ข้อ ๕
ผู้เข้ารับการฝึกหัดในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี ซึ่งจะขอจดทะเบียน
และรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับดังต่อไปนี้
(๑) ผู้เข้ารับการฝึกหัดต้องเป็นผู้ได้เข้ารับการฝึกหัดงานหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
หรืออนุปริญญาจากสถาบันการศึกษาซึ่งสภาทนายความเห็นว่าสถาบันการศึกษานั้นมีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้
(๒) ผู้เข้ารับการฝึกหัดต้องฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความซึ่งผู้ควบคุมการฝึกหัดงานต้องมีใบอนุญาตให้เป็นทนายความเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่า
๗ ปี
(๓) (ก) ให้ผู้เข้ารับการฝึกหัดแจ้งชื่อ ที่อยู่
พร้อมหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้เข้ารับการฝึกหัด และชื่อ ที่อยู่
โดยละเอียดของสำนักงานทนายความที่รับฝึกหัดงานพร้อมหนังสือรับรองและสำเนาใบอนุญาตให้เป็นทนายความของผู้ควบคุมการฝึกหัดงาน
ต่อสภาทนายความภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันเริ่มเข้าฝึกหัดงาน
(ข) เมื่อผู้เข้ารับการฝึกหัดได้ฝึกหัดงานมาแล้วไม่น้อยกว่า
๑ ปี จะขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
ให้นำหนังสือรับรองการเข้าฝึกหัดงานของผู้ควบคุมการฝึกหัดงานและรายละเอียดการฝึกหัดงานตลอดระยะเวลา
๑ ปี มาแสดงพร้อมกับคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
(ค) การแจ้งการเข้าฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความและการรับรองของผู้ควบคุมการฝึกหัดงาน
ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
(ง) ผู้เข้ารับการฝึกหัดผู้ใด
อ้างว่าได้เข้ารับการฝึกหัดงานมาก่อนแล้วแต่มิได้แจ้งการเข้ารับการฝึกหัดงานให้สภาทนายความทราบภายในกำหนด
๑๕ วัน นับแต่วันเริ่มเข้าฝึกหัดงานให้คณะกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฝึกหัดงานของผู้เข้ารับการฝึกหัดงานดังกล่าว
แล้วนำเสนอคณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาผ่อนผันในเรื่องการนับระยะเวลาการเข้าฝึกหัดงานให้เป็นการเฉพาะราย