法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทําและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ

ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

พ.ศ. 2554

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทําและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 103/7 วรรคสอง และวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 35 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทําและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2554"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป เว้นแต่ข้อ 5 วรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

"คู่สัญญา" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

"บัญชีแสดงรายรับรายจ่าย" หมายความว่า บัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงินของโครงการตามสัญญาที่บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐต้องจัดทําและยื่นต่อกรมสรรพากร

"หน่วยงานของรัฐ" " หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาคราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานธุรการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นใดที่ดําเนินกิจการของรัฐตามกฎหมายและได้รับเงินอุดหนุนหรือเงินหรือทรัพย์สินลงทุนจากรัฐ

"สัญญา"\* หมายความว่า สัญญาใด ๆ ที่ทําขึ้นเพื่อดําเนินการตามโครงการในการจัดหาพัสดุหรือการพัสดุ ไม่ว่าด้วยวิธีการซื้อหรือการจ้างหรือวิธีอื่นใดของหน่วยงานของรัฐตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุหรือระเบียบ ข้อกําหนด กฎ หรือข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ สัญญาสัมปทาน และสัญญาให้ทุนสนับสนุนของหน่วยงานของรัฐเพื่อการวิจัยหรือเพื่อดําเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง และให้หมายความรวมถึงบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกแนบท้ายสัญญาซึ่งมีผลเป็นการแก้ไขสัญญาในส่วนที่เป็นสาระสําคัญด้วย

"รายรับ" หมายความว่า จํานวนเงินที่คู่สัญญาได้รับจากหน่วยงานของรัฐ อันเนื่องจากการได้ปฏิบัติตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา หรือรายรับอื่น ๆ ที่กําหนดไว้ให้คู่สัญญาได้รับ

"รายจ่าย" หมายความว่า จํานวนเงินที่คู่สัญญาได้จ่ายไปทั้งสิ้นเพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้ และให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้คู่สัญญาตามสัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไปจัดทําบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายและยื่นต่อกรมสรรพากรตามแบบแนบท้ายประกาศนี้

การเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่ง ให้นับแต่วันที่มีการลงนามในสัญญาหรือถือว่าได้มีสัญญาเกิดขึ้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ความในข้อ 5 มิให้ใช้บังคับในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล

(2) คู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และไม่มีตัวแทนหรือผู้แทนในประเทศ แต่มีการส่งมอบหรือให้บริการในประเทศ และหน่วยงานของรัฐได้ชําระเงินตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาออกไปต่างประเทศโดยตรง

กรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้สํานักงาน ป.ป.ช. จัดให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลตามประกาศนี้ระหว่างกรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร และสํานักงาน ป.ป.ช.

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการบันทึกรายรับรายจ่ายเพื่อจัดทําและแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตามประกาศนี้ ให้คู่สัญญาบันทึกรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีหรือรอบปีภาษีนั้น แล้วแต่กรณี โดยแยกเป็นรายโครงการตามสัญญา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบตามข้อ 13 นอกจากคู่สัญญาต้องจัดทําและแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตามแบบแนบท้ายประกาศนี้แล้ว ให้คู่สัญญาบันทึกบัญชีเป็นรายโครงการตามสัญญา โดยให้เก็บและรักษาเอกสารหลักฐานประกอบไว้ ณ สถานประกอบการหรือที่อยู่อาศัยของคู่สัญญาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาสัญญาหรือจนกว่าการดําเนินการตามข้อ 13 เสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ " ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามกําหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้ สํานักงานคณะกรรมการ

(1) กรณีบุคคลธรรมดาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น

(ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละปีภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น

(2) กรณีนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน ให้ยื่นเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

(ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน ให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตาม (1) และ (2) จนกว่าจะสิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา

กรณีคู่สัญญาเป็นบุคคลต่างด้าวหรือเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งไม่มีตัวแทนตามประมวลรัษฎากรให้ใช้ปีปฏิทินเป็นปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีที่คู่สัญญาได้ยื่นบัญชีงบดุลประจําปีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณี ให้กรมสรรพากรตรวจสอบว่าคู่สัญญาได้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายด้วยหรือไม่

กรณีที่กรมสรรพากรตรวจพบว่าคู่สัญญารายใดไม่ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ให้รายงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ เพื่อดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรมสรรพากรอาจนําบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการไปพิจารณาประกอบการตรวจสอบบัญชีงบดุลประจําปีของนิติบุคคลหรือตรวจภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคลแล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจสอบหรือการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าคู่สัญญาใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ หรือกรณีมีความจําเป็นที่จะต้องตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินหรือการชําระภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประสานงานและสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับเรื่องดังกล่าวไปดําเนินการตามอํานาจหน้าที่แล้วให้หน่วยงานของรัฐนั้นรายงานผลการดําเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป หรือในกรณีจําเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานหรือสถาบันการเงินให้นําระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานหรือสถาบันการเงินมาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในการดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคู่สัญญาตามข้อ 5 ให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามความในหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้หน่วยงานของรัฐกําหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติของบุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาและกําหนดให้คู่สัญญาต้องปฏิบัติ ดังนี้

(1) บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ

(2) บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (c-Government Procurement : c-GP) ตามข้อ 16 ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

(3) คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

ความใน (3) มิให้นํามาใช้บังคับกับการรับเงินของคู่สัญญาในสัญญาสัมปทาน

มาตรา ข้อ 15/1

ข้อ 15/1 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามประกาศนี้ กรณีที่หน่วยงานของรัฐได้คัดเลือกบุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาแล้ว หากบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลต่างด้าวหรือเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งมิได้รับยกเว้นการจัดทําบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายและยื่นต่อกรมสรรพากร ตามข้อ 6 (2) และยังมิได้มีเลขป ระจําตัวผู้เสียภาษีอากรตามกฎหมายไทย ให้หน่วยงานของรัฐจัดทําคําร้องต่อกรมสรรพากร เพื่อจัดให้มีการออกเลขประจําตัวของบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่กรมสรรพากรกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง บันทึกข้อมูลของคู่สัญญาที่ต้องแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายในระบบอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วย

หน่วยงานของรัฐใดที่มิได้ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง (e-Government Procurement : e-GP) ให้รายงานข้อมูลของคู่สัญญาที่ต้องแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรมสรรพากร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐก่อนิติสัมพันธ์กับบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งได้มีการระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อว่าเป็นคู่สัญญาที่ไม่ได้แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ เว้นแต่บุคคลหรือนิติบุคคลนั้นจะได้แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายตามประกาศนี้ หรือได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง และมีการสั่งเพิกถอนรายชื่อจากบัญชีดังกล่าวแล้ว

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2e68b83d0c7a3774

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com