ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 22/2561
เรื่อง การจัดทําและการประกาศงบการเงินของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส.22/2558 เรื่อง การจัดทําและการประกาศงบการเงินของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2558 กําหนดรูปแบบการจัดทํางบการเงินซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชี และการประกาศงบการเงินดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน รวมทั้งการนําส่งงบการเงินแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองชิเอร์ทุกแห่งถือปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกันและสามารถเปรียบเทียบกันได้ อันจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการกํากับดูแลและการใช้ข้อมูลของผู้ใช้งบการเงินในการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจนั้น
เนื่องจากสภาวิชาชีพบัญชีได้ประกาศใช้มาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ที่เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน จํานวน 5 ฉบับ ซึ่งมีผลบังคับใช้กับการจัดทํางบการเงินที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศและมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ ได้แก่
(1) มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน
(2) มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 32 เรื่อง การแสดงรายการเครื่องมือทางการเงิน
(3) มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 7 เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลเครื่องมือทางการเงิน
(4) การตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 เรื่อง การป้องกันความเสี่ยงของเงินลงทุนสุทธิในหน่วยงานต่างประเทศ
(5) การตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 19 เรื่อง การชําระหนี้สินทางการเงินด้วยตราสารทุน
โดยมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงินดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน ทําให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ไม่สามารถใช้งบการเงินในรูปแบบเดิมที่กําหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 22/2558 ได้อีกต่อไป
ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงรูปแบบงบการเงิน การเปิดเผยข้อมูลและคําอธิบายความหมายของรายการที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการรายงานทางการเงินและการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไปตามที่กล่าวข้างต้น เพื่อให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จัดทํางบการเงินในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถเปรียบเทียบกันได้
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 66 มาตรา 67 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ถือปฏิบัติในเรื่องรูปแบบงบการเงินตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก
ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 22/2558 เรื่อง การจัดทําและการประกาศงบการเงินของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2558
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
การจัดทํางบการเงิน
1. ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จัดทํางบการเงิน ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน งบกําไรขาดทุนและกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของงบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมทั้งจัดทํางบการเงินเปรียบเทียบกับงวดก่อนด้วยทั้งนี้ รูปแบบและรายละเอียดในการแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน ให้ถือปฏิบัติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดสําหรับธนาคารพาณิชย์และบริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการจัดทําและการประกาศงบการเงินของธนาคารพาณิชย์และบริษัทโฮลดิ้งที่เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ยกเว้นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดํารงเงินกองทุน ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับองค์ประกอบของเงินกองทุนและอัตราส่วนการดํารงเงินกองทุนตามที่กฎหมายกําหนด
ทั้งนี้ หากบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ยังไม่มีการทําธุรกรรมใด หรือไม่มีรายการใดที่ปรากฏในแบบงบการเงินที่กําหนดเนื่องจากข้อจํากัดในการประกอบธุรกิจ เช่น หนี้สินทางการเงินที่กําหนดให้แสดงด้วยมูลค่ายุติธรรม ตราสารอนุพันธ์เพื่อค้า และกําไร (ขาดทุน) สุทธิจากหนี้สินที่กําหนดให้แสดงด้วยมูลค่ายุติธรรม เป็นต้น ให้ยกเว้นไม่ต้องแสดงรายการและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
2. การจัดทํางบการเงินดังกล่าวตามข้อ 1 ให้เป็นไปโดยครบถ้วนถูกต้องตามความเป็นจริงและเป็นไปตามคําอธิบายความหมายของรายการตามแนบ โดยให้ปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับอื่น ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี ในกรณีที่การจัดทําบัญชีในเรื่องใดไม่มีมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีครอบคลุมถึง ให้นํามาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ หรือมาตรฐานการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับทั่วไปมาถือปฏิบัติ โดยให้เปิดเผยถึงที่มาของหลักการบัญชีที่นํามาใช้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินในส่วนของนโยบายการบัญชี ทั้งนี้ การนํามาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ หรือมาตรฐานการบัญชีที่เป็นที่ยอมรับทั่วไปมาถือปฏิบัติไม่ให้นํามาใช้เฉพาะบางส่วน แต่จะต้องนํามาใช้ทั้งฉบับ เว้นแต่จะเป็นไปตามข้อกําหนดอื่น ๆ ของสภาวิชาชีพบัญชีหรือธนาคารแห่งประเทศไทย
3. หมายเลขกํากับรายการที่ปรากฏในแบบงบการเงิน มีไว้เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ต้องแสดงในการจัดทํางบการเงิน
4.ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์แสดงรายการในงบการเงินตามแบบที่กําหนดไว้หากไม่มีรายการใดก็ไม่ต้องแสดงรายการดังกล่าว ทั้งนี้ หากมีความจําเป็นที่จะใช้ถ้อยคําที่แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในแบบงบการเงินที่กําหนดก็สามารถกระทําได้ แต่การใช้ถ้อยคําที่แตกต่างไปดังกล่าวจะต้องไม่ทําให้สาระสําคัญของรายการแตกต่างไปจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด หรือหากมีรายการที่ต้องการนําเสนอนอกเหนือจากแบบที่กําหนดไว้ ให้แสดงรายการนั้นได้ตามความจําเป็นและเหมาะสมแก่กรณี เช่น ตามแบบงบการเงินกําหนดให้แสดงรายการใดเพียงรายการเดียว แต่บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ต้องการแสดงรายละเอียดภายใต้รายการนั้นก็สามารถกระทําได้ แต่ต้องแสดงรายการให้ถูกต้องตามประเภทและลักษณะของสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้หรือค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ในกรณีที่มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินกําหนดให้มีการแสดงรายการใดนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในแบบงบการเงิน หรือในกรณีที่มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินในเวลาต่อมาได้มีการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเป็นผลให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการแสดงรายการจากที่กําหนดในแบบงบการเงิน ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองชิเอร์แสดงรายการนั้นเพิ่มเติมตามที่มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินกําหนด
5. สําหรับรอบบัญชีแรกที่จัดทํางบการเงินตามประกาศฉบับนี้ ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองชิเอร์จัดประเภทรายการหรีอรูปแบบงบการเงินที่จะนํามาเปรียบเทียบให้สอดคล้องกับประกาศฉบับนี้ด้วย เว้นแต่มาตรฐานการบัญชีหรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินกําหนดเป็นอย่างอื่น หรือในทางปฏิบัติไม่สามารถจัดทําได้และได้หารือกับผู้สอบบัญชีด้วยแล้ว
การกําหนดจํานวนหน่วยในการจัดทํางบการเงิน
6. การจัดทํางบการเงินกําหนดให้จัดทําเป็นสกุลเงินบาท โดยให้แสดงเป็นหน่วยของหลักบาท (ไม่ต้องมีทศนิยม) เว้นแต่การจัดทําหมายเหตุประกอบงบการเงิน สามารถเลือกแสดงหน่วยในสกุลเงินบาทตามที่ต้องการได้ โดยต้องระบุหน่วยในสกุลเงินบาทที่ใช้ในแต่ละที่ให้ชัดเจนและสามารถกระทบยอดกับรายการที่ปรากฏในงบการเงินได้
ระยะเวลาในการจัดทํางบการเงิน
7. ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จัดทํางบการเงินทุกรอบระยะเวลา 6 เดือนและรอบระยะเวลา 12 เดือน อันเป็นรอบบัญชีของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองชิเอร์นั้น
การจัดทํางบการเงินรวม
8. ในกรณีที่บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีบริษัทย่อย ให้จัดทํางบการเงินรวมเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ คํานิยามของบริษัทย่อยและการแสดงรายการเพิ่มเติมสําหรับการจัดทํางบการเงินรวมให้ถือปฏิบัติตามที่กําหนดในมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 10 เรื่อง งบการเงินรวม รวมถึงมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการรายงานทางการเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่การจัดทํางบการเงินรวมของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ไม่ได้นําบริษัทย่อยใดมารวม ให้แสดงเหตุผลของการไม่นําบริษัทย่อยดังกล่าวมารวม และเปิดเผยผลกระทบรวมทั้งเปิดเผยงบการเงินของบริษัทย่อยดังกล่าวในหมายเหตุประกอบงบการเงินด้วย
การประกาศงบการเงิน
9. ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ประกาศงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอํานาจกระทําการแทนของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานใหญ่และสํานักงานสาขาของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์นั้น (สามารถเปิดเผยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้) และให้เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ (website) หรืออาจลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันเพิ่มเติม รวมทั้งให้เสนอต่อฝ่ายตรวจสอบ สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ การประกาศงบการเงินตามสื่อต่าง ๆ และการเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด จะต้องเป็นงบการเงินที่จัดทําขึ้นเป็นภาษาไทย
การดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ในกรณีการจัดทํางบการเงินรอบระยะเวลา 6 เดือนของรอบปีบัญชี ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นงวดบัญชี ส่วนงบการเงินรอบระยะเวลา 12 เดือน ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 21 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินแล้ว แต่ต้องไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชีนั้น
10.การประกาศงบการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานใหญ่และสํานักงานสาขา และการลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวัน ให้หมายถึงเฉพาะรายงานของผู้สอบบัญชี งบแสดงฐานะการเงิน และงบกําไรขาดทุนและกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากรายงานของผู้สอบบัญชีมีการอ้างถึงหมายเหตุประกอบงบการเงินใดโดยไม่ระบุจํานวนเงินที่เกี่ยวข้องในรายงานผู้สอบบัญชี ให้แสดงหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีอ้างถึงนั้นไว้ด้วย
สําหรับการเผยแพร่งบการเงินในเว็บไซต์ (website) และการเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ให้หมายถึงรายงานของผู้สอบบัญชี งบแสดงฐานะการเงิน งบกําไรขาดทุนและกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงินทั้งหมด
11. การประกาศงบการเงินไว้ในที่เปิดเผย ณ สํานักงานใหญ่ และสํานักงานสาขารวมถึงการเผยแพร่งบการเงินในเว็บไซต์ (website) อย่างน้อยให้ประกาศงบการเงินสําหรับงวดบัญชีปัจจุบันไว้จนกว่าจะได้ประกาศงบการเงินสําหรับงวดบัญชีถัดไป อย่างไรก็ตาม การประกาศงบการเงินไว้หลายงวดบัญชีจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งบการเงินในการใช้เปรียบเทียบงบการเงินได้ดียิ่งขึ้น
12. ในกรณีที่บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์มีการจัดทํางบการเงินรวมการดําเนินการตามข้อ 9 ให้หมายความรวมถึงงบการเงินรวมด้วย
อื่นๆ - 6.วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ถือปฏิบัติกับงบการเงินที่เริ่มต้นในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2561
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย