法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 30 กันยายน 2552 และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง

รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ และรายการการกู้เงิน

และค้ำประกัน

ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๒[๑]

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘

และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๖ วรรค ๒ กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ภายใน ๖๐ วันหลังจากสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี

โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ

สิ้นเดือนดังกล่าว รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม

และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ

กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่

๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ซึ่งรวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้

ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๒ ดังนี้

๑. รายงานสถานะหนี้สาธารณะ

ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒

๑.๑ หนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒

มีจำนวน ๔,๐๐๑,๙๔๒.๐๐ ล้านบาท หรือร้อยละ

๔๕.๕๕ ของ GDP ประกอบด้วย หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๕๘๖,๕๑๓.๑๘

ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๑,๑๐๘,๕๘๐.๓๒

ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน ๒๐๘,๗๐๒.๐๒

ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๙๘,๑๔๖.๔๘

ล้านบาท

หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว

๓,๖๐๐,๙๕๗.๙๙ ล้านบาท และหนี้ระยะสั้น

๔๐๐,๙๘๔.๐๑ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๙๘ และร้อยละ ๑๐.๐๒

และจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๓๘๔,๓๗๖.๖๘

ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๓,๖๑๗,๕๖๕.๓๒

ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙.๖๐ และร้อยละ ๙๐.๔๐ ตามลำดับ ดังปรากฏตามตารางที่ ๑

ตารางที่

๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒

หน่วย : ล้านบาท

รายการ

๓๐

ก.ย. ๕๒

%

GDP

๑. หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง

๑.๑ หนี้ต่างประเทศ

๑.๒ หนี้ในประเทศ

๒,๕๘๖,๕๑๓.๑๘

๖๒,๙๙๗.๗๓

๒,๕๒๓,๕๑๕.๔๕

๒๙.๔๔

๒.

หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน

๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๑,๑๐๘,๕๘๐.๓๒

๕๕๙,๔๗๓.๘๕

๑๗๕,๕๔๓.๕๖

๓๘๓,๙๓๐.๒๙

๕๔๙,๑๐๖.๔๗

๑๓๗,๓๕๗.๘๔

๔๑๑,๗๔๘.๖๓

๑๒.๖๒

๓. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน

(รัฐค้ำประกัน)

๓.๑ หนี้ต่างประเทศ

๓.๒ หนี้ในประเทศ

๒๐๘,๗๐๒.๐๒

๘,๔๗๗.๕๕

๒๐๐,๒๒๔.๔๗

๒.๓๘

๔.

หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๙๘,๑๔๖.๔๘

๗๓,๗๙๔.๖๐

๒๔,๓๕๑.๘๘

๑.๑๒

๕.

หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ

๕.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๕.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๖.

รวม ๑.+๒.+๓.+๔.+๕.

๔,๐๐๑,๙๔๒.๐๐

๔๕.๕๕

หมายเหตุ

:- ๑. ประมาณการ GDP ปี

๒๕๕๒ เท่ากับ ๘,๗๘๖.๒๙

พันล้านบาท (สศช. ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๒)

๒. ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง

ยังไม่รวมหนี้ของ SPV

จำนวน ๒๓,๙๙๙.๙๐

ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร สัญญาบริการ

สัญญาบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์ และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง

ของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งตามระบบ GFS นับเป็นหนี้สาธารณะ

๒. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน

ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๒

คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒

เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ประกอบด้วย

๖ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ

ในระหว่างปีเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้ ซึ่งหลังการปรับปรุงแผนฯ

ครั้งที่ ๔/๒๕๕๒ ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๓๗๕,๕๓๕.๔๕

ล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน

- กันยายน ๒๕๕๒

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น

๖๙๑,๑๖๗.๔๐ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่ ๒

ตารางที่

๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๒

หน่วย : ล้านบาท

รายการ

แผน

ผลดำเนินการ

๑.

การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล

๖๕๘,๐๖๐.๕๒

๔๕๒,๕๓๐.๕๒

๒.

การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF

๑๐๕,๑๙๐.๗๒

๔๘,๑๖๒.๐๐

๓.

การบริหารและจัดการเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวง

การคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

พ.ศ.

๒๕๕๒

๑๕๐,๐๐๐.๐๐

๘๐,๐๐๐.๐๐

๔.

การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ

๒๙๕,๔๘๖.๕๙

๑๐๙,๐๑๕.๑๘

๕.

การก่อหนี้จากต่างประเทศ

๑๑๔,๕๖๓.๔๔

๖.

การบริหารหนี้ต่างประเทศ

๕๒,๒๓๔.๑๘

๑,๔๕๙.๗๐

รวม

๑,๓๗๕,๕๓๕.๔๕

๖๙๑,๑๖๗.๔๐

ซึ่งมีสาระสำคัญ

ดังนี้

๒.๑ การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล

๒.๑.๑

กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้

จำนวน ๒๒๕,๕๓๐.๕๒ ล้านบาท โดยออกพันธบัตรรัฐบาล วงเงินรวม ๑๔๕,๕๐๐.๐๐

ล้านบาท ตั๋วสัญญาใช้เงิน วงเงินรวม ๑๔,๐๓๐.๕๒ ล้านบาท

และตั๋วเงินคลัง วงเงินรวม ๖๖,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้

ในส่วนของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ได้ดำเนินการออกนั้นกระทรวงการคลังได้ไถ่ถอนก่อนครบกำหนดโดยใช้งบชำระหนี้

วงเงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำให้ลดหนี้คงค้างลงตามจำนวนดังกล่าว

และลดภาระดอกเบี้ย จำนวน ๖๙๗.๖๐ ล้านบาท

๒.๑.๒ กระทรวงการคลังได้ Roll

- over ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด

วงเงิน ๘๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ

๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ จำนวน ๖๗,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ทั้งนี้

ในส่วนของตั๋วเงินคลังที่ได้กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่สะสมมาในช่วงปีงบประมาณ

๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้โดยแปลงเป็นพันธบัตรระยะยาว จำนวน ๑๙,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

๒.๑.๓ กระทรวงการคลังได้ Roll

- over พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอน

๓ รุ่น วงเงินรวม ๔๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ๕ แห่ง

ตามจำนวนดังกล่าวมาชำระคืนในวันที่ครบกำหนด จากนั้นได้ออกพันธบัตรรัฐบาล ๓ รุ่น

วงเงินรวม ๓๗,๗๔๐.๐๐ ล้านบาท

สมทบกับเงินจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน ๒,๒๖๐.๐๐

ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนต้นเงินกู้ระยะสั้นดังกล่าว

๒.๑.๔ กระทรวงการคลังได้ Roll

- over พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอน

๒ รุ่น วงเงินรวม ๓๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

๔ แห่ง ตามจำนวนดังกล่าวมาชำระคืนในวันที่ครบกำหนด จากนั้นได้ออกพันธบัตรรัฐบาล ๓

รุ่น วงเงินรวม ๓๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อนำไปชำระคืนต้นเงินกู้ระยะสั้น

๒.๑.๕

กระทรวงการคลังได้ไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนครบกำหนด วงเงิน ๑๐,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท โดยใช้งบชำระหนี้ ซึ่งทำให้ลดหนี้คงค้างลงตามจำนวนดังกล่าว

และลดภาระดอกเบี้ย จำนวน ๔๓๔.๖๖ ล้านบาท

๒.๒

การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(FIDF)

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ Roll

- over พันธบัตร FIDF3

(พันธบัตรรัฐบาลที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕) ที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๕๔,๒๔๕.๗๓

ล้านบาท โดยการกู้เงินระยะยาวจากสถาบันการเงิน ๒ แห่ง จำนวน ๒๓,๑๖๒.๐๐

ล้านบาท สมทบกับการกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ๓ แห่ง จำนวน ๑๓,๙๓๔.๖๔

ล้านบาท และเงินทดรองจ่ายจากบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง จำนวน ๑๑,๐๖๕.๓๖

ล้านบาท

เพื่อชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนดจากนั้นได้ออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้

วงเงิน ๒๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท มาชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและเงินจากบัญชีเงินฝากฯ

ทั้งนี้

ในส่วนที่ไม่ได้กู้เงินเพื่อมาชำระคืนในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน

ได้มีการชำระคืนเงินต้นจากเงินในบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

จำนวน ๖,๐๘๓.๗๓ ล้านบาท นอกจากนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๒

ได้ดำเนินการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวอีกส่วนหนึ่ง จำนวน ๗๑๑.๐๐ ล้านบาท โดยใช้เงินจากบัญชีสะสมฯ

ด้วย

อนึ่ง ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ยังมีพันธบัตร FIDF3

ที่ครบกำหนดไถ่ถอน อีก ๒ รุ่น วงเงินรวม ๙๔๔.๙๙ ล้านบาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนโดยใช้เงินจากบัญชีเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

แทนการ Roll - over ที่กำหนดไว้เดิม

ทำให้ลดหนี้คงค้างได้ ๙๔๔.๙๙ ล้านบาท

๒.๓ การบริหารและจัดการเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

พ.ศ. ๒๕๕๒

๒.๓.๑

กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อสมทบเป็นเงินคงคลัง จำนวน ๕๐,๐๐๐.๐๐

ล้านบาทโดยออกพันธบัตรรัฐบาล

๒.๓.๒

กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ จำนวน ๓๐,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท โดยกู้เงินจากสถาบันการเงินรวม ๔ แห่ง ได้แก่ ธนาคารแห่งโตเกียว -

มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด สาขากรุงเทพฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ซึ่งกระทรวงการคลังมีแผนที่จะแปลงเป็นพันธบัตรรัฐบาลในโอกาสแรกที่ภาวะตลาดเอื้ออำนวยต่อไป

๒.๔

การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้ในประเทศ

จำนวนทั้งสิ้น ๑๐๙,๐๑๕.๑๘ ล้านบาท

เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๕๙,๕๗๕.๑๘

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๔๙,๔๔๐.๐๐ ล้านบาท

สามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ได้ ดังนี้

๒.๔.๑ เงินกู้ในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ

รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง

ได้กู้เงินในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศวงเงินรวม ๑๐,๑๔๗.๔๕

ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ได้แก่

(๑) การไฟฟ้านครหลวงได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร

วงเงินรวม ๑,๗๘๘.๐๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินการตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๔๗ -

๒๕๕๐ (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ ๒) จำนวน ๖๔๐.๐๐ ล้านบาท

แผนงานเปลี่ยนสายป้อนอากาศเป็นสายป้อนใต้ดิน ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๒ จำนวน ๑๔๘.๐๐ ล้านบาท

และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ ๑๐ ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๔ จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

(๒)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๘,๒๓๙.๔๕

ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ ๓ จำนวน ๖๙๔.๗๙

ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ ๕ จำนวน ๒,๐๓๐.๘๑

ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ ชุดที่ ๑ จำนวน ๑,๕๙๓.๙๘

ล้านบาท โครงการขยายระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะที่ ๒ จำนวน ๙๓๑.๗๑

ล้านบาท โครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ ๑๑ จำนวน ๗๙๕.๕๖ ล้านบาท โครงการสายส่ง

๕๐๐ เควี. เพื่อการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเทิน ๒ จำนวน ๔๐๐.๐๐

ล้านบาท โครงการระบบส่งไฟฟ้าเพื่อการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำงึม ๒

จำนวน ๕๒๙.๑๐ ล้านบาท โครงการระบบส่งไฟฟ้า ๕๐๐ เควี.

สำหรับรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน ระยะที่ ๑ จำนวน ๙๖๓.๔๙ ล้านบาท

และโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ ๑๐ จำนวน ๓๐๐.๐๐ ล้านบาท

(๓)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๑๒๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๒

๒.๔.๒

เงินกู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ

รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง

ได้กู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ วงเงินรวม ๘,๒๔๙.๖๘

ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ได้แก่

(๑) การประปานครหลวงได้กู้เงินจากธนาคารทหารไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๗

(๒) การไฟฟ้านครหลวงได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร

วงเงินรวม ๑,๒๑๒.๐๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินการตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๔๗ -

๒๕๕๐ (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ ๒) จำนวน ๒๐๐.๐๐ ล้านบาท

แผนงานเปลี่ยนสายป้อนอากาศเป็นสายป้อนใต้ดิน ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๒ จำนวน ๕๒.๐๐ ล้านบาท

และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ ๑๐ ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๔ จำนวน

๙๖๐.๐๐ ล้านบาท

(๓)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๕,๗๖๐.๕๕

ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ ๓ จำนวน

๘๕๐.๘๑ ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ ๕ จำนวน ๙๖๙.๑๙

ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ ชุดที่ ๑ จำนวน ๕๑๑.๗๖

ล้านบาท โครงการขยายระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะที่ ๒ จำนวน ๔๓๔.๒๑

ล้านบาท โครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ ๑๑ จำนวน ๑,๓๑๙.๓๔

ล้านบาท โครงการสายส่ง ๕๐๐ เควี.

เพื่อการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเทิน ๒ จำนวน ๓๐๐.๗๔ ล้านบาท

โครงการระบบส่งไฟฟ้าเพื่อการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำงึม ๒ จำนวน

๔๗๔.๕๐ ล้านบาท โครงการระบบส่งไฟฟ้า ๕๐๐ เควี. สำหรับรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน

ระยะที่ ๑ จำนวน ๗๐๐.๐๐ ล้านบาท และโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ ๑๐ จำนวน ๒๐๐.๐๐

ล้านบาท

(๔)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๒๗๗.๑๓ ล้านบาท

เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๑๗๙.๕๗

ล้านบาท และโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๒ จำนวน ๙๗.๕๖

ล้านบาท

๒.๔.๓ เงินกู้เพื่อลงทุน

รัฐวิสาหกิจ ๖ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อลงทุน วงเงินรวม

๒๑,๘๔๘.๑๖ ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน

จำนวน ๑๘,๓๑๕.๒๙ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๓,๕๓๒.๘๗

ล้านบาท ได้แก่

(๑) การเคหะแห่งชาติได้กู้เงินจากธนาคารทหารไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๔,๐๗๐.๐๐ ล้านบาท

กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร ระยะที่ ๓ จำนวน ๒๗๐.๐๐

ล้านบาท โครงการบ้านเอื้ออาทร ระยะที่ ๔ จำนวน ๑,๓๐๐.๐๐

ล้านบาท และโครงการบ้านเอื้ออาทร ระยะที่ ๕ จำนวน ๒,๕๐๐.๐๐

ล้านบาท

(๒)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด

(มหาชน) วงเงินรวม ๓,๕๐๗.๐๐ ล้านบาท

กระทรวงการคลังค้ำประกันเพื่อดำเนินโครงการทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์ จำนวน ๒,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท โครงการทางพิเศษรามอินทราวงแหวนรอบนอกกรุงเทพ ฯ จำนวน ๑,๒๓๐.๐๐

ล้านบาท และโครงการทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี จำนวน

๒๗๗.๐๐ ล้านบาท

(๓) การประปานครหลวงได้กู้เงินจากธนาคารทหารไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๕๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๗/๑

(๔)

การประปาส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๘๕๐.๐๐ ล้านบาท

กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินการตามแผนงานก่อสร้างปรับปรุงขยายประปาชลบุรี

ประปาพัทยา และประปาแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

(๕)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๓,๐๓๒.๘๗

ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย

ระยะที่ ๖ จำนวน ๖๐๖.๘๗ ล้านบาท โครงการติดตั้งศูนย์สั่งจ่ายไฟ ระยะที่ ๒ จำนวน

๓๘๘.๗๔ ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๑ จำนวน

๕๘๗.๑๓ ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๒ จำนวน

๒๓๔.๔๔ ล้านบาท โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ระยะที่ ๒ จำนวน ๒๕๐.๐๐

ล้านบาท โครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิ้ลใต้น้ำไปยังเกาะต่าง ๆ

ที่มีไฟฟ้าใช้แล้ว (เกาะล้าน เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี) จำนวน ๖๙.๔๐ ล้านบาท

โครงการขยายเขตติดตั้งระบบไฟฟ้าให้เกาะต่าง ๆ (เกาะสีบอยา เกาะปู เกาะพีพีดอน

จังหวัดกระบี่) จำนวน ๖๐.๑๔ ล้านบาท โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย

ระยะที่ ๗ จำนวน ๗๒๙.๑๗ ล้านบาทและโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๗

ส่วนที่ ๑ จำนวน ๑๐๖.๙๘ ล้านบาท

(๖) การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร

และกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และใช้เงินกู้ Short

term facility วงเงินรวม ๙,๘๘๘.๒๙

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการจัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า ๑๑๒

คัน จำนวน ๑๙๓.๒๘ ล้านบาท และโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน

๙,๖๙๕.๐๑ ล้านบาท

๒.๔.๔ เงินกู้เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ

รัฐวิสาหกิจ ๑๐ แห่ง

ได้กู้เงินเพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ วงเงินรวม ๔๐,๖๒๒.๕๖

ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๗,๖๙๒.๕๖

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๒๒,๙๓๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่

(๑) การไฟฟ้านครหลวงได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๑๗๑.๔๔ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อชดเชยรายได้กรณี ๖ มาตรการ ๖ เดือน

(๒)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร และกู้เงินจากสถาบันการเงิน

๔ แห่ง วงเงินรวม ๒๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันเพื่อใช้ในการดำเนินงาน

(๓)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร และกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด

(มหาชน) วงเงินรวม ๔,๑๓๐.๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน

จำนวน ๒,๙๐๐.๐๐ ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๑,๒๓๐.๐๐

ล้านบาท เพื่อชดเชยรายได้กรณี ๖ มาตรการ ๖ เดือน และใช้ในการดำเนินงาน

(๔)

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร และกู้เงินจากธนาคารออมสิน

วงเงินรวม ๔,๕๙๔.๔๖ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อชำระค่าดอกเบี้ยเงินกู้ และหนี้ค่าน้ำมันและค่าเหมาซ่อมพร้อมดอกเบี้ย

(๕) องค์การคลังสินค้าได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๔,๙๑๘.๘๔ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อใช้ในการดำเนินงาน

(๖) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๑๐๗.๘๒ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อใช้ในการดำเนินงาน

(๗) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

ได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน วงเงิน ๑,๒๐๐.๐๐ ล้านบาท

กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อใช้ในการดำเนินงาน

(๘) สำนักงานธนานุเคราะห์ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๕๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

เพื่อใช้ในการดำเนินงาน

(๙)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อใช้ในการปล่อยสินเชื่อ

(๑๐)

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อใช้ในการปล่อยสินเชื่อ

๒.๔.๕ การบริหารและจัดการหนี้

รัฐวิสาหกิจ ๙ แห่ง ได้ Roll

- over หนี้ที่ครบกำหนดชำระคืน

วงเงินรวม ๒๘,๑๔๗.๓๓ ล้านบาท

แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๒๓,๕๖๗.๓๓

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๔,๕๘๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่

(๑) การเคหะแห่งชาติได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน

วงเงินรวม ๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร

และกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๒,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๓)

การประปาส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๔)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

(๕)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๕๘๐.๐๐ ล้านบาท

กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

(๖)

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๒๐๐.๐๐

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๗)

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด

(มหาชน) วงเงินรวม ๑,๒๕๒.๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๘)

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน วงเงิน ๑๑๕.๓๓

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๙)

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๑๐,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท กระทรวงการคลังค้ำประกัน

การ Roll -

over ของรัฐวิสาหกิจทั้ง ๙ แห่ง เป็นการ Roll

- over ภายใต้วงเงินที่ครบกำหนด ๓๔,๗๘๙.๓๓

ล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจชำระคืนหนี้ส่วนที่ไม่ได้ Roll -

over จำนวน ๖,๖๔๒.๐๐ ล้านบาท

๒.๕ การก่อหนี้จากต่างประเทศ

ไม่มีการดำเนินการกู้เงินตามแผนงานนี้

๒.๖ การบริหารหนี้ต่างประเทศ

กระทรวงการคลังได้ชำระคืนหนี้เงินกู้ธนาคารพัฒนาเอเชีย

๖ สัญญา ก่อนครบกำหนด วงเงินเทียบเท่า ๑,๔๕๙.๗๐ ล้านบาท

โดยใช้งบชำระหนี้ ทำให้สามารถลดหนี้คงค้างจำนวน ๑,๔๕๙.๗๐

ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ย ๗๔.๔๒ ล้านบาท

๓. การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบวงเงินของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

๓.๑ การกู้เงินและบริหารหนี้ของบริษัทมหาชนจำกัด

ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง ได้กู้เงินและบริหารหนี้รวม

๔๘,๗๐๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่

๓.๑.๑ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้กู้เงิน

จำนวน ๑๐,๗๐๐.๐๐ ล้านบาทเพื่อจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส ๓๓๐ - ๓๐๐

ลำที่ ๑ - ๓ และเพื่อใช้ในการดำเนินงาน นอกจากนี้ มีการ Roll -

over หนี้ที่ครบกำหนดชำระคืน จำนวน ๓,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท โดยต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินหลังจากนั้นมีการแปลงเป็นเงินกู้ระยะยาว

๓.๑.๒ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ได้กู้เงินโดยการออกหุ้นกู้ วงเงินรวม ๓๕,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

๓.๒ การกู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องในรูป Credit

Line

รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง

ได้กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องรวม ๑๑,๐๕๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่

(๑) การประปานครหลวง วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

(๒) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย วงเงิน ๑๐,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

(๓) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ วงเงิน ๕๐.๐๐

ล้านบาท

๔. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ (เมษายน - กันยายน ๒๕๕๒)

๔.๑ จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาแล้ว

ในช่วงระยะเวลา ๖ เดือนหลังของปีงบประมาณ ๒๕๕๒ (เมษายน - กันยายน ๒๕๕๒)

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๖๙๑,๑๖๗.๔๐

ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๒๕ ของแผนฯ

๔.๒

ผลการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบวงเงินของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ปีงบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้ รวมทั้งสิ้น ๕๙,๗๕๐.๐๐

ล้านบาท

๔.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๔.๑ และ ๔.๒

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๗๕๐,๙๑๗.๔๐

ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ จำนวน ๔๔๓,๑๔๘.๓๗ ล้านบาท และการบริหารหนี้

จำนวน ๓๐๗,๗๖๙.๐๓ ล้านบาท

หน่วย : ล้านบาท

หน่วยงาน

ผลการดำเนินงาน

การกู้ใหม่

การบริหารหนี้

รวม

รัฐบาล

๓๐๕,๕๓๐.๕๒

๒๗๖,๖๒๑.๗๐

๕๘๒,๑๕๒.๒๒

รัฐวิสาหกิจ

๑๓๗,๖๑๗.๘๕

๓๑,๑๔๗.๓๓

๑๖๘,๗๖๕.๑๘

รวม

๔๔๓,๑๔๘.๓๗

๓๐๗,๗๖๙.๐๓

๗๕๐,๙๑๗.๔๐

ทั้งนี้

การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน ๑๖๘,๗๖๕.๑๘

ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๕๙,๕๗๕.๑๘

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๑๐๙,๑๙๐.๐๐ ล้านบาท

๔.๔

เมื่อรวมผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ในช่วง ๖

เดือนแรก (ตุลาคม ๒๕๕๑ - มีนาคม ๒๕๕๒) และ ๖ เดือนหลัง (เมษายน - กันยายน ๒๕๕๒)

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนฯ

เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑,๑๓๕,๗๙๘.๓๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ

๘๒.๕๗ ของแผนฯ และเมื่อรวมกับการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบวงเงินของแผนฯ

แล้ว ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้ รวมทั้งสิ้น

๑,๒๖๕,๒๑๑.๒๗ ล้านบาท

แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ ๘๕๙,๔๒๕.๖๘ ล้านบาท

และการบริหารหนี้ ๔๐๕,๗๘๕.๕๙ ล้านบาท

ซึ่งผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจนั้น สามารถลดยอดหนี้สาธารณะคงค้างได้

๔๓,๕๘๘.๒๒ ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๑,๒๐๖.๖๙

ล้านบาท

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

นริศ

ชัยสูตร

รองปลัดกระทรวงการคลัง

หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

ธันวาคม ๒๕๕๒

นันท์นภัสร์/ตรวจ

ธันวาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๗๓ ง/หน้า ๓๖/๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 30 กันยายน 2552 และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนเมษายน - กันยายน 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_32bf68953c2f2b20

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com