คําสั่งกรมบังคับคดี
ที่ 454/2548
เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นไปด้วยความเหมาะสม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและดําเนินไปในทิศทางเดียวกัน จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คําสั่งกรมบังคับคดี
ที่ 454/2548
เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นไปด้วยความเหมาะสม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและดําเนินไปในทิศทางเดียวกัน จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 263/2548 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2548 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี
ข้อ ๒ เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําขอตั้งเรื่องบังคับคดีต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีและประสงค์จะบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการทันทีในวันนั้น หากมีเหตุขัดข้องหรือความจําเป็นของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่อาจดําเนินการบังคับคดีภายในวันดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกําหนดวันเวลานัดกับเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาเพื่อดําเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันยื่นคําขอตั้งเรื่องบังคับคดี ทั้งนี้ โดยพิจารณาด้วยว่ากําหนดนัดดังกล่าว จะมีผลกระทบหรือเกิดความเสียหายในคดีหรือไม่เพียงใด
ในกรณีเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาตั้งเรื่องบังคับคดีไว้แต่ยังไม่ประสงค์บังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีลงนัดไว้ 6 เดือน นับแต่วันตั้งเรื่องบังคับคดี เมื่อครบนัดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหมายนัดเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาสอบถามความประสงค์ในการบังคับคดีพร้อมทั้งแจ้งไปด้วยว่าหากไม่มารับเงินค่าใช้จ่ายคืนภายในกําหนดเจ้าพนักงานบังคับคดีจะนําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เมื่อครบกําหนดนัดหากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่แถลงความประสงค์ในการบังคับคดีหรือขอรับเงินค่าใช้จ่ายคงเหลือคืนให้นําสํานวนลงสารบบส่งเก็บ พร้อมลงนัดไว้ 5 ปี เพื่อนําส่งเงินเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป
ข้อ ๓ ในกรณีเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาประสงค์จะของดการบังคับคดีจักต้องนําส่งหนังสือแสดงความยินยอมของลูกหนี้ตามคําพิพากษาตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อพิจารณาประกอบการของดการบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีไว้ในแต่ละกรณีดังนี้
3.1 ของดการบังคับคดีโดยมีหรือไม่มีกําหนดระยะเวลา ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีตามกําหนดเวลาที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาแถลง ทั้งนี้ ไม่เกิน 2 เดือน
3.2 ของดการบังคับคดีโดยเหตุที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาขอปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ตามคําพิพากษา หรือมีข้อตกลงเป็นหนังสือในการผ่อนชําระหนี้ระหว่างกัน ให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาส่งเอกสารหลักฐานการปรับโครงสร้างหนี้หรือการผ่อนชําระหนี้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อพิจารณาและหากเจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณาแล้วฟังได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นตามนั้น ให้มีคําสั่งงดการบังคับคดีภายในกําหนดเวลาที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาขอ ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 1 ปี โดยให้เสนอขออนุญาตต่อผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาแล้วแต่กรณี
ข้อ ๔ เมื่อครบกําหนดนัดตามข้อ 3 ถ้าเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาประสงค์จะงดการบังคับคดีต่อไป ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีไว้โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามข้อ 3.1 หรือ 3.2 แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ กรณีครบกําหนดนัดตามข้อ 3 หรือข้อ 4 แล้ว เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาเพิกเฉยไม่มาแถลงความประสงค์ในการบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกหมายนัดแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาแถลงความประสงค์ในการบังคับคดีภายในวันเวลาที่กําหนด พร้อมระบุในหมายนัดด้วยว่า หากไม่มาแถลงความประสงค์ในการบังคับคดีภายในกําหนดระยะเวลาดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะรายงานศาลเพื่อขอให้มีคําสั่งถอนการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 ทวิ เมื่อครบกําหนดนัดแล้วเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาเพิกเฉย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกหมายนัดพร้อมระบุข้อความดังกล่าวข้างต้นอีกครั้ง หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายังคงเพิกเฉยอีก ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลเพื่อขอให้มีคําสั่งถอนการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 ทวิ ต่อไป
ข้อ ๖ ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งให้เพิกถอนกระบวนการบังคับคดีหรือการขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเจ้าของเรื่องรายงานคําสั่งศาลพร้อมสําเนาคําสั่งเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นเพื่อเสนอต่ออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายภายใน 15 วันนับแต่มีคําสั่ง
ข้อ ๗ การรับ – ส่งมอบทรัพย์สินเพื่อเก็บรักษาหรือเพื่อดําเนินการใด ๆ ให้เจ้าหน้าที่งานรักษาทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อในบัญชีรับ - ส่งไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง และให้หัวหน้างานรักษาทรัพย์หรือผู้มีหน้าที่ดังกล่าวรายงานการเก็บรักษาจํานวนทรัพย์สินที่เข้าออกและคงเหลือต่อผู้อํานวยการสํานักงานวางทรัพย์กลางหรือผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดี ทุกวันที่ 30 ของเดือน
ให้ผู้อํานวยการสํานักงานวางทรัพย์กลางแจ้งผลการตรวจสอบทรัพย์สินต่อผู้อํานวยการกองยึดทรัพย์สินและผู้อํานวยการกองจําหน่ายทรัพย์สิน
ข้อ ๘ การแก้ไขคําผิดและตกเติมข้อความในคําคู่ความหรือเอกสารใด ๆ ถ้ามีผิดตกที่ใดห้ามมิให้ขูดลบออกหรือใช้น้ํายาลบคําผิด แต่ให้ขีดฆ่าเสียแล้วเขียนลงใหม่ และผู้เขียนต้องลงลายมือชื่อกํากับไว้ที่ริมกระดาษ ถ้ามีข้อความตกเติมให้ผู้ตกเติมลงลายมือชื่อหรือลงชื่อย่อไว้
ข้อ ๙ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถือปฏิบัติโดยอนุโลม
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2548
ไกรสร บารมีอวยชัย
อธิบดีกรมบังคับคดี
คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 454/2548 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2f6266a413f66fb3
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com