法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ

พ.ศ. 2559

โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควรให้มีการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปอย่างกว้างขวางและแพร่หลายมากขึ้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ พ.ศ. 2559”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการเงินสมนาคุณผลงานทางวิชาการ และบทความทางวิชาการ พ.ศ. 2547 และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระเบียบนี้

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ

“ทุน” หมายความว่า ทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ

“ผู้ขอรับทุน” หมายความว่า บุคคลที่ยื่นข้อเสนอขอรับทุนต่อสํานักงาน

“ผู้รับทุน” หมายความว่า บุคคลที่คณะกรรมการได้คัดเลือกให้เป็นผู้รับทุน

“งานศึกษาวิจัยทางวิชาการ” หมายความว่า งานศึกษาวิจัย วิทยานิพนธ์หรืองานวิจัยส่วนบุคคลตามหลักสูตรที่สูงกว่าปริญญาตรี

“สถาบันการศึกษา” หมายความว่า สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยที่มีหลักสูตรการศึกษาในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี ที่สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)รับรองวิทยฐานะ

“ผลงานทางวิชาการ” หมายความว่า เอกสารรายงานผลการศึกษาวิจัยทางวิชาการ และให้หมายความถึงเอกสารอื่นที่คณะกรรมการกําหนด

“สัญญา” หมายความว่า สัญญาการให้ทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ และบุคคลที่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนเป็นรายเดือนจากงบประมาณรายจ่ายของสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(1) เพื่อสนับสนุนบุคลากรของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญให้มีการเพิ่มพูนและสร้างองค์ความรู้ด้านรัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงาน

(2) เพื่อสนับสนุนบุคคลทั่วไปให้มีการสร้างองค์ความรู้ด้านรัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญกฎหมาย และงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงาน

(3) เพื่อสนับสนุนการศึกษาในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี

(4) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านรัฐธรรมนูญ คดีรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เงินทุนที่ได้รับการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการมาจากเงิน ดังต่อไปนี้

(1) งบประมาณแผ่นดิน

(2) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้บริจาคให้เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ

(3) ดอกเบี้ยหรือดอกผลตามข้อ (2)

เงินทุนตามวรรคหนึ่งให้ครอบคลุมสําหรับเป็นทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการเงินสมนาคุณผลงานทางวิชาการ และเงินค่าตอบแทนบทความทางวิชาการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ” ประกอบด้วย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมายจากประธานศาลรัฐธรรมนูญหนึ่งคนเป็นประธานกรรมการ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสองคน เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญรองเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าระดับอํานวยการระดับสูง หรือระดับเชี่ยวชาญ ตามที่เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเสนออีกห้าคนเป็นกรรมการ ผู้อํานวยการสถาบันรัฐธรรมนูญศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อํานวยการกลุ่มงานวิจัยและพัฒนารัฐธรรมนูญเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งมีอํานาจหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ โดยเฉพาะให้มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาการให้ทุนสนับสนุนสําหรับการจัดทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการ การกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ทุน การคัดเลือกผู้รับทุน ตลอดจนการตรวจพิจารณาผลงานของผู้รับทุน ตามที่ได้บัญญัติไว้ในหมวด 2

(2) พิจารณาการให้เงินสมนาคุณสําหรับผลงานทางวิชาการ การตรวจพิจารณา และการประเมินระดับคุณค่าของผลงานทางวิชาการ ตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 3

(3) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายจากคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกรรมการผู้ใดผู้หนึ่งจะพิจารณาหรือกระทําการใด ๆ ตามระเบียบนี้ ต่อผลงานของตนมิได้ในกรณีกรรมการผู้นั้นได้จัดทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการหรือมีผลงานทางวิชาการอันอาจจะขอรับทุนตามระเบียบนี้ได้ ให้ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการเพื่อขอถอนตัวจากการเข้าร่วมพิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลงานของตน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้นําระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเบี้ยประชุมกรรมการและอนุกรรมการและค่าตอบแทนบุคคลหรือคณะบุคคล มาบังคับใช้กับการประชุมคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ งานศึกษาวิจัยทางวิชาการที่จะขอรับทุน จะต้องมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญคดีรัฐธรรมนูญ กฎหมาย งานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานในสาขาวิชานิติศาสตร์รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาอื่นตามที่คณะกรรมการกําหนด

งานศึกษาวิจัยทางวิชาการประเภทวิทยานิพนธ์ จะต้องผ่านการอนุมัติให้เป็นหัวข้อที่สามารถดําเนินการจัดทําเป็นงานศึกษาวิจัยทางวิชาการได้จากสถาบันการศึกษาที่ผู้ขอรับทุนศึกษาอยู่

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อสํานักงานประสงค์จะให้ทุนสนับสนุนการทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการประเภทใด และสาขาใดแล้วให้ประกาศเป็นหนังสือ โดยระบุถึงสาขาวิชาที่ประสงค์จะให้ทุนสนับสนุน วงเงินทุน จํานวนทุน และกําหนดเวลาในการยื่นข้อเสนอขอรับทุน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ขอรับทุนประเภทวิทยานิพนธ์จะต้องเป็นนักศึกษาระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีในสถาบันการศึกษาหรือผู้ที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาที่มีฐานะเทียบเท่า โดยผู้ขอรับทุนจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับทุนสนับสนุนการทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการในหัวข้อเรื่องเดียวกันจากแหล่งทุนอื่นในประเทศและต้องไม่เป็นผู้ถูกหรือเคยถูกสํานักงานระงับการให้ทุนใด ๆ มาก่อน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับทุน จะกระทําและพิจารณาโดยคณะกรรมการในการคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับทุนตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจเชิญผู้ขอรับทุนมาสัมภาษณ์เพื่อประเมินคุณสมบัติและความเหมาะสมหรือความเป็นไปได้ของข้อเสนอขอรับทุนสนับสนุนการทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการก็ได้ รวมทั้งอาจตรวจสอบเอกสารอ้างอิงหรือเอกสารวิชาการที่ผู้ขอรับทุนจะนํามาใช้ในการศึกษาวิจัย เพื่อประกอบการพิจารณาในเบื้องต้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ขอรับทุนจะต้องยื่นข้อเสนอขอรับทุนสนับสนุนการทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการตามแบบและระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด กรณีผู้ขอรับทุนประเภทวิทยานิพนธ์ต้องยื่นหนังสือรับรองการได้รับอนุมัติให้เป็นหัวข้อที่จัดทําเป็นงานศึกษาวิจัยทางวิชาการจากสถาบันการศึกษาซึ่งผู้ขอรับทุนได้ศึกษาอยู่ พร้อมเค้าโครงและขั้นตอนของงานศึกษาวิจัยทางวิชาการฉบับดังกล่าว รวมทั้งกําหนดระยะเวลาที่ใช้ในการดําเนินงานแต่ละขั้นตอนเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการการยื่นข้อเสนอตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอต่อสํานักงานภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อสํานักงานได้พิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับทุนแล้ว สํานักงานจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับทุนทราบโดยเร็ว โดยผู้ขอรับทุนที่ได้รับการคัดเลือกต้องเข้าทําสัญญากับสํานักงานตามแบบและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ระยะเวลาในการดําเนินงาน วงเงินทุน และจํานวนทุน ให้เป็นไปตามประกาศที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้รับทุนสามารถขอรับบริการข้อมูลข่าวสารของศาลรัฐธรรมนูญตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2542 โดยมิต้องเสียค่าธรรมเนียมและได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องสมุดของสํานักงานได้ ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขที่กําหนดในสัญญา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้รับทุนจะต้องส่งงานแต่ละขั้นตอนจนถึงขั้นตอนสุดท้ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานกําหนดหรือที่กําหนดไว้ในสัญญา โดยการส่งงานในงวดสุดท้ายจะต้องได้มาตรฐานคุณภาพตามรูปแบบที่สมบูรณ์พร้อมที่จะจัดพิมพ์ได้ตามมาตรฐานการจัดพิมพ์งานศึกษาวิจัยทางวิชาการของสถาบันการศึกษาที่ผู้รับทุนศึกษาอยู่

ในการตรวจพิจารณางานศึกษาวิจัยทางวิชาการ คณะกรรมการอาจเชิญผู้รับทุนชี้แจงเกี่ยวกับผลงานนั้นตามสมควร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การเบิกจ่ายเงินทุน จะให้เมื่อเริ่มต้นทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการ เมื่อทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการเสร็จแล้วหรืออาจแบ่งเป็นงวดก็ได้ ทั้งนี้ โดยระบุไว้ในสัญญา

การเบิกจ่ายเงินในงวดสุดท้าย สํานักงานจะทําการเบิกจ่ายเงินให้ภายหลัง ที่สถาบันการศึกษาที่ผู้รับทุนศึกษาอยู่นั้น ได้พิจารณาอนุมัติผลสอบหรือรับรองผลงานนั้น หรือได้พิจารณาตัดสินขั้นสุดท้ายในงานศึกษาวิจัยทางวิชาการของผู้รับทุนแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ สํานักงานมีสิทธิที่จะระงับการให้ทุน และเรียกคืนเงินทุนเมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(1) ผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สํานักงานกําหนดหรือที่กําหนดไว้ในสัญญา โดยสํานักงานบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้รับทุน และเรียกให้ผู้รับทุนชําระเงินที่ได้รับไปแล้วคืนสํานักงานรวมถึงดอกเบี้ยของจํานวนเงินดังกล่าว

(2) ผู้รับทุนไม่สามารถดําเนินงานต่อไปให้แล้วเสร็จได้ และประสงค์จะขอยุติการทํางานศึกษาวิจัยทางวิชาการตามหัวข้อที่ได้รับอนุมัตินั้น โดยผู้รับทุนยื่นคําร้องต่อสํานักงานเพื่อให้พิจารณากําหนดวงเงินที่ผู้รับทุนจะต้องชําระคืนรวมทั้งดอกเบี้ย ทั้งนี้ จะต้องไม่เกินจํานวนเงินที่ผู้รับทุนได้รับไปแล้ว

(3) ผู้รับทุนไม่สามารถดําเนินงานต่อไปให้แล้วเสร็จ หากสํานักงานพิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรสํานักงานอาจจะไม่เรียกคืนเงินที่ผู้รับทุนได้รับไปแล้วโดยพิจารณาจากสัดส่วนของงานก็ได้ ทั้งนี้สํานักงานมีสิทธิที่จะนําผลงานนั้นไปใช้ประโยชน์หรือให้ผู้อื่นดําเนินการต่อไปตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ งานศึกษาวิจัยทางวิชาการอันเป็นผลงานที่ได้มาจากการรับเงินทุนตามระเบียบนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้รับทุน หรือของสถาบันการศึกษาที่ผู้รับทุนศึกษาอยู่ ตามที่กําหนดไว้ในระเบียบของสถาบันนั้น แต่สํานักงานมีสิทธิเผยแพร่ แจกจ่าย ทําซ้ํา หรือมีสิทธิใช้ประโยชน์อื่นใดจากงานศึกษาวิจัยทางวิชาการของผู้รับทุนตามสมควร โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนอื่นใดอีก นับแต่วันที่ส่งมอบผลงาน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้สํานักงานจ่ายเงินสมนาคุณสําหรับผู้จัดทําผลงานทางวิชาการผลงานที่จะได้รับเงินสมนาคุณตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผลงานทางวิชาการ ดังต่อไปนี้

(1) งานวิจัย อันมีระเบียบวิธีวิจัยถูกต้องตามมาตรฐานของระเบียบวิธีวิจัยในสาขาวิชานั้น

(2) งานประมวลและวิเคราะห์เอกสารทางวิชาการที่มีการวิเคราะห์ วิจารณ์ เนื้อหาข้อมูลอย่างลึกซึ้งและมีการนําเสนอในรูปของรายงานที่ได้มาตรฐาน

(3) งานศึกษาเบื้องต้นตามโครงการของสํานักงาน

(4) งานเขียนทางวิชาการอื่น ๆ เช่น เอกสารทางวิชาการ ความเห็นทางกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระและอรรถประโยชน์ในระดับที่คณะกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้คณะกรรมการมีอํานาจพิจารณาให้ความเห็นโดยกําหนดจํานวนเงินสมนาคุณและอัตราการเบิกจ่ายเงินสมนาคุณผลงานทางวิชาการตามข้อ 23 ในอัตราเรื่องละไม่เกิน 200,000 บาท

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ประสงค์จะขอรับเงินสมนาคุณผลงานทางวิชาการ เสนอคําร้องตามแบบที่คณะกรรมการกําหนดพร้อมกับเสนอผลงานที่อยู่ในรูปแบบสมบูรณ์ตามแต่ลักษณะของงานต่อคณะกรรมการ

ผลงานทางวิชาการที่ขอรับเงินสมนาคุณ ต้องไม่เป็นผลงานที่เคยได้รับเงินสมนาคุณหรือค่าตอบแทนใด ๆ จากสํานักงานหรือแหล่งเงินทุนอื่น

ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาคุณภาพของผลงานว่าสมควรได้รับเงินสมนาคุณหรือไม่ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามความต้องการของศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้สํานักงานจ่ายเงินค่าตอบแทนแก่ผู้เขียนบทความทางวิชาการที่พิมพ์ลงในวารสารศาลรัฐธรรมนูญหรือสิ่งพิมพ์อื่นของสํานักงานในอัตรา ดังต่อไปนี้

(1) บทความทางวิชาการที่เป็นภาษาไทย ได้รับค่าตอบแทนอัตราหน้าละ 250 บาทและในอัตราไม่เกินบทความละ 5,000 บาท

(2) บทความทางวิชาการที่เป็นภาษาอังกฤษ ได้รับค่าตอบแทนอัตราหน้าละ 500 บาทและในอัตราไม่เกินบทความละ 10,000 บาท

คณะกรรมการมีอํานาจออกประกาศกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าตอบแทนสําหรับบทความที่ลงพิมพ์ในวารสารศาลรัฐธรรมนูญหรือสิ่งพิมพ์อื่นของสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บทความทางวิชาการใดที่ได้พิมพ์เผยแพร่แล้ว ให้เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการเบิกจ่ายเงินสมนาคุณบทความทางวิชาการให้แก่ผู้เขียน

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

นุรักษ์ มาประณีต

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_316a506aa041d88c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com