法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตํารวจและมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561 ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คนต่างด้าวที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามประกาศนี้ หมายถึง

(1) คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการตรวจสอบ คัดกรอง ความสัมพันธ์นายจ้าง - ลูกจ้าง และมีหนังสือรับรองจากกรมการจัดหางานตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขออนุญาตทํางานและการอนุญาตให้ทํางาน ตามพระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ฉบับลงวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ หรือผ่านการพิสูจน์สัญชาติจากประเทศต้นทาง หรือที่ได้รับการตรวจลงตราและประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 และมีอายุไม่เกินห้าสิบห้าปีนับถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุตรของคนต่างด้าว ที่เกิดในราชอาณาจักรระหว่างบิดา หรือมารดาได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

(2) คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าวดังกล่าวที่อายุไม่เกินสิบแปดปี ที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติหรือบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และได้รับอนุญาตให้ทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สําหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ฉบับลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าว บางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สําหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ หรือผ่านการพิสูจน์สัญชาติ จากประเทศต้นทาง หรือที่ได้รับการตรวจลงตราและประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 และมีอายุไม่เกินห้าสิบห้าปีนับถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุตรของคนต่างด้าวที่เกิดในราชอาณาจักรระหว่างบิดามารดาได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

(3) คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าวดังกล่าวที่อายุไม่เกินสิบแปดปี ที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติหรือบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และได้รับอนุญาตให้ทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวก เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่อยู่ระหว่างการตรวจสัญชาติ ฉบับลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ที่อยู่ระหว่างการตรวจสัญชาติ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ หรือผ่านการพิสูจน์สัญชาติจากประเทศต้นทาง หรือที่ได้รับการตรวจลงตราและประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 และมีอายุ ไม่เกินห้าสิบห้าปีนับถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุตรของคนต่างด้าวที่เกิดในราชอาณาจักรระหว่างบิดามารดาได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

(4) คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวมถึงผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของคนต่างด้าวดังกล่าวที่อายุไม่เกินสิบแปดปี ที่ได้รับการตรวจลงตราและประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษและการยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะสําหรับคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ฉบับลงวันที่ 30 ธันวาคม 2559 และมีอายุไม่เกินห้าสิบห้าปี นับถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุตรของคนต่างด้าวที่เกิดในราชอาณาจักรระหว่างบิดามารดาได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ คนต่างด้าวตามข้อ 1 ที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติจากประเทศต้นทางและประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปเพื่อการทํางานกับนายจ้างให้นายจ้างนําคนต่างด้าวไปรายงานตัวเพื่อจัดทําทะเบียนประวัติและบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ และขอรับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในท้องที่กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดที่เป็นที่ตั้งสถานประกอบการของนายจ้าง ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ในกรณีบุตรที่อายุตั้งแต่สิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีประสงค์จะทํางานกับนายจ้างให้สามารถทํางานได้ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย

บุตรของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งต่อมามีอายุเกินสิบแปดปีหากประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปจะต้องทํางานกับนายจ้าง โดยให้ดําเนินการขอรับใบอนุญาตทํางานและแก้ไขทะเบียนประวัติภายในหกสิบวันก่อนมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์

คนต่างด้าวที่ได้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับได้ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ในกรณีสถานที่ตามวรรคหนึ่งไม่เพียงพอต่อการรองรับการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรตามประกาศนี้ ให้กรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน กําหนดสถานที่อื่นตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ 2/1

ข้อ 2/1 ในกรณีที่นายจ้างได้นําคนต่างด้าวไปดําเนินการตามข้อ 2 และได้ยื่นขอจัดทําทะเบียนประวัติหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ ตามประกาศนี้ กับกรมการจัดหางาน ณ สถานที่ที่กรมการจัดหางานกําหนด ภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 แล้ว ให้คนต่างด้าวผู้นั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เพื่อจัดทําทะเบียนประวัติหรือบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพ อนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว และพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างที่ยังไม่ได้จัดทําทะเบียนประวัติ ให้ใช้เอกสารที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงแรงงานหรือบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพูเดิม) ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามข้อ 1 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561 ฉบับลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เป็นหลักฐานในการแสดงตน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ มิให้นํามาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับแก่คนต่างด้าวตามข้อ 1 ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามข้อ 2

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราวตามประกาศนี้ เป็นอันสิ้นผลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) เป็นโรคต้องห้ามตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนดหรือเป็นผู้ที่สุขภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการทํางานโดยอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

(2) ต้องโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ความผิดซึ่งได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(3) ออกนอกเขตท้องที่กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติหรือจังหวัดที่ได้รับอนุญาตให้ทํางาน เว้นแต่

(ก) ได้รับอนุญาตทํางานรับใช้ในบ้าน ให้เคลื่อนย้ายออกนอกเขตท้องที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาตเพื่อติดตามนายจ้าง สามีหรือภรรยาของนายจ้างไปทําหน้าที่การงานที่รับผิดชอบโดยนายจ้าง สามีหรือภรรยาของนายจ้างและลูกจ้างจะต้องเดินทางไปด้วยกันและต้องแสดงบัตรประจําตัวต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกครั้งที่มีการขอตรวจสอบ

(ข) ได้รับอนุญาตทํางานในกิจการประมงหรือขนถ่ายสินค้าทางน้ําให้เคลื่อนย้ายออกนอกท้องที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาตโดยทางเรือหรือทางบก เพื่อไปทํางานในท้องที่ทุกแห่งที่มีท่าเรือทําการประมงทะเล หรือในเส้นทางที่เป็นปกติทางการค้าของกิจการขนถ่ายสินค้าได้ ทั้งนี้ มิให้ออกนอกเขตบริเวณท่าเรือที่ทําการประมงทะเลหรือขนถ่ายสินค้าในกรณีเคลื่อนย้ายออกนอกท้องที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาตโดยทางบกต้องมีหนังสือรับรองจากกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานในสังกัด

(ค) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นพยานศาล ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน มีหนังสือเรียกตัวจากหน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงแรงงาน หรือเพื่อการรักษาพยาบาล โดยมีหนังสือหรือเอกสารที่ราชการออกให้มาแสดง แล้วแต่กรณี

(ง) ได้รับอนุญาตให้ทํางานกับนายจ้างใหม่หรือให้เพิ่มท้องที่การทํางานไปยังท้องที่จังหวัดอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวโดยมีหนังสือหรือเอกสารที่ราชการออกให้มาแสดง

(จ) กรณีแรงงานต่างด้าวขอไปทัศนศึกษา หรือสันทนาการในเขตท้องที่จังหวัดอื่น ให้นายจ้างจัดทําหนังสือพร้อมรายชื่อและเลขประจําตัวของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรที่จะไปทัศนศึกษาหรือสันทนาการ แจ้งให้นายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นทราบก่อนวันเดินทาง และเมื่อเดินทางกลับเข้ามาในท้องที่ ทั้งนี้ ไม่เกินครั้งละเจ็ดวั

(ฉ) เป็นบุตรซึ่งเดินทางไปพร้อมกับบิดาหรือมารดาตามเงื่อนไขตามข้อ (ก) ถึงข้อ (จ)

(4) หน่วยงานด้านความมั่นคงหรือการรักษาความสงบเรียบร้อย รายงานว่าคนต่างด้าวดังกล่าวมีพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

(5) ถูกเลิกจ้างไม่ว่าในกรณีใด ๆ

ในกรณีตาม (5) ให้นายจ้างแจ้งให้นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้เลิกจ้าง

คนต่างด้าวที่ถูกนายจ้างเดิมเลิกจ้างตาม (5) หากประสงค์จะทํางานในราชอาณาจักรต่อไป ต้องมีนายจ้างใหม่รับเข้าทํางานโดยให้คนต่างด้าวยื่นคําขอรับใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ไม่ได้ทํางานอยู่กับนายจ้างเดิม ทั้งนี้ ให้คนต่างด้าวยื่นคําขอรับใบอนุญาตภายในระยะเวลาและหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมการจัดหางานกําหนด ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว

การสิ้นผลการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราวของบุตรของคนต่างด้าว ตามข้อ 2 ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่บังคับใช้กับบิดาหรือมารดาของคนต่างด้าว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การออกนอกเขตท้องที่กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวเพื่อไปดําเนินการพิสูจน์สัญชาติให้ดําเนินการดังนี้

(1) กรณีพิสูจน์สัญชาติในราชอาณาจักร

(ก) คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและได้จัดทําบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามข้อ 2 แล้ว การเดินทางออกนอกเขตท้องที่จังหวัดให้ใช้บัตรประจําตัวดังกล่าวเป็นหลักฐานในการเดินทาง ทั้งนี้ ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

(ข) คนต่างด้าวที่ยังไม่ได้มารายงานตัวและดําเนินการตามข้อ 2 ให้ใช้เอกสารที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงแรงงานหรือประกาศกระทรวงมหาดไทย ตามข้อ 1 แล้วแต่กรณี เป็นหลักฐานเพื่อการเดินทางออกนอกเขตท้องที่จังหวัด ทั้งนี้ ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

(2) กรณีการเดินทางไปเพื่อพิสูจน์สัญชาติและรับหนังสือเดินทางเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง และหนังสือรับรองสถานะบุคคลของคนต่างด้าวนอกราชอาณาจักร ให้กรมการจัดหางานจัดทําหนังสือรับรองรายชื่อพร้อมเลขประจําตัวของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเพื่อใช้เป็นเอกสารในการออกนอกเขตท้องที่จังหวัด และการดําเนินกรรมวิธีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อดําเนินการเกี่ยวกับการทํางาน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ มิให้นําบทบัญญัติตามมาตรา 12 (3) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับกับคนต่างด้าวตามข้อ 3 ที่ถือหนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล โดยได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวที่เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการทํางาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคลของคนต่างด้าวต้องเป็นแบบที่กระทรวงการต่างประเทศให้การรับรอง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามประกาศนี้ที่ถือเอกสารตามข้อ 7 ประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทํางานกับนายจ้างให้ดําเนินการดังนี้

(1) คนต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติที่ถือเอกสารตามข้อ 7 ที่ได้รับการตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาเพื่อทํางานอยู่ในราชอาณาจักรซึ่งการอนุญาตสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ให้นายจ้างนําคนต่างด้าวไปรายงานตัว ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดที่เป็นที่ตั้งสถานประกอบการของนายจ้าง ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองตรวจอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปเพื่อการทํางาน ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563 พร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติ และบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนหรือประกันสุขภาพ และขอรับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว

(2) คนต่างด้าวที่พิสูจน์สัญชาติได้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 ให้นายจ้างนําคนต่างด้าวไปรายงานตัว ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดที่เป็นที่ตั้งสถานประกอบการของนายจ้าง ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาเพื่อทํางานอยู่ในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563 พร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติ และบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนหรือประกันสุขภาพ และขอรับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว

(3) คนต่างด้าวที่พิสูจน์สัญชาติแล้วเสร็จระหว่างวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ให้นายจ้างนําคนต่างด้าวไปขอรับการตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร ตรวจสุขภาพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนหรือประกันสุขภาพ ขอรับใบอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว และรายงานตัว จัดทําทะเบียนประวัติ และบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ณ สถานที่ตั้งหรือที่ทําการของแต่ละหน่วยงานในจังหวัดที่คนต่างด้าวผู้นั้นทํางานอยู่หรือกรุงเทพมหานคร โดยจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและอนุญาตให้ทํางานได้ถึง วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563

ในกรณีที่คนต่างด้าวเดินทางไปรับเอกสารตามข้อ 7 ณ ประเทศต้นทาง และได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้พนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจําด่านตรวจคนเข้าเมืองที่คนต่างด้าวนั้นผ่านเข้ามาใน ราชอาณาจักร ตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักร

สําหรับผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรที่อายุไม่เกินสิบแปดปี ให้ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามระยะเวลาที่บิดาหรือมารดาของคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ทั้งนี้ ให้สามารถทํางานได้ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย

บุตรของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งต่อมามีอายุเกินสิบแปดปีให้ดําเนินการขอรับใบอนุญาตทํางาน และแก้ไขทะเบียนประวัติ พร้อมทั้งยกเลิกรอยตราประทับ รหัส o (L-A) และให้ประทับตราอนุญาตประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส L-A ภายในหกสิบวันก่อนมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์

มาตรา ข้อ 8/1

ข้อ 8/1 ในกรณีที่นายจ้างได้นําคนต่างด้าวไปดําเนินการตามข้อ 8 (1) และ (2) และได้ยื่นขอจัดทําทะเบียนประวัติหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ ตามประกาศนี้ กับกรมการจัดหางาน ณ สถานที่ที่กรมการจัดหางานกําหนด ภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 แล้ว ให้คนต่างด้าวผู้นั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อทํางานกับนายจ้าง หรือตรวจอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปเพื่อทํางาน ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563 พร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติหรือบัตรประจําตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตรวจสุขภาพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนหรือประกันสุขภาพ และอนุญาตทํางานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ทั้งนี้ การกรอกข้อมูลทะเบียนประวัติ การขอจดทะเบียนและขอมีบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย การตรวจลงตรา การขออยู่ต่อ และการอนุญาตทํางานของคนต่างด้าวและผู้ติดตามให้ใช้แบบ ท.บ. 1 ท.บ. 2 ท.ต. 1 และ ท.ต. 1/1 แนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวจะสิ้นสุดลงก่อนระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 8 เมื่อไม่ได้ทํางานอยู่กับนายจ้างเดิม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวให้ทํางานกับนายจ้างใหม่ ในลักษณะงานตามมาตรา 12 (3) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมการจัดหางานกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ไม่ได้ทํางานอยู่กับนายจ้างเดิม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อสิ้นสุดการอนุญาตหรือการอนุญาตเป็นอันสิ้นผลตามประกาศนี้ให้คนต่างด้าวดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรได้อีกสิบห้าวันเพื่อเตรียมการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_303adb92b4375d47

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com