ระเบียบกองทัพไทย
ระเบียบกองทัพไทย
ว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔
ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘
จึงขอให้ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ระเบียบกองทัพไทย
ระเบียบกองทัพไทย
ว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔
ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘
จึงขอให้ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบกองทัพไทยว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๕๗
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
พยาน หมายความว่า
พยานบุคคลซึ่งจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือศาลในการดำเนินคดีอาญา
รวมทั้งผู้ชำนาญการพิเศษ แต่มิให้หมายความรวมถึงจำเลยที่อ้างตนเป็นพยาน
คดีอาญา หมายความว่า
คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
ความปลอดภัย หมายความว่า
ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน
หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของพยาน ทั้งก่อน ขณะ และหลังมาเป็นพยาน
มาตรการทั่วไป หมายความว่า
มาตรการที่พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา
พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา ศาลทหาร
หรือหน่วยงานคุ้มครองพยานหรือคณะกรรมการคุ้มครองพยาน แล้วแต่กรณี
อาจจัดให้พยานอยู่ในความคุ้มครองตามที่เห็นเป็นการสมควรหรือตามที่พยานหรือบุคคลอื่นใด
ซึ่งมีประโยชน์เกี่ยวข้องได้ร้องขอ
และในกรณีจำเป็นบุคคลดังกล่าวจะขอให้เจ้าพนักงานตำรวจ
หรือเจ้าหน้าที่อื่นช่วยให้ความคุ้มครองแก่พยานได้ตามความจำเป็น เมื่อเห็นว่าพยานอาจไม่ได้รับความปลอดภัย
ทั้งนี้
ต้องได้รับความยินยอมของพยานด้วย
การคุ้มครองให้พยานได้รับความปลอดภัย
ให้รวมถึงการจัดให้พยานอยู่ในสถานที่ ที่ปลอดภัย เว้นแต่พยานจะไม่ให้ความยินยอมและการปกปิดมิให้มีการเปิดเผยชื่อตัว
ชื่อสกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอย่างอื่นที่สามารถระบุตัวพยานได้ ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมแก่สถานะและสภาพของพยานและลักษณะของคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง
มาตรการพิเศษ หมายความว่า
มาตรการพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
สำนักงาน หมายความว่า
สำนักงานตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการคุ้มครองพยานตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
เลขานุการ หมายความว่า
เลขานุการคณะกรรมการ
หน่วยงานคุ้มครองพยาน หมายความว่า
หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทยที่มีหน้าที่ประสานงานคุ้มครองพยาน
ข้อ ๔ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร
กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติ คำชี้แจง ข้อแนะนำ
เพื่อวางแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการตามระเบียบนี้
บททั่วไป
ข้อ ๕ ในกรณีที่พยานในคดีอาญาอาจไม่ได้รับความปลอดภัย
พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา
พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา ศาลทหาร พยาน หรือบุคคลอื่นใด ซึ่งมีประโยชน์เกี่ยวข้อง
อาจขอให้สำนักงานคุ้มครองพยาน กระทรวงกลาโหม จัดให้พยานอยู่ในความคุ้มครองตามมาตรการทั่วไปตามความจำเป็นและที่เห็นสมควร
ทั้งนี้ ต้องได้รับความยินยอมของพยานด้วย
ข้อ ๖ การปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองพยาน
ให้ปฏิบัติเป็นการลับ และให้ประสานงานกับสำนักงานหรือหน่วยงานคุ้มครองพยานโดยตรง
ข้อ ๗ ให้นำความในระเบียบนี้มาใช้บังคับกรณีที่พยานได้ร้องขอให้นำมาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานใช้บังคับแก่สามี
ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน
หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน
ซึ่งอาจไม่ได้รับความปลอดภัยจากการที่พยานจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือศาลทหาร
ในการดำเนินคดีอาญาด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๘ การดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับมาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยาน
ซึ่งระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้
ให้ผู้รักษาการตามระเบียบนี้ใช้ดุลพินิจกำหนดการดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินการตามมาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานได้ตามที่เห็นสมควร
เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
หน่วยงานคุ้มครองพยาน
และการดำเนินการกรณีพยานไม่ได้รับความปลอดภัย
ข้อ ๙ ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือผู้ได้รับมอบหมายกำหนดหน่วยงานที่มีอยู่ในอัตราการจัดของกองบัญชาการกองทัพไทย
เป็นหน่วยงานคุ้มครองพยาน
กับกำหนดตัวบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองพยาน
แล้วแจ้งให้เลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองพยานกระทรวงกลาโหมทราบ เพื่อนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ขอรับการแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญาต่อไป
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่พยาน
หรือสามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน
หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานซึ่งมีผลต่อการที่พยานจะมาเป็นพยาน
อาจไม่ได้รับความปลอดภัย พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา แล้วแต่กรณี
อาจจัดให้พยานหรือบุคคลดังกล่าวอยู่ในความคุ้มครองตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา ทั้งนี้
ต้องได้รับความยินยอมจากพยานหรือบุคคลดังกล่าวเสียก่อน แล้วแต่กรณี
การจัดให้พยานอยู่ในความคุ้มครอง ให้พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา
จัดให้พยานหรือบุคคลดังกล่าวกรอกแบบพิมพ์คำร้องขอท้ายระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
แล้วรีบนำตัวพยานหรือบุคคลดังกล่าวพร้อมคำร้องขอ
ส่งเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองพยานกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณามีคำสั่งต่อไป
ข้อ ๑๑ ผู้มีสิทธิร้องขอ
หรือขอให้คุ้มครองพยานตามระเบียบนี้
๑๑.๑ ร้องขอหรือขอให้คุ้มครองพยาน ได้แก่
๑๑.๑.๑ พยานหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากพยาน
๑๑.๑.๒ บุคคลอื่นซึ่งมีประโยชน์เกี่ยวข้องกับพยาน
๑๑.๑.๓ พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา
๑๑.๒ ร้องขอหรือขอให้คุ้มครองสามี ภริยา ผู้บุพการี
ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน
ข้อ ๑๒ การร้องขอ กระทำได้
๓ กรณี คือ
๑๒.๑ ยื่นคำร้องหรือคำขอเป็นหนังสือตามแบบท้ายระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
๑๒.๒ หนังสือหรือจดหมาย
๑๒.๓ เครื่องมือสื่อสาร ได้แก่ โทรศัพท์ โทรสาร
หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
การร้องขอต้องระบุชื่อ นามสกุล
และที่อยู่ของพยานหรือบุคคลที่จะขอรับการคุ้มครองพยานและผู้ยื่นคำร้อง
ตลอดจนพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าพยานหรือบุคคลที่จะรับการคุ้มครองพยานอาจไม่ได้รับความปลอดภัยกับต้องมีลายมือชื่อหรือระบุชื่อผู้ร้อง
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๓ การยื่นคำร้องขอให้คุ้มครองพยานให้ปฏิบัติ
ดังนี้
๑๓.๑ ในกรณีที่การสืบสวน และการสอบสวนคดีกระทำโดยเจ้าพนักงานฝ่ายทหาร
ให้ยื่นต่อเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองพยานกระทรวงกลาโหม
พร้อมเอกสารหลักฐานและพยานหรือบุคคลที่มีการขอรับการคุ้มครอง
๑๓.๒ ในกรณีที่สำนวนการสอบสวนคดีได้ส่งไปให้อัยการทหารแล้ว
ควรแนะนำให้ไปยื่นต่ออัยการทหารแห่งนั้น
๑๓.๓ ในกรณีที่การสืบสวน การสอบสวนคดีกระทำโดยเจ้าพนักงานอื่น
ควรแนะนำให้ไปยื่นต่อหน่วยงานของเจ้าพนักงานแห่งนั้น
งบประมาณการคุ้มครองพยานและการเบิกจ่าย
ข้อ ๑๔ ให้หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองพยานรายงานขอตั้งงบประมาณค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานที่คาดว่าหน่วยงานจะพึงใช้ในแต่ละปีตามความจำเป็นและเหมาะสม
ในระหว่างการคุ้มครองพยาน
หากหัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองพยานคาดว่างบประมาณค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานจะมีไม่เพียงพอสนับสนุนการคุ้มครองพยาน
ให้หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองพยานรายงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมไปยังสำนักงานปลัดบัญชีทหารเพื่อดำเนินการต่อไป
อัตราค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานตามระเบียบนี้
ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
หลักเกณฑ์และวิธีการเบิกจ่ายให้เป็นตามที่ทางราชการกำหนด
ให้สำนักงานปลัดบัญชีทหารดำเนินการด้านงบประมาณและให้การสนับสนุนตามวรรคหนึ่ง
วิธีการคุ้มครองพยาน
ข้อ ๑๕ การคุ้มครองพยานของกองบัญชาการกองทัพไทยให้กระทำโดยการขอรับการสนับสนุนการคุ้มครองพยานจากสำนักงานคุ้มครองพยานกระทรวงกลาโหม
การคุ้มครองพยานของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองพยานของแต่ละเหล่าทัพ
ข้อ ๑๖ เมื่อได้รับแจ้งคำสั่งว่าคณะกรรมการคุ้มครองพยานกระทรวงกลาโหม
ได้กำหนดให้หน่วยงานใดกระทำการคุ้มครองพยานแล้ว
ให้หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองพยานกองบัญชาการกองทัพไทยประสานงานกับหัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองพยานดังกล่าวโดยตรง
ข้อ ๑๗ ให้ทุกส่วนราชการในกองทัพไทย
ให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวก และปฏิบัติตามที่หน่วยงานคุ้มครองพยานร้องขอ
ประกาศ
ณ วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗
พลเอก
ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๑ มิถุนายน
๒๕๕๗
นุสรา/ผู้ตรวจ
๒๗ กรกฎาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง/หน้า ๑/๖ มิถุนายน ๒๕๕๗
ระเบียบกองทัพไทยว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_30673a67a6490838
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com