ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส. 16 /2562
เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่งมีความมั่นคงแข็งแกร่ง สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการทางการเงินได้ โดยกําหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องดํารงอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ําที่เพียงพอรองรับความเสี่ยงในการดําเนินธุรกิจและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เงินกองทุนมีลักษณะที่สามารถใช้รองรับความเสียหายได้อย่างแท้จริงและสอดคล้องกับลักษณะธุรกรรมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง จึงสมควรกําหนดลักษณะและองค์ประกอบของเงินกองทุนให้ชัดเจน
การออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากหลักเกณฑ์เดิม โดยกําหนดให้องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจประกอบด้วย เงินกองทุนชั้นที่ 1 เช่น ทุนที่ได้รับพระราชทาน ทุนประเดิม หรือหุ้นสามัญกําไรสะสม เงินที่ได้รับจากการออกตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 เป็นต้น และเงินกองทุนชั้นที่ 2 เช่น เงินที่ได้รับจากการออกตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 มูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด เป็นต้น หักด้วยรายการหักจากเงินกองทุนซึ่งเป็นรายการที่ไม่สะท้อนความเป็นทุนที่แท้จริงที่สามารถรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและเพื่อรักษาระดับของเงินกองทุนให้มีความคงที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้ระบุถึงคุณสมบัติที่สําคัญของตราสารทางการเงินที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนโดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาในการชําระคืน การจ่ายผลตอบแทน และสิทธิในการได้รับชําระหนี้ของผู้ถือตราสาร เพื่อให้ตราสารดังกล่าวมีลักษณะคล้ายทุนมากขึ้น
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 120/1 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์องค์ประกอบของเงินกองทุนให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 8/2559 เรื่อง องค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมและบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ" หมายความว่า สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
5.2 หลักการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดองค์ประกอบของเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ เงินกองทุนชั้นที่ 1 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 ซึ่งเงินกองทุนชั้นที่ 1 คือ เงินกองทุนที่มีคุณภาพดีที่สุด เช่น ทุนที่ได้รับพระราชทาน หรือทุนประเดิม หรือหุ้นสามัญ กําไรสะสม เงินที่ได้รับจากการออกตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 เป็นต้น ส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 2 เช่นเงินที่ได้รับจากการออกตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 รวมถึงมูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด เป็นต้น และหักด้วยรายการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.3 องค์ประกอบของเงินกองทุน
เงินกองทุนทั้งสิ้นของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ประกอบด้วย ยอดรวมของเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามข้อ 5.3.1 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามข้อ 5. 3.2 หักด้วยรายการหักจากเงินกองทุนตามข้อ 5.3.3 และปรับด้วยรายการปรับจากเงินกองทุนตามข้อ 5.3.4
5.3.1 เงินกองทุนชั้นที่ 1 ประกอบด้วย
(1) ทุนที่ได้รับพระราชทาน
(2) ทุนประเดิมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(3) ทุนชําระแล้ว (ยกเว้นทุนชําระแล้วที่ได้จากการออกหุ้นบุริมสิทธิ) ซึ่งรวมทั้งส่วนล้ํามูลค่าหุ้นที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้รับ และเงินที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้รับจากการออกใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น
(4) เงินเพิ่มทุนที่ได้รับจากทางการหรือได้รับการจัดสรรจากเงินงบประมาณแผ่นดิน หรือจากแหล่งอื่น
(5) เงินที่ได้รับจากการออกหุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่สะสมเงินปันผล
(6) ทุนสํารองตามกฎหมาย
(7) เงินสํารองที่ได้จัดสรรจากกําไรสุทธิเมื่อสิ้นงวดการบัญชีตามมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น หรือตามที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลัง แต่ไม่รวมถึงเงินสํารองสําหรับการลดค่าของสินทรัพย์ เงินสํารองสําหรับการจ่ายเงินนผลหรือเงินนําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และเงินสํารองเพื่อการชําระหนี้
(8) กําไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรรตามมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น หรือตามที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังสําหรับงวด 6 เดือนหลังของปีบัญชี หรือกําไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรรตามข้อบังคับของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือตามที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังหลังจากหักประมาณการเงินปันผลหรือเงินนําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน สําหรับงวด 6 เดือนแรกของปีบัญชี
(9) เงินที่ได้รับจากการออกตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่ไม่สะสมดอกเบี้ยจ่าย และไม่ชําระดอกเบี้ยในปีที่ไม่มีผลกําไร (Hybrid Tier 1) ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด รายละเอียดตามเอกสารแนบ 1
5.3.2 เงินกองทุนชั้นที่ 2 ประกอบด้วย
(1) เงินที่ได้รับจากการออกหุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผล
(2) เงินที่ได้รับจากการออกตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่ไม่สะสมดอกเบี้ยจ่าย และไม่ชําระดอกเบี้ยในปีที่ไม่มีผลกําไร (Hybrid Tier 1) ในส่วนที่เหลือจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1
(3) เงินที่ได้รับจากการออกตราสารที่มีลักษณะคล้ายทุน (Hybrid debt capital instrument) ที่สามารถเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยได้ และตราสารหนี้ด้อยสิทธิระยะยาว (Subordinated debt) ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด รายละเอียดตามเอกสารแนบ 2
(4) มูลค่าส่วนที่เพิ่มจากการตีราคาที่ดิน อาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุดตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด รายละเอียดตามเอกสารแนบ 3
(5) เงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติ (General provision) ได้แก่ เงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติทั้งหมดตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดชั้นและการกันเงินสํารองของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ แต่ไม่รวมถึงเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติส่วนที่นับเป็น Specific provision' แล้ว โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจนับเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ไม่เกินร้อยละ 1.25 ของยอดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้น
ทั้งนี้ ยอดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นให้เป็นไปตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(6) กําไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุนประเภทเผื่อขายตามมาตรฐานการบัญชีหรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้ไม่เกินร้อยละ 45 ของยอดกําไรดังกล่าว
5.3.3 รายการหักจากเงินกองทุน
(1) รายการหักจากเงินกองทุนชั้นที่ 1
(1.1) ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวด 6 เดือนแรก และงวด 6 เดือนหลังของปีบัญชี
(1.2) ค่าความนิยม (Goodwill! ที่นับเป็นสินทรัพย์ตามจํานวนที่ปรากฏในงบการเงินซึ่งได้จัดทําตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง
(1.3) การซื้อคืนตราสารหนี้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่ไม่สะสมดอกเบี้ยจ่าย และไม่ชําระดอกเบี้ยในปีที่ไม่มีผลกําไร (Hybrid Tier 1) ตามจํานวนที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้นับตราสารที่ซื้อคืนนั้นเป็นเงินกองทุน ทั้งนี้ ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะซื้อคืนตราสาร Hybrid Tier 1 ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามข้อกําหนดในเอกสารแนบ 1
(1.4) รายการอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(2) รายการหักจากเงินกองทุนชั้นที่ 2
(2.1) การซื้อคืนตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามจํานวนที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้นับตราสารที่ซื้อคืนนั้นเป็นเงินกองทุน ทั้งนี้ ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะซื้อคืนตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามข้อกําหนดในเอกสารแนบ 2
(2.2) รายการอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(3) รายการหักจากเงินกองทุนชั้นที่ 1 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 อย่างละร้อยละ 50 อนึ่ง หากเงินกองทุนชั้นที่ 2 มีจํานวนไม่เพียงพอ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหักส่วนที่ขาดจากเงินกองทุนชั้นที่ 1 จนครบเต็มตามจํานวนที่ขาด
(3.1) เงินลงทุนในหุ้นสามัญและตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมถึงธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม2 เว้นแต่เป็นการเข้าไปถือหุ้นในกรณีที่มีเหตุจําเป็นต้องแก้ไขฐานะการดําเนินการหรือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมถึงธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(3.2) ธุรกรรมทางการเงินที่ส่งผลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นเป็นผู้รับส่วนสูญเสียในลําดับแรก (First loss position) เช่น (1) เป็น Protection buyer ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit derivatives) ที่ข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตมีการกําหนดระดับความเสียหายขั้นต่ําไว้ (Materiality threshold)' (2) เป็นผู้รับประกันส่วนสูญเสียในลําดับแรก(First loss facility) ให้แก่ผู้ลงทุนในตราสารธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitisation) หรือลงทุนในตราสาร Securitisation ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องรับผิดชอบส่วนสูญเสียในลําดับแรก (First loss tranche)"
(3.3) ร้ายการอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(4) รายการหักจากเงินกองทุนทั้งสิ้น
ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารทุนประเภทเผื่อขายตามมาตรฐานการบัญชีว่าด้วยการบัญชีสําหรับเงินลงทุนในตราสารนี้และตราสารทุนโดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจหักยอดขาดทุนดังกล่าวออกจากเงินกองทุนทั้งสิ้น
5.3.4 รายการปรับจากเงินกองทุนชั้นที่ 1
กําไร (ขาดทุน) สะสมที่เกิดจากการเลือกใช้วิธี Fair value option ตามมาตรฐานการบัญชีหรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนในการคํานวณมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ การใช้วิธี Fair value option ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 4
(ก) ตราสารที่เป็นหนี้สินทางการเงิน
- ผลกําไรสะสมที่เกิดจากมูลค่ายุติธรรมลดลงเนื่องจากตราสารที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจออกนั้นมีความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit spread) เพิ่มขึ้น หรือไม่สามารถวัดมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนํามาหักออกจากเงินกองทุน
- ผลขาดทุนสะสมที่เกิดจากมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้นเนื่องจากตราสารที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจออกนั้นมีความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit spread) ลดลง หรือไม่สามารถวัดมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนําไปบวกกลับเข้าในเงินกองทุน
(ข) เงินให้สินเชื่อ หรือตราสารที่เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน
- ผลกําไรสะสมที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรมที่ไม่สามารถวัดมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนํามาหักออกจากเงินกองทุน
- ผลขาดทุนสะสมที่เกิดจากการลดลงของมูลค่ายุติธรรมที่ไม่สามารถวัดมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนําไปบวกกลับเข้าในเงินกองทุน
5.4 งวดระยะเวลาการนับรายการเข้าและหักออกจากเงินกองทุน
งวดระยะเวลาในการนับรายการแต่ละประเภทเข้าเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 เงินกองทุนชั้นที่ 2 หรือหักออกจากเงินกองทุน ตามที่ปรากฎในเอกสารแนบ 5
5.5 การเปิดเผยข้อมูล
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องเปิดเผยถึงรายละเอียดของเงินกองทุนชั้นที่ 1 และเงินกองทุนชั้นที่ 2 รวมถึงคุณลักษณะที่สําคัญของตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนต่อสาธารณะในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจในหมายเหตุประกอบงบการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจหรือตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะประกาศกําหนดต่อไป โดยจะต้องแสดงปริมาณและอัตราส่วนของเงินกองทุนแต่ละประเภทด้วย
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
สําหรับสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ถือครองเงินลงทุนในหุ้นสามัญและตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมถึงธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นไม่ต้องนําเงินลงทุนดังกล่าวมาหักออกจากเงินกองทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเองตามรายการในข้อ 5.3.3 (3.1)
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน 2562
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย