มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความใน (๓) (๔) (๖) (๑๖) (๑๗) (๑๘) และ (๑๙) ของ มาตรา ๕
แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาทหารสูงสุด
กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๓) กรมข่าวทหาร
มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบาย การข่าวกรอง
และการต่อต้านการข่าวกรอง
วางแผนการข่าวกรองทางทหารเพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติตลอดจนอำนายการและดำเนินการให้เป็นไปตามแผน
ประสานงานและกำกับดูแลกิจการข่าวกรองของทหาร
รวมทั้งติดตามงานข่าวกรองกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
พิจารณากำหนดผู้แทนฝ่ายทหารเข้าร่วมในกิจกรรมข่าวกรองของชาติและระหว่างชาติ
ผลิตและการจายข่าวกรองทางทหาร อำนายการรักษาความปลอดภัยในกองบัญชาการทหารสูงสุด
รวมทั้งการพิจารณาและประสานการใช้ประมวลและรหัส
ควบคุมนโยบายและดำเนินการทูตฝ่ายทหาร ดำเนินงานทาบพิธีการทูตและกิจกรรมการทูต
ฝ่ายทหารต่างประเทศ อำนวยการและดำเนินการฝึกศึกษาด้านการข่าว
ประสานความต้องการและพิจารณากำหนดการแจกจ่ายแผนที่
อำนวยการวิจัยพัฒนาและเผยแพร่วิทยาการข่าวกรอง ดำเนินการในด้านภาษาต่างประเทศเพื่อสนับสนุนกิจกรรมข่าวกรองของกองบัญชาการทหารสูงสุด
และประสานการอุตุนิยมวิทยา
(๔) กรมยุทธการทหาร
มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการทหารและวางแผนยุทธศาสตร์
ประสานแผนการยุทธของกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ
และแผนการป้องกันร่วมตามสัญญาระหว่างประเทศและสนธิสัญญาทางทหาร
ประสานกิจการรักษาดินแดนกับกระทรวงมหาดไทย
ประสานแผนการป้องกันภัยทางอากาศของทหารที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายพลเรือน
ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการทหารต่างประเทศ
พิจารณาเสนอความเห็นและนโยบายเกี่ยวกับการจัดส่วนราชการต่างๆ
ของกองบัญชาการทหารสูงสุด พิจารณาเสนอนโยบายและแผนการฝึกผสม การฝึกร่วม
การยุทธพิเศษ และการปกครองในยามสงคราม
(๖) กรมการสื่อสารทหาร
มีหน้าที่อำนวยการและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการสื่อสาร และการสงครามอิเล็กทรอนิกส์
พิจารณาวางแผนการสื่อสารเพื่อสนับสนุนแผนปฎิบัติการทางทหารในการป้องกันประเทศ
ประสานแผนการสื่อสารของฝ่ายทหารและพลเรือน
ปฎิบัติการสื่อสารให้แก่กองบัญชาการทหารสูงสุดทั้งยามปกติและยามสงคราม
รวมทั้งดำเนินการสื่อสารร่วมกับต่างประเทศตามสัญญาระหว่างประเทศและสนธิสัญญาทางทหาร
(๑๖) กรมยุทธบริการทหาร
มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็น วางแผนอำนวยการประสานงาน
และดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงและการบริการในด้านการ
พลาธิการ การขนส่ง การยุทธโยธา การสวัสดิการ
การกีฬาทหารของกองทัพไทยและระหว่างประเทศ การบริการทางการแพทย์ การสารวัตรทหาร
การดุริยางค์ การจัดกองทหารเกียรติยศ และการรักษาความปลอดภัยภานในกองบัญชาการทหารสูงสุด
(๑๗) กรมการสนเทศทหาร มีหน้าที่วางแผน
ดำเนินการวิจัยและพัฒนาให้บริการเกี่ยวกับการดำเนินกรรมวิธีข้อมูล
เป็นศูนย์กลางวิทยาการคอมพิวเตอร์ การฝึกอบรม การดำเนินกรรมวิธีข้อมูลแบบเชื่อมโยง
กำหนดมาตรฐานการมี การใช้และดำเนินกรรมวิธีข้อมูล
ดำเนินการพัฒนาระบบกรรมวิธีข้อมูลไปสู่ระบบการบังคับบัญชา การควบคุม การสื่อสาร
และการข่าวกรองของกองทัพไทย
(๑๘) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นวางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล
และดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาในระดับสูง การประศาสน์วิทยา
การทางด้านความมั่นคงแห่งชาติ การป้องกันราชอาณาจักร การยุทธผสม
การยุทธร่วมและการอำนวยการในระดับสูง
การศึกษาอบรมเกี่ยวกับการสงครามการเมืองและการปฎิบัติการจิตวิทยา
รวมทั้งวิจัยทางยุทธศาสตร์
(๑๙) กรมยุทธศึกษาทหาร
มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็น อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล
และดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกศึกษาทางทหาร การเผยแพร่วิทยาการเกี่ยวกับการทหาร
การศึกษาและรวบรวมประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับการทหาร
จัดและดำเนินการพิพิธภัณฑ์ทหารและห้องสมุดของกองบัญชาการทหารสูงสุด
รวมทั้งดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการของสภาการศึกษาวิชาการทหาร
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขชื่อของกรมยุทธบริการ ศูนย์กรรมวิธีข้อมูลและกรมการศึกษา
และแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ของกรมข่าวทหาร กรมยุทธการทหาร กรมการสื่อสารทหาร
กรมยุทธบริการทหาร กรมการสนเทศทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
และกรมยุทธศึกษาทหารเสียใหม่ให้เหมาะสมกับแนวทางการกำหนดชื่อของส่วนราชการในกองบัญชาการทหารสูงสุด
และเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่ที่ปฎิบัติอยู่จริง
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปรียนันท์/พิมพ์
ปฐมพร/ปรับปรุง
๒๕
มกราคม ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๒๕/หน้า ๓๕/๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๕