法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2547 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๔/๒๕๔๗

เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

ตามที่ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๖ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง นั้น

โดยที่รัฐบาลมีนโยบายให้โอนงานที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบในการทำหน้าที่เบิกจ่ายเงินและการบัญชีของทุนหมุนเวียน ให้ฝ่ายเลขานุการเจ้าของโครงการเป็นผู้ดำเนินการ และกระทรวงพลังงานได้จัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ขึ้น ทำหน้าที่รับผิดชอบเบิกจ่ายเงินและการบัญชีของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับโอนจากกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีนโยบายช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบปัญหาราคาน้ำมันแพงให้แก่ชาวประมง โดยให้ตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๖ และกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๖ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในคำสั่งนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนี้

“น้ำมันเชื้อเพลิง”[๒] หมายความว่า น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันที่คล้ายกันหรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกัน น้ำมันดิบสังเคราะห์ที่ใช้หรืออาจใช้เป็นวัตถุดิบในการกลั่นหรือผลิตให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น และให้หมายความรวมถึงก๊าซ ยางมะตอย และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ด้วย

“ก๊าซ” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้มหรือก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว ซึ่งได้แก่ โปรเปน โปรปิลีน นอร์มัลบิวเทน ไอโซ-บิวเทนหรือบิวทีลีนส์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันเป็นส่วนใหญ่

“ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์”[๓] หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียม ซึ่งประกอบด้วยมีเทนเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ โดยมีลักษณะและคุณภาพตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

“คลังก๊าซ”[๔] หมายความว่า สถานที่ พร้อมด้วยถังเก็บก๊าซ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับใช้เก็บก๊าซเพื่อการขายส่ง โดยมีถังเก็บก๊าซที่มีขนาดความจุรวมกันทุกถังตั้งแต่สองพันลูกบาศก์เมตรขึ้นไป

“ถังก๊าซหุงต้ม” หมายความว่า ภาชนะที่ใช้บรรจุก๊าซที่มีขนาดบรรจุก๊าซไม่เกินถังละ ๕๐ กิโลกรัม แต่ไม่หมายความถึงภาชนะที่ใช้บรรจุก๊าซเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ

“โรงกลั่น”[๕] หมายความว่า โรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงภายในราชอาณาจักร และให้หมายความรวมถึง

(๑) โรงแยกก๊าซในราชอาณาจักรที่ผลิตและจำหน่ายก๊าซเพื่อใช้ในราชอาณาจักรและโรงอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียมและสารละลาย

(๒) จุดจำหน่ายของสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ในราชอาณาจักร

“สถานีบริการ” หมายความว่า สถานที่ที่ดำเนินกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะให้แก่ประชาชน แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการที่เป็นของกระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจ และร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

“โรงงานอุตสาหกรรม”[๖] หมายความว่า สถานประกอบการที่มีการเก็บรักษาก๊าซเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบสำหรับกระบวนการผลิต โดยมีการเก็บรักษาและใช้ก๊าซจากถังเก็บและจ่ายก๊าซตามประกาศกระทรวงพลังงานที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายหรือกฎกระทรวงที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่หมายความรวมถึงโรงอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียม

“ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร” หมายความว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย ณ โรงกลั่นเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

“ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า” หมายความว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

“ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น” หมายความว่า ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นที่จำหน่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓

“ราคาขายปลีก” หมายความว่า ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดโดยประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ แล้วแต่กรณี

“ค่าการตลาด” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งรวมผลตอบแทนในการดำเนินธุรกิจของเจ้าของสถานีบริการ ซึ่งรับน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ค้าน้ำมัน และของผู้ค้าน้ำมันซึ่งรับน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นเพื่อใช้ในราชอาณาจักร หรือจากผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี

“ผู้ค้าน้ำมัน” หมายความว่า ผู้กระทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยซื้อ สั่งนำเข้า หรือได้มาด้วยประการอื่นใดเพื่อจำหน่าย ซึ่งมีปริมาณการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่สองหมื่นเมตริกตันขึ้นไป

“ภาษี” หมายความว่า ภาษีสรรพสามิต และภาษีอื่น ๆ ที่เรียกเก็บจากน้ำมันเชื้อเพลิง

“อัตราภาษีสูงสุด” หมายความว่า อัตราภาษีสูงสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด ที่กระทรวงการคลังมีอำนาจเรียกเก็บได้

“อัตราภาษีต่ำสุด” หมายความว่า อัตราภาษีต่ำสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด ที่กระทรวงการคลังมีอำนาจเรียกเก็บได้

“ผู้บรรจุก๊าซ”[๗] หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นผู้บรรจุก๊าซในถังก๊าซหุงต้มตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

“เจ้าของสถานีบริการ” หมายความรวมถึง ผู้ค้าน้ำมันซึ่งเป็นเจ้าของสถานีบริการโดยให้ถือว่าผู้ค้าน้ำมันเป็นเจ้าของสถานีบริการแต่ละแห่ง และในกรณีที่เจ้าของสถานีบริการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ได้ ให้หมายความรวมถึงผู้ครอบครองหรือจัดการดูแลสถานีบริการด้วย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน

“ปลัดกระทรวงพลังงาน” หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงพลังงานมอบหมายด้วย

“สถาบัน” หมายความว่า สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ตั้งกองทุนเรียกว่า “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ประกอบด้วยเงินดังต่อไปนี้

(๑) เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๔๐ ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๐ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

(๒) เงินที่โอนมาจากกองทุนอื่น (ถ้ามี)

(๓) เงินที่ส่งเข้ากองทุนตามคำสั่งนี้

(๔) เงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นคราว ๆ (ถ้ามี)

(๕) เงินอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการคำนวณราคา และกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒) กำหนดค่าการตลาดสำหรับการซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓) กำหนดค่าขนส่งไปยังคลังก๊าซและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาก๊าซ ณ คลังก๊าซ ตลอดจนกำหนดราคาขายก๊าซ ณ คลังก๊าซเป็นราคาเดียวกันทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร

(๔)[๘] กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนหรืออัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร น้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งออก น้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ก๊าซที่จำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร และก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจากผู้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมซึ่งผลิตได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติในราชอาณาจักร

(๕) กำหนดชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน หรือไม่ให้ได้รับเงินชดเชย

(๖) กำหนดราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นและคำนวณราคาขายปลีก

(๗) พิจารณากำหนดอัตราภาษีให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าอัตราภาษีต่ำสุดและไม่สูงกว่าอัตราภาษีสูงสุด

(๘) กำหนดให้โรงกลั่นแจ้งราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นต่อคณะกรรมการ

(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามคำสั่งนี้

(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน มีอำนาจลงนามในประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานตามอำนาจหน้าที่ในข้อ ๔ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๗) ของคำสั่งนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นผู้จัดการกองทุน มีอำนาจหน้าที่ในการจ่ายเงินจากกองทุนตามคำสั่งนี้ และตามที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ ๔ ของคำสั่งนี้ ทั้งนี้ โดยให้มีอำนาจกำหนดระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ตามที่เห็นสมควรด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นเงินจ่ายชดเชยตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ ๔ ของคำสั่งนี้

(๒) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามหมวดรายจ่ายภายในวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการอนุมัติ ดังนี้

- ค่าจ้างชั่วคราว

- ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ

- ครุภัณฑ์

- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเห็นชอบ

(๓) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ

(๕) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๙] ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร ให้ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การจำหน่ายตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงกรณีที่ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่น ได้นำน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตมาใช้ในกิจการของตนเองด้วย

การส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งแก่กรมสรรพสามิตพร้อมกับการชำระภาษีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง (ถ้ามี) ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าให้ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้าพร้อมกับการชำระค่าภาษีอากรสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น (ถ้ามี) ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๙/๑

ข้อ ๙/๑[๑๐] ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่จำหน่ายก๊าซ มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณก๊าซที่จำหน่ายในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งแก่สถาบันตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๑๑] ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร ให้ผู้อำนวยการทำหน้าที่สั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การขอรับเงินชดเชยตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่กรมสรรพสามิตพร้อมกับการชำระภาษีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง (ถ้ามี) และให้นำข้อ ๘ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า ให้ผู้อำนวยการทำหน้าที่สั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การขอรับเงินชดเชยตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้าพร้อมกับการชำระค่าภาษีอากรสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น (ถ้ามี) และให้นำข้อ ๙ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๑๒] ในกรณีที่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน ให้ผู้ส่งออกได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน แต่ถ้ามีการส่งเงินเข้ากองทุนแล้วให้ผู้ส่งออกขอคืนได้

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ไม่ให้ผู้ส่งออกได้รับเงินชดเชย ถ้ามีการได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้วให้ผู้ส่งออกส่งเงินคืนกองทุน ไม่ว่าผู้ส่งออกนั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

การขอรับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน การขอคืนเงิน และการส่งเงินคืนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบของกรมสรรพสามิตหรือระเบียบของกรมศุลกากร แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ การส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไปขายหรือจำหน่ายต่อให้แก่ชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ตามข้อ ๑๓ และ การส่งออกก๊าซ ตามข้อ ๑๓/๑

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่มีการขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไปขายหรือจำหน่ายต่อให้แก่ชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร

(๑) ถ้าคณะกรรมการกำหนดให้มีการส่งเงินเข้ากองทุน ให้ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวส่งเงินเข้ากองทุน ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจำหน่ายในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(๒) ถ้าคณะกรรมการกำหนดให้มีการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุน ให้ผู้อำนวยการทำหน้าที่สั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจำหน่ายในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(๓) ในกรณีที่ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงมิได้นำน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับเงินชดเชยตาม (๒) ไปขายหรือจำหน่ายต่อให้แก่ชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ให้ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นส่งเงินคืนกองทุน ไม่ว่าผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

การส่งเงินเข้ากองทุนและการขอรับเงินชดเชยตาม (๑) (๒) และ (๓) ให้เป็นไปตามระเบียบที่กรมสรรพสามิตกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓/๑

ข้อ ๑๓/๑[๑๓] ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับการส่งออกก๊าซ

(๑) ถ้าเป็นก๊าซที่ไม่ได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ให้ผู้ส่งออกส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณก๊าซที่ส่งออกในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(๒) ถ้าเป็นก๊าซที่ได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ไม่ให้ผู้ส่งออกได้รับเงินชดเชย ถ้ามีการได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้วให้ผู้ส่งออกส่งเงินคืนกองทุน และส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณก๊าซที่ส่งออกในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ไม่ว่าผู้ส่งออกนั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

การส่งเงินเข้ากองทุน และการส่งเงินคืนกองทุนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบของกรมสรรพสามิตหรือระเบียบของกรมศุลกากร แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีการขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ไม่ให้ผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นได้รับเงินชดเชย ถ้าได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้ว ให้ผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นส่งเงินคืนกองทุน ไม่ว่าผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน และส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว ให้ผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นได้รับเงินคืนจากกองทุน

ทั้งนี้ในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเดียวกันที่ใช้บังคับในวันปล่อยเรือเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

การส่งเงินคืนกองทุนและการขอเงินคืนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นควรให้มีการกำหนดราคาขายปลีก ให้กระทรวงพาณิชย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) สั่งให้กรมการค้าภายในนำเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพิจารณากำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในกรุงเทพมหานคร

(๒) สั่งให้กรมการค้าภายในประสานงานกับคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพิจารณาการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัด โดยคำนึงถึงอัตราค่าขนส่งที่เหมาะสมด้วย

ในกรณีที่คณะกรรมการให้กำหนดราคาขายปลีกเฉพาะในกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามความใน (๑) แต่ในกรณีที่คณะกรรมการให้กำหนดราคาขายปลีกเฉพาะในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามความใน (๒)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน สั่งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมันแจ้งข้อมูลตามแบบที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งแผนการผลิต สั่ง นำเข้า และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน

(๒) แจ้งปริมาณ ราคา และสถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าภายในสามวัน นับแต่วันนำเข้า

(๓) แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื้อหรือได้มา จำหน่ายและคงเหลือเป็นประจำ เดือนละ ๓ ครั้ง ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้

(ก) ครั้งที่ ๑ สำหรับการซื้อหรือได้มา และจำหน่ายระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๐ ของเดือน ภายในวันที่ ๑๓ ของเดือนเดียวกัน

(ข) ครั้งที่ ๒ สำหรับการซื้อหรือได้มา และจำหน่ายระหว่างวันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๐ ของเดือน ภายในวันที่ ๒๓ ของเดือนเดียวกัน

(ค) ครั้งที่ ๓ สำหรับการซื้อหรือได้มา และจำหน่ายระหว่างวันที่ ๒๑ ถึงวันสิ้นเดือน ภายในวันที่ ๓ ของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เพื่อให้มีก๊าซสำหรับประชาชนใช้ในการหุงต้มอย่างพอเพียง ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งขายหรือจำหน่ายก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้ม ต้องจัดให้มีการบรรจุก๊าซใส่ถังก๊าซหุงต้ม และจำหน่ายให้ทั่วถึงทุกอำเภอที่มีการใช้ถังหุงต้มซึ่งแสดงเครื่องหมายการค้าของตน

ในการบรรจุก๊าซหรือจำหน่ายตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้าน้ำมันดังกล่าวอาจมอบหมายให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ รายอื่น หรือผู้บรรจุก๊าซเป็นผู้ดำเนินการแทนได้ โดยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ การยื่นขออนุญาต การเปลี่ยนแปลง การยกเลิก และการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามระเบียบที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด

ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือผู้บรรจุก๊าซซึ่งดำเนินการแทนผู้ค้าน้ำมันดังกล่าวต้องทำการปิดผนึกลิ้น (Valve) ถังก๊าซหุงต้มทุกครั้งที่บรรจุก๊าซ และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวแสดงไว้ที่อุปกรณ์ปิดผนึกลิ้น (Seal) ถังก๊าซหุงต้ม โดยต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบของกรมธุรกิจพลังงานในการขอรับเครื่องหมายประจำตัว การปิดผนึกลิ้น การแสดงเครื่องหมายประจำตัวและการดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามที่กำหนดไว้ข้างต้น

วรรคสี่[๑๔] (ยกเลิก)

วรรคห้า[๑๕] (ยกเลิก)

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดำเนินการแทนผู้ค้าน้ำมันตามวรรคสองปฏิบัติไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในวรรคสาม ไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมีอำนาจสั่งเพิกถอนการอนุญาตตามวรรคสองได้ทุกราย และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ตั้งของผู้ถูกเพิกถอนทราบ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งเพิกถอนได้เฉพาะรายที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดของตนและแจ้งให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือจำหน่ายหรือมีไว้จำหน่าย ซึ่งก๊าซที่บรรจุใส่ถังก๊าซหุงต้มแล้ว โดยไม่มีอุปกรณ์ปิดผนึกลิ้นหรือเครื่องหมายประจำตัวตามที่กำหนดในข้อ ๑๗ วรรคสาม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือจำหน่ายก๊าซให้แก่ผู้บรรจุก๊าซ หรือฝาก หรือกระทำด้วยวิธีการใด ๆ ให้ผู้บรรจุก๊าซมีก๊าซอยู่ในครอบครอง ยกเว้นก๊าซที่ได้มาจากการเป็นผู้ดำเนินการบรรจุก๊าซแทนผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๗ วรรคสอง หรือก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๑๖] ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ขายหรือจำหน่ายก๊าซให้แก่สถานีบริการและโรงงานอุตสาหกรรม ยกเว้นก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑[๑๗] ผู้บรรจุก๊าซต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่ซื้อหรือรับก๊าซ หรือรับฝาก หรือกระทำด้วยวิธีการใด ๆ ให้มีก๊าซอยู่ในครอบครอง ยกเว้นก๊าซที่ได้มาจากการเป็นผู้ดำเนินการบรรจุก๊าซแทนผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๗ วรรคสอง หรือก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว

(๒) ไม่นำก๊าซที่ได้มาจากการเป็นผู้ดำเนินการบรรจุก๊าซแทนผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๗ วรรคสอง ไปขายหรือจำหน่าย หรือใช้ในการอื่นก่อนนำไปบรรจุใส่ถังก๊าซหุงต้ม

(๓) แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณก๊าซที่ซื้อหรือได้มา ที่ใช้ไป ที่จำหน่าย และคงเหลือในแต่ละเดือนต่อกรมธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลให้เป็นไปตามแบบ รายการ และระยะเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒[๑๘] เจ้าของสถานีบริการต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่ซื้อหรือรับก๊าซจากผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ยกเว้นก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว

(๒) ไม่ขายหรือจำหน่ายก๊าซเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะในวันและเวลาที่ทางราชการกำหนดห้ามสำหรับขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ

(๓) ไม่บรรจุก๊าซลงในถังก๊าซหุงต้มเพื่อขายหรือจำหน่ายให้ผู้อื่น

(๔) ไม่ขายหรือจำหน่ายก๊าซให้โรงงานอุตสาหกรรมเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง

(๕) แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณก๊าซที่ซื้อหรือได้มา ที่ใช้ไป ที่จำหน่าย และคงเหลือในแต่ละเดือนต่อกรมธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลให้เป็นไปตามแบบ รายการ และระยะเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒/๑

ข้อ ๒๒/๑[๑๙]

เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่ซื้อหรือรับก๊าซจากผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ยกเว้นก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว

(๒) แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณก๊าซที่ซื้อหรือได้มา ที่ใช้ไป ที่จำหน่าย และคงเหลือในแต่ละเดือนต่อกรมธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลให้เป็นไปตามแบบ รายการ และระยะเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒/๒

ข้อ ๒๒/๒[๒๐] ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่จำหน่ายก๊าซ ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณก๊าซที่ซื้อหรือได้มา ที่ใช้ไป ที่จำหน่ายและคงเหลือในแต่ละเดือนต่อกรมธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ การแจ้งข้อมูลให้เป็นไปตามแบบ รายการและระยะเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ห้ามมิให้ผู้ใดนำก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะหรือถ่ายก๊าซออกจากถังก๊าซหุงต้มนอกสถานที่บรรจุก๊าซ ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีการใด ๆ ทั้งสิ้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่มีการซื้อหรือได้มาซึ่งก๊าซจากผู้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมซึ่งได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติ ให้ผู้ซื้อหรือได้มาซึ่งก๊าซนั้นส่งเงินเข้ากองทุนหรือขอรับเงินชดเชยจากกองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนหรือการขอรับเงินชดเชยจากกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณก๊าซดังกล่าวแก่ผู้รับชำระค่าภาคหลวงก๊าซพร้อมกับการชำระค่าภาคหลวงสำหรับก๊าซ (ถ้ามี) ทั้งนี้ตามระเบียบที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕[๒๑] ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ขายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ซึ่งนำน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงกลั่น หรือในกรณีที่ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงกลั่น ทั้งนี้ ยกเว้นน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง และก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซโปรเปน และก๊าซบิวเทนที่ผลิตจากโรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงหรือโรงแยกก๊าซธรรมชาติเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียม

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน ให้ผู้ค้าน้ำมันซึ่งขายหรือผู้ซึ่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน แต่ถ้ามีการส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว ให้ขอคืนได้

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันซึ่งขายหรือผู้ซึ่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นได้รับเงินชดเชย แต่ถ้ามีการได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้ว ให้ส่งเงินคืนกองทุน

การขอรับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน การขอคืนเงินที่ส่งเข้ากองทุน และการส่งเงินคืนกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกรมสรรพสามิตหรืออธิบดีกรมศุลกากรกำหนด แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖[๒๒] ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินเข้ากองทุน หรือส่งเงินเข้ากองทุนไม่ครบตามจำนวนที่ต้องส่ง หรือไม่ส่งเงินคืนกองทุนภายในเวลาที่กำหนด ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ผู้นั้นเห็นเองว่าตนมีกรณีดังกล่าว ให้ผู้นั้นส่งเงินตามจำนวนที่ต้องส่ง หรือตามจำนวนที่ขาด หรือตามจำนวนที่ต้องคืนเข้ากองทุน พร้อมทั้งเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสามต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ครบกำหนดส่งเงินเข้ากองทุน จนกว่าจะครบแก่กรมสรรพสามิตสำหรับผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรและผู้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือแก่กรมศุลกากรสำหรับผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้ซึ่งขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือแก่สถาบันสำหรับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่จำหน่ายก๊าซ แล้วแต่กรณี

(๒) ในกรณีที่กรมสรรพสามิตสำหรับผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรและผู้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง หรือกรมศุลกากรสำหรับผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้ซึ่งขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือกรมธุรกิจพลังงานหรือสถาบันสำหรับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่จำหน่ายก๊าซ เป็นผู้ตรวจพบว่ามีกรณีดังกล่าว ให้กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือกรมธุรกิจพลังงานหรือสถาบัน แล้วแต่กรณี แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเงินตามจำนวนที่ต้องส่ง หรือตามจำนวนที่ขาด หรือตามจำนวนที่ต้องคืนเข้ากองทุน พร้อมทั้งเงินเพิ่มในอัตราร้อยละหกต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ครบกำหนดส่งเงินเข้ากองทุนจนกว่าจะครบแก่กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือสถาบัน แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาที่กำหนด

หากพ้นกำหนดระยะเวลาตาม (๒) แล้ว ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ได้ส่งเงินพร้อมทั้งเงินเพิ่มหรือส่งไม่ครบตามจำนวนที่ต้องส่ง ให้กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือกรมธุรกิจพลังงาน แล้วแต่กรณี ดำเนินการให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเร็ว

ให้ถือว่าเงินเพิ่มตาม (๑) และ (๒) เป็นเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนด้วย และในการคำนวณระยะเวลาเพื่อการคำนวณเงินเพิ่มตาม (๑) และ (๒) นั้น หากมีเศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เงินที่ส่งเข้ากองทุน และเงินชดเชยที่ได้รับจากกองทุนตามคำสั่งนี้ให้ถือเป็นรายจ่ายหรือเงินได้ แล้วแต่กรณี ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๒๗/๑

ข้อ ๒๗/๑[๒๓] เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานออกประกาศแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกำหนดการออกบัตรประจำตัวและการดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบในท้องที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือตำรวจภูธรจังหวัด เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกำหนดการออกบัตรประจำตัวและการดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบในท้องที่จังหวัดต่าง ๆ แต่ละจังหวัด

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เข้าไปในสำนักงาน โรงกลั่น สถานที่เก็บ สถานที่ใช้ สถานที่บรรจุ สถานีบริการ และสถานที่จำหน่ายก๊าซของผู้ค้าน้ำมัน ผู้บรรจุก๊าซ เจ้าของสถานีบริการ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม หรือผู้จำหน่ายก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามคำสั่งนี้

(๒) สั่งให้ผู้ค้าน้ำมัน ผู้บรรจุก๊าซ เจ้าของสถานีบริการ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม หรือผู้จำหน่ายก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว แสดงบัญชีปริมาณก๊าซที่ซื้อหรือได้มา ที่ใช้ ที่จำหน่ายและคงเหลือ รวมทั้งเอกสารและหลักฐาน

(๓) เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งบัญชี เอกสาร และหลักฐานใด ๆ มาให้ ณ ที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่

ผู้ค้าน้ำมัน ผู้บรรจุก๊าซ เจ้าของสถานีบริการ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม หรือผู้จำหน่ายก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มแล้ว ต้องให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตามวรรคสองตามสมควร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การขอรับเงินชดเชยตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามข้อ ๑ ของคำสั่งนี้ หากมิได้กระทำภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับห้ามมิให้ผู้อำนวยการรับไว้พิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ บรรดาระเบียบและประกาศที่ออกตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามข้อ ๑ ของคำสั่งนี้ ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้จนกว่าจะมีระเบียบหรือประกาศที่ออกตามคำสั่งนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ระเบียบและประกาศดังกล่าวให้นำมาใช้บังคับกับการส่งเงินเข้ากองทุน การขอรับเงินชดเชย และการจ่ายเงินจากกองทุนทั้งในกรณีที่เป็นการปฏิบัติตามหรือในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามข้อ ๑ ของคำสั่งนี้ ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องนำเสนอคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยและให้คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๙/๒๕๔๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๒๔]

โดยที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ได้พิจารณาเรื่อง ข้อเสนอมาตรการป้องกันการขาดแคลนก๊าซปิโตรเลียมเหลวในประเทศ และได้มีมติให้มีการเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลว จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๗ เพื่อรองรับแนวทางและวิธีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการขาดแคลนก๊าซปิโตรเลียมเหลวดังกล่าว

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๕๓ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๒๕]

โดยที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการแปรรูปขยะเป็นน้ำมันและให้มีการจ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันที่ผลิตได้จากการแปรรูปขยะ และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ เห็นชอบให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การคำนวณราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) สมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อรองรับแนวทางและวิธีการปฏิบัติ

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๒๖]

โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๔ (ครั้งที่ ๑๓๖) เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายการชดเชยราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยให้ทยอยปรับราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในภาคอุตสาหกรรมให้สะท้อนต้นทุนโรงกลั่นนํ้ามัน และการเพิ่มขีดความสามารถในการนำเข้าและการจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่จำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) รายอื่นมีสิทธิได้รับเงินชดเชยจากการนำเข้าและการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ได้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อรองรับนโยบายและหลักการดังกล่าว

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๕๕ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๒๗]

โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๕/๒๕๕๔ (ครั้งที่ ๑๓๘) เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เกี่ยวกับนโยบายการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยให้กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับก๊าซที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กิโลกรัมละ ๑ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นไป สมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อให้การส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซโปรเปน และก๊าซบิวเทนที่ผลิตจากโรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงหรือโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในโรงอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียมเป็นไปตามนโยบายดังกล่าว

ปณตภร/ผู้จัดทำ

๒ มิถุนายน ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๒๕ ง/หน้า ๑๑๒/๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘

[๒] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “น้ำมันเชื้อเพลิง” แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๕๓ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๓] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์” เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๕๓ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๔] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “คลังก๊าซ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๕] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “โรงกลั่น” แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๕๓ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๖] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “โรงงานอุตสาหกรรม” เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๗] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “ผู้บรรจุก๊าซ” แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๘] ข้อ ๔ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๙] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๕๕ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๐] ข้อ ๙/๑ เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๑] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๒] ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๙/๒๕๔๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๓] ข้อ ๑๓/๑ เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๙/๒๕๔๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๔] ข้อ ๑๗ วรรคสี่ ยกเลิกโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๕] ข้อ ๑๗ วรรคห้า ยกเลิกโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๖] ข้อ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๗] ข้อ ๒๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๘] ข้อ ๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๑๙] ข้อ ๒๒/๑ เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๒๐] ข้อ ๒๒/๒ เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๒๑] ข้อ ๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑/๒๕๕๕ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๒๒] ข้อ ๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๒๓] ข้อ ๒๗/๑ เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

[๒๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๒ ง/หน้า ๕๓/๘ มกราคม ๒๕๕๐

[๒๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๒๙ ง/หน้า ๑๐/๕ มีนาคม ๒๕๕๓

[๒๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๗๖ ง/หน้า ๓๔/๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔

[๒๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๔ ง/หน้า ๓๔/๑๒ มกราคม ๒๕๕๕

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2547 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2ee11af7e0311832

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com