ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง ดอก
เบี้ยหรือส่วนลดที่บริษัทเงินทุนอาจจ่ายหรืออาจเรียกได้ ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๐ และให้ใช้
ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๒ ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดดังต่อไป
นี้
(๑) เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่ต้องชำระคืนเมื่อทวงถาม จ่ายดอกเบี้ยได้
ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ธนาคารใหญ่จ่ายสำหรับเงินฝากระยะเวลา ๓ เดือน ตามที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยประกาศในสัปดาห์ก่อนหน้า
(๒) เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่มีกำหนดเวลาชำระคืนไม่ถึง ๑ เดือน และ
ที่บริษัทเงินทุนยินยอมชำระคืนก่อนครบกำหนดเวลาไม่ถึง ๑ เดือน ไม่จ่ายดอกเบี้ย
(๓) เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่มีกำหนดเวลาชำระคืนตั้งแต่ ๑ เดือน แต่
ไม่ถึง ๓ เดือน จ่ายดอกเบี้ยได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ธนาคารใหญ่จ่ายสำหรับเงินฝากระยะ
เวลา ๓ เดือน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศในสัปดาห์ก่อนหน้า บวกด้วยอัตราร้อยละ
๓ ต่อปี
(๔) เงินกู้ยืมหรือได้รับหรือรับฝากจากประชาชนที่มีกำหนดเวลาชำระคืนตั้งแต่
๓ เดือนขึ้นไป จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดแล้วแต่กรณีได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ธนาคารใหญ่
จ่ายสำหรับเงินฝากระยะเวลาเดียวกัน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศในสัปดาห์ก่อนหน้า
บวกด้วยอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี
ในกรณีที่บริษัทเงินทุนยินยอมชำระคืนเงินก่อนครบกำหนดเวลาตาม (๓) หรือ
(๔) ให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดแล้วแต่กรณีได้ไม่เกินร้อยละ ๕ ต่อปี
ให้บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมหรือได้รับจาก
ประชาชน และอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดสำหรับบัตรเงินฝาก ตามจำนวนเงินระยะเวลาการกู้ยืม
หรือรับเงินหรือรับฝากเงิน และเงื่อนไข รวมทั้งประกาศสูตรหรือวิธีคำนวณราคาบัตรเงินฝาก
ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนอื่นที่บริษัทเงินทุนจะซื้อหรือขาย
ธนาคารใหญ่ตามข้อนี้ หมายถึงธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกร
ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)"