ข้อ ๕ ทรัพย์สินที่จะนำมาเป็นประกัน
จะต้องเป็นทรัพย์สินดังต่อไปนี้
(๑)
หนังสือค้ำประกันของธนาคาร
ซึ่งมีวงเงินสูงกว่าจำนวนเงินที่ได้รับไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ โดยมีกำหนดเวลาค้ำประกันตลอดระยะเวลาจนกว่ากรณีถึงที่สุด
โดยได้มีการตอบรับทราบการลงโทษจากส่วนราชการเจ้าสังกัดของสมาชิกและสมาชิกหมดภาระผูกพันกับกองทุนแล้ว
(๒)
พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
ซึ่งมีราคามูลค่าหน้าตั๋ว (Face Value)
สูงกว่าจำนวนเงินที่ได้รับไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
และจะต้องจดทะเบียนเป็นประกันการชำระหนี้ตลอดระยะเวลาจนกว่ากรณีถึงที่สุด
โดยได้มีการตอบรับทราบการลงโทษจากส่วนราชการเจ้าสังกัดของสมาชิกและสมาชิกหมดภาระผูกพันกับกองทุนแล้ว
ในกรณีที่พันธบัตรตามวรรคหนึ่งมีการจ่ายดอกเบี้ยในระหว่างที่กองทุนถือครอง
กองทุนจะคืนดอกเบี้ยดังกล่าวแก่สมาชิก
ในกรณีที่พันธบัตรครบกำหนดคืนเงินต้น
แต่กรณียังไม่ถึงที่สุดและสมาชิกมิได้จัดหาทรัพย์สินอื่นมาเป็นหลักประกันแทน
กองทุนจะนำเงินที่ได้รับพร้อมดอกเบี้ยมาชำระคืนแก่กองทุนพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ
๗.๕ ต่อปีนับแต่วันที่ได้รับเงินไป หากมีเงินคงเหลือเป็นจำนวนเท่าใด กองทุนจะคืนให้แก่สมาชิก
(๓)
อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดินมีโฉนด หรือที่ดินมีโฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
หรืออาคารชุด หรือห้องชุด
ซึ่งจะต้องจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ตลอดระยะเวลาจนกว่ากรณีถึงที่สุดและได้มีการตอบรับทราบการลงโทษจากส่วนราชการเจ้าสังกัดของสมาชิกแล้ว
โดยอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาเป็นหลักประกันต้องมีราคาประเมินการเสียภาษีของทางราชการที่มีมูลค่าสูงกว่าจำนวนเงินที่ได้รับไม่น้อยกว่าสองเท่า
กรณีที่มีสิ่งปลูกสร้างบนอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาเป็นประกัน
สมาชิกจะต้องจัดให้มีการประกันภัยสิ่งปลูกสร้างบนอสังหาริมทรัพย์นั้นและระบุให้กองทุนเป็นผู้รับประโยชน์ด้วย