมายความว่า เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้เป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลแก่นักเรียนในโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

“คณะกรรมการบริหาร” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารของโรงเรียน

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

“สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา” หมายความว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่โรงเรียนตั้งอยู่

ยกเว้นกรุงเทพมหานคร

“สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด”

หมายความว่า สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา

จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา

“สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ”

หมายความว่า สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอในทุกอำเภอของจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา

จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสงขลา เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี

และอำเภอสะบ้าย้อย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลให้เป็นไปตามตารางอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การให้เงินอุดหนุนรายบุคคล

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ให้คำนวณจากจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงของโรงเรียน

ซึ่งต้องไม่เกินความจุนักเรียนของโรงเรียน

ตามหลักสูตรและสาขาวิชาที่โรงเรียนได้รับอนุญาตดังนี้

ก. จำนวนนักเรียน ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษาที่ขอเบิก

ข. จำนวนนักเรียน ณ วันที่ ๑๐

พฤศจิกายนของปีการศึกษาที่ขอเบิกของโรงเรียนประเภทอาชีวศึกษา

เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้เปิดรับนักเรียนใหม่เข้าเรียนในภาคเรียนที่ ๒ เท่านั้น

(๒)

โรงเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องเป็นโรงเรียนที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังนี้

ก. เป็นโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนระดับก่อนประถมศึกษา

ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ระดับใดระดับหนึ่งหรือหลายระดับรวมกัน

ข.

เป็นโรงเรียนที่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเมื่อรวมกับเงินอุดหนุนรายบุคคลแล้วไม่เกินอัตราค่าใช้จ่ายรายบุคคลสำหรับนักเรียนภาครัฐในแต่ละระดับในกรณีเป็นโรงเรียนการกุศลต้องไม่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาจากนักเรียน

ค. ไม่เป็นโรงเรียนที่ประกาศแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่า

นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนี้ไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคล

(๓) นักเรียนที่โรงเรียนจะนำมาคำนวณเงินอุดหนุนรายบุคคล

ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

ก. เป็นนักเรียนที่ได้ลงทะเบียนและเรียนอยู่จริง

ในชั้นเรียนที่โรงเรียนมีสิทธิได้รับการอุดหนุนโดยถูกต้องและเป็นไปตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

หรือตราสารจัดตั้งแล้วแต่กรณี

ข. เป็นนักเรียนที่มาเรียนจริงสม่ำเสมอเป็นปกติโดยไม่ขาดเรียนติดต่อกันเกินกว่า

๑๕ วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

เว้นแต่กรณีเจ็บป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมรับรองว่าต้องหยุดพักการเรียน

ค. เป็นนักเรียนที่มีเลขประจำตัวประชาชนที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย

ง. เป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในระดับที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคล

สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ ๑ อายุของนักเรียนต้องไม่ต่ำกว่า ๓ ปีบริบูรณ์

ในวันเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา

จ. เป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในระดับที่ได้รับการอุดหนุนรายบุคคล

และมีอายุไม่เกิน ๒๕ ปี ในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ของปีการศึกษา

ฉ. เป็นนักเรียนใหม่ที่เข้าเรียนในภาคเรียนที่ ๒

ของโรงเรียนประเภทอาชีวศึกษาและต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศ หลักเกณฑ์

วิธีการที่เกี่ยวข้อง

ช. กรณีนักเรียนพิการต้องมีสมุดประจำตัวคนพิการ

เอกสารรับรองความพิการจากแพทย์ของสถานพยาบาลตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

และให้โรงเรียนจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลของโรงเรียน

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามแบบหรือโปรแกรมที่สำนักงานกำหนดจำนวน ๒ ชุด

โรงเรียนเก็บไว้ ๑ ชุด

(๒) ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนพร้อมเอกสารและข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการขอรับเงินอุดหนุนตามข้อ

๗ (๓)

หรือข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กรณีโรงเรียนได้รับอนุญาตให้จัดส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับกรุงเทพมหานครให้ยื่นที่สำนักงาน ส่วนจังหวัดอื่นให้ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอภายในวันที่ ๒๐

มิถุนายนของทุกปี

(๓)

ให้ส่งเอกสารหลักฐานและข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการขอรับเงินอุดหนุนดังนี้

ก. แบบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล แบบรายงานจำนวนนักเรียนและครู

พร้อมบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุน โดยให้สำรวจจำนวนนักเรียน ณ วันที่

๑๐ มิถุนายนของทุกปี

ข. แบบทะเบียนคุมนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน

กรณีที่โรงเรียนขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนพิการ

ค. สำเนาใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน ประกาศโรงเรียนเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น

และหลักฐานการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

ง. รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหาร

ซึ่งให้ความเห็นชอบจำนวนนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

งบรายได้และค่าใช้จ่าย งบดุล ของปีการศึกษาที่ผ่านมา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลของโรงเรียนประเภทอาชีวศึกษาเฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้รับนักเรียนใหม่เข้าเรียนในภาคเรียนที่

๒ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามแบบหรือโปรแกรมที่สำนักงานกำหนดจำนวน ๒ ชุด

โรงเรียนเก็บไว้ ๑ ชุด

(๒) ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนพร้อมเอกสารและข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการขอรับเงินอุดหนุนตามข้อ

๘ (๓)

หรือข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กรณีโรงเรียนได้รับอนุญาตให้จัดส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับกรุงเทพมหานครให้ยื่นที่สำนักงาน

ส่วนจังหวัดอื่นให้ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอภายในวันที่ ๒๐

พฤศจิกายน

(๓)

ให้ส่งเอกสารหลักฐานและข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการขอรับเงินอุดหนุนดังนี้

ก. แบบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

แบบรายงานจำนวนนักเรียนและครูพร้อมบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุน

โดยให้สำรวจจำนวนนักเรียน ณ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน

ข. แบบทะเบียนคุมนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน

กรณีที่โรงเรียนขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนพิการ

ค. แบบรายงานการรับนักเรียนเข้าเรียนภาคเรียนที่ ๒

ง. ใบอนุญาตให้รับนักเรียนใหม่เข้าเรียนภาคเรียนที่ ๒

จ. รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหาร

ซึ่งให้ความเห็นชอบจำนวนนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนใหม่เข้าเรียนภาคเรียนที่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลและเอกสารประกอบตามข้อ ๗

และข้อ ๘ พร้อมข้อมูลของโรงเรียนตามแบบหรือโปรแกรมที่สำนักงานกำหนด

กรณีโรงเรียนยื่นคำร้องผ่านสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอให้สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอตรวจสอบเบื้องต้นก่อนนำส่งสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด

(๒) ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลนักเรียนตาม (๑) ของทุกโรงเรียน

หากถูกต้องให้จัดทำแบบสรุปจำนวนนักเรียนของโรงเรียนที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

โดยแยกประเภทเงินอุดหนุน พร้อมสำเนาเลขที่บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด

โดยข้อมูลจำนวนนักเรียนตามข้อ ๗ ให้ส่งถึงสำนักงานภายในวันที่ ๑๐ กรกฎาคมของทุกปี

และข้อมูลจำนวนนักเรียนตามข้อ ๘ ให้ส่งถึงสำนักงานภายในวันที่ ๓๐

พฤศจิกายนของทุกปี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงาน

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลและเอกสารประกอบตามข้อ ๗

และข้อ ๘

(๒) ตรวจสอบแบบสรุปจำนวนนักเรียนตามข้อ ๙ (๒)

(๓) ตรวจสอบและรวบรวมจำนวนนักเรียนตาม (๑) และ (๒) ของทุกโรงเรียน

หากถูกต้องให้จัดทำแบบสรุปจำนวนนักเรียนของโรงเรียนที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

โดยแยกประเภทเงินอุดหนุนทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นเพื่อเสนอขออนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ วิธีการขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลของโรงเรียน

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำใบสำคัญรับเงินอุดหนุนรายบุคคลประจำเดือน จำนวน ๒ ชุด

โรงเรียนเก็บไว้ ๑ ชุด โดยมีเอกสารประกอบดังนี้

ก.

บัญชีรายชื่อนักเรียนที่โรงเรียนรับเข้าเรียนเพิ่มเติมของเดือนที่ผ่านมา

ข. บัญชีรายชื่อนักเรียนที่โรงเรียนจำหน่าย ลาออก พักการเรียน

ของเดือนที่ผ่านมา

ค. หลักฐานการจ่ายเงินเดือนครูโดยผ่านระบบธนาคารของเดือนที่ผ่านมา

(๒) โรงเรียนจัดส่งเอกสารตาม (๑) ภายในวันที่ ๓

ของเดือนที่เบิกที่สำนักงาน หรือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดแล้วแต่กรณี

(๓) แบบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามข้อ ๗ ข้อ ๘ และแบบขอเบิกจ่ายเงินตามข้อ

๑๑ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ วิธีการขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบจำนวนนักเรียนปกติ นักเรียนพิการทั้งประจำและไปกลับ

และจำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลให้ถูกต้อง

(๒) จัดทำแบบสรุปจำนวนโรงเรียน

จำนวนนักเรียนและจำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ขอเบิกจ่ายและขออนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนประจำเดือน

แล้วให้นำส่งสำนักงาน ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือน

เพื่อสำนักงานจะดำเนินการเบิกจ่ายและโอนเงินเข้าบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด

(๓) เมื่อโรงเรียนดำเนินการตามข้อ ๑๑ ได้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้โอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนภายใน ๕ วันทำการ

นับแต่วันที่ได้รับโอนเงินจากสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ วิธีการขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงาน

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบจำนวนนักเรียนปกติ นักเรียนพิการทั้งประจำและไปกลับ

และจำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลให้ถูกต้อง

(๒) สรุปจำนวนโรงเรียน

จำนวนนักเรียนและจำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ขอเบิกจ่ายประจำเดือนในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น

(๓) ขออนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลประจำเดือนตาม (๒)

เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายและโอนเงินเข้าบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดแล้วแต่กรณี

(๔) เมื่อโรงเรียนดำเนินการตามข้อ ๑๑ ได้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้โอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ภายใน ๕ วันทำการ

นับแต่วันที่ได้รับการโอนเงินจากกรมบัญชีกลางเข้าบัญชีธนาคารของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้

มีดังต่อไปนี้

(๑)

นักเรียนต้องมาเรียนตามหลักสูตรและเวลาเปิดที่โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนและมาเรียนทุกวันเป็นประจำสม่ำเสมอตามกฎกระทรวง

ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

(๒) การรับนักเรียนเข้าเรียน

โรงเรียนต้องดำเนินการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนให้ถูกต้องตามระเบียบ

และจัดเก็บเอกสารไว้ให้เป็นปัจจุบันพร้อมให้ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ กรณีที่จัดเก็บเอกสารเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์โรงเรียนต้องจัดเก็บเอกสารต้นฉบับไว้เพื่อการตรวจสอบด้วย

(๓)

โรงเรียนที่ไม่ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๗

(๒) และข้อ ๘ (๒)

ให้ถือว่าโรงเรียนไม่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลสำหรับนักเรียนของโรงเรียนนั้น

โดยห้ามเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาในส่วนที่โรงเรียนไม่ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้และห้ามจำหน่ายนักเรียนผู้นั้นออกจากโรงเรียนด้วยเหตุดังกล่าว

(๔) โรงเรียนที่ขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลประจำเดือนไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ

๑๑ (๒) ให้โรงเรียนดำเนินการขอเบิกจ่ายให้ทันภายในปีงบประมาณที่ยื่นคำร้อง

โดยห้ามงดจ่ายเงินเดือนครูด้วยเหตุดังกล่าวและจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ

(๕)

โรงเรียนที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในตราสารจัดตั้งเป็นโรงเรียนการกุศลภายหลังวันที่

๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษา

ให้โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลโรงเรียนการกุศลในปีการศึกษาถัดไป

(๖)

โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องดำเนินกิจการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ

คำสั่ง ประกาศและนโยบายของทางราชการและต้องนำเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ได้รับไปจ่ายเป็นเงินเดือนครูไม่ต่ำกว่าวุฒิที่ทางราชการกำหนดและตามประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำและนำเงินที่เหลือไปใช้จ่ายเป็นค่าพัฒนาสื่อการเรียนการสอน

ครุภัณฑ์ พัฒนาอาคารสถานที่ และการดำเนินกิจการของโรงเรียน

(๗) โรงเรียนต้องทำบัญชีการเงินและบัญชีอื่นให้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน

(๘)

โรงเรียนต้องจ่ายเงินเดือนครูโดยผ่านระบบธนาคารเป็นรายบุคคลทุกเดือนและเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

(๙)

โรงเรียนต้องเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นตามประกาศของโรงเรียนและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

(๑๐)

โรงเรียนต้องบรรจุครูให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนในระดับที่เปิดสอน

โดยให้มีครูประจำชั้นครบทุกชั้นที่เปิดทำการสอน

(๑๑) เมื่อนักเรียนพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียน

โรงเรียนต้องแจ้งผู้อนุญาตภายในสิ้นเดือนและให้จ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลแก่โรงเรียนนั้นจนถึงสิ้นเดือนที่นักเรียนพ้นสภาพ

(๑๒)

การจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลในเดือนเมษายนและพฤษภาคมให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงในเดือนมีนาคมและในเดือนตุลาคมให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงในเดือนกันยายน

(๑๓) นักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนระหว่างเดือนในแต่ละภาคเรียน

ให้เบิกเงินอุดหนุนรายบุคคลได้สำหรับนักเรียนผู้นั้นในเดือนถัดไป

(๑๔)

โรงเรียนจัดตั้งใหม่หรือโรงเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนในครั้งแรกให้ได้รับเงินอุดหนุนตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดภาคเรียนที่

๑ ของปีการศึกษาที่ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

(๑๕) โรงเรียนที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง

หรือใบอนุญาตที่มีผลต่อการเพิ่มจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน

ภายหลังวันที่ ๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษา ให้คำนวณจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงได้ในปีการศึกษาถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การกำกับดูแลให้ดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

(๑) ให้สำนักงานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

หรือสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดดำเนินการตรวจติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนตามระเบียบ

(๒) ในกรณีที่ตรวจพบว่า

โรงเรียนมีการเบิกเงินอุดหนุนผิดพลาดหรือโดยไม่มีสิทธิ

ให้ผู้อนุญาตเรียกเงินคืนจากโรงเรียนพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี

ของจำนวนเงินที่เบิกโดยผิดพลาดหรือโดยไม่มีสิทธิ

นับแต่วันที่เบิกจ่ายจนถึงวันที่ชำระเสร็จสิ้น

หากโรงเรียนไม่ชดใช้เงินอุดหนุนที่เบิกโดยผิดพลาด โดยไม่มีสิทธิ

หรือโดยทุจริตภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ชำระเงินคืน

ให้ผู้อนุญาตชะลอการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลไว้ก่อนจนกว่าโรงเรียนจะมาชำระหนี้ให้แล้วเสร็จ

ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

ก. ถ้าจำนวนเงินที่แจ้งให้ชำระเงินคืนไม่เกินหนึ่งล้านบาทให้ชำระเงินคืนทันทีในงวดเดียว

ข. ถ้าจำนวนเงินที่แจ้งให้ชำระเงินคืนตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป

ให้ชำระเงินคืนภายใน ๑ ปี

โดยโรงเรียนต้องทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

(๓) เมื่อปรากฏว่า โรงเรียนดำเนินการเกี่ยวกับการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้โดยทุจริต

ให้ผู้อนุญาตดำเนินการเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยตาม (๒)

และพิจารณาดำเนินการทางคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแก่ผู้กระทำความผิด

(๔) ในกรณีตรวจสอบพบว่าโรงเรียนไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายตามเงื่อนไขข้อ

๑๔ (๖) ให้ผู้อนุญาตสั่งแก้ไข หากไม่ดำเนินการให้ผู้อนุญาตสั่งลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การใดที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ยังไม่แล้วเสร็จให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

พลเรือเอก

ณรงค์ พิพัฒนาศัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๖ สิงหาคม

๒๕๕๘

วริญา/ผู้ตรวจ

๒๖ สิงหาคม

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๙๒ ง/หน้า ๑/๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2d83c236412ad4aa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com