法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
83
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานศาลปกครอง

“สำนักงานศาล” หมายความว่า สำนักงานศาลปกครองสูงสุด สำนักงานศาลปกครองกลางหรือสำนักงานศาลปกครองในภูมิภาคต่าง ๆ

“หน่วยงานในสังกัด”[๒] หมายความว่า หน่วยงานในสำนักงานระดับสำนักหรือเทียบเท่า และสำนักงานศาล

“ประธาน” หมายความว่า ประธานศาลปกครองสูงสุด

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

หัวหน้าการเงิน”[๓] หมายความว่า ผู้อำนวยการกลุ่มที่ปฏิบัติงานการเงินของสำนักงานหรือข้าราชการซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน

“เจ้าหน้าที่การเงิน” หมายความว่า ข้าราชการซึ่งได้รับมอบหมาย หรือแต่งตั้งตามระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีของสำนักงานศาล

“ผู้ปฏิบัติงาน”[๔] หมายความว่า ตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง และลูกจ้างของสำนักงาน

“หลักฐานการจ่ายเงิน” หมายความว่า หลักฐานซึ่งแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันถูกต้องแล้ว

“ใบสำคัญคู่จ่าย”[๕] หมายความว่า หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน หลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ หรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับที่ธนาคาร และให้รวมถึงใบนำส่งเงินต่อคลังด้วย

“ใบสำคัญ” หมายความว่า หลักฐานแสดงการจ่ายเงินของผู้ปฏิบัติงาน

“เงินสดย่อย” หมายความว่า เงินสดที่มีไว้ประจำสำนักงานและสำนักงานศาล เพื่อใช้จ่ายเป็นเงินยืมหรือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นของสำนักงานและสำนักงานศาล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินและการเก็บรักษาเงินที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงินของทางราชการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ คำสั่ง หลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดจากการใช้ระเบียบนี้

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๖] เมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมใช้บังคับแล้ว ให้สำนักงานจัดทำแผนการเบิกจ่ายเงินประจำปีเพื่อเบิกเงินกับกรมบัญชีกลางและให้ฝากเงินดังกล่าวไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

ดอกเบี้ยซึ่งเกิดจากเงินฝากธนาคารตามวรรคหนึ่ง ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินอย่างช้าไม่เกินสามวันทำการ นับจากวันที่ธนาคารแจ้งหรือบันทึกแสดงยอดดอกเบี้ยในสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารให้แล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การรับเงินที่เป็นเงินสดหรือเช็คที่ธนาคารสั่งจ่าย ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง แล้วนำเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานอย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

การรับเงินที่เป็นธนาณัติหรือตราสารอื่น ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบออกใบเสร็จรับเงินโดยหมายเหตุว่าใบเสร็จรับเงินนั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้เรียกเก็บเงินตามธนาณัติหรือตราสารนั้นแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนำธนาณัติหรือตราสารอื่นนั้นไปขึ้นเงินอย่างช้าภายในวันทำการถัดไปและนำเงินที่ได้รับเข้าบัญชีเงินฝากของสำนักงานภายในวันเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การรับเงินทุกรายการจะต้องบันทึกเงินที่ได้รับในบัญชีเงินสด หรือบัญชีเงินฝากธนาคารภายในวันที่ได้รับเงินนั้น โดยให้แสดงให้ทราบว่าได้รับเงินตามแบบคำขอเบิกเงินงบประมาณใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารอื่น[๗]

ในกรณีที่มีการรับเงินภายหลังกำหนดเวลาปิดบัญชีสำหรับวันนั้นแล้ว ให้บันทึกการรับเงินดังกล่าวในวันทำการถัดไป

กำหนดเวลาปิดบัญชีให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ แบบใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

ใบเสร็จรับเงินจะต้องไม่มีการขูด ลบ แก้ไขเพิ่มเติมหมายเลขกำกับใบเสร็จรับเงิน จำนวนเงินหรือชื่อผู้ชำระเงิน หากใบเสร็จรับเงินลงรายการรับเงินผิดพลาดให้ทำการยกเลิกใบเสร็จรับเงิน นั้น เว้นแต่ปรากฏในภายหลังว่ามีการลงรายการรับเงินผิดพลาดซึ่งมิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงิน หรือตัวผู้ชำระเงิน ให้แก้ไขโดยขีดฆ่าและลงลายมือชื่อกำกับ[๘]

การยกเลิกใบเสร็จรับเงิน ให้ประทับคำว่า “ยกเลิก” ด้วยตรายางสีแดงไว้ในใบเสร็จรับเงินนั้นและให้คงใบเสร็จรับเงินฉบับที่ยกเลิกติดไว้กับสำเนาเพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สำนักงานและสำนักงานศาลจัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อให้ทราบและตรวจสอบได้ว่า ได้จัดพิมพ์ขึ้นจำนวนเท่าใด ได้จ่ายใบเสร็จรับเงินเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด ให้เจ้าหน้าที่ผู้ใดไปดำเนินการจัดเก็บเงินเมื่อวันเดือนปีใด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งรับใบเสร็จรับเงินไปดำเนินการจัดเก็บเงิน รายงานให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุน*หรือผู้อำนวยการสำนักงานศาล* แล้วแต่กรณี ทราบว่ามีใบเสร็จรับเงินอยู่ในความรับผิดชอบเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด และได้ใช้ใบเสร็จรับเงินไปแล้วเล่มใด หมายเลขใดถึงหมายเลขใด อย่างช้าไม่เกินวันที่ ๓๑ ตุลาคม ของปีงบประมาณถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ โดยปกติใบเสร็จรับเงินเล่มใดใช้สำหรับรับเงินของปีงบประมาณใด ให้ใช้รับเงินภายในปีงบประมาณนั้นเท่านั้น เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใหม่ ใบเสร็จรับเงินฉบับใดยังไม่ได้ใช้ ให้คงติดไว้กับเล่ม แต่ให้ปรุ เจาะรูหรือประทับตราเลิกใช้เพื่อให้เป็นที่สังเกต มิให้นำมาใช้รับเงินได้อีกต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ก่อนสิ้นวันทำการ ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุน*หรือผู้อำนวยการสำนักงานศาล*หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี ตรวจสอบจำนวนเงินที่สำนักงานหรือสำนักงานศาลได้รับและจำนวนเงินที่นำส่งคลัง ที่ฝากธนาคาร หรือที่คงเหลือเป็นเงินสด กับหลักฐานและรายการที่บันทึกไว้ในบัญชีเงินสดหรือบัญชีเงินฝากธนาคารว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากปรากฏว่าถูกต้องแล้ว ให้ผู้ตรวจแสดงยอดรวมเงินรับทั้งสิ้นตามใบเสร็จรับเงินทุกฉบับที่ได้รับในวันนั้นไว้ในสำเนาใบเสร็จรับเงินฉบับสุดท้ายและลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

ในกรณีที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุน*หรือผู้อำนวยการสำนักงานศาล*ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้มอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้เจ้าหน้าที่ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทน

การจ่ายเงิน

การขออนุมัติและการอนุมัติให้จ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ่ายเงินให้จ่ายได้เฉพาะตามที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ และผู้มีอำนาจอนุมัติจ่ายเงิน อนุมัติให้จ่ายเงินได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๙] ก่อนเริ่มต้นใช้เงินงบประมาณประจำปี ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำทะเบียนคุมเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินที่หน่วยงานได้รับอนุมัติจัดสรรตามแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การจ่ายเงินตามแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปีให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นในปีงบประมาณนั้น

เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ หากมีเงินงบประมาณเหลือจ่ายให้สำนักงานนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เว้นแต่กรณีที่มีหนี้ผูกผัน หรือมีความจำเป็นจะต้องเก็บเงินไว้จ่ายภายหลังสิ้นปีงบประมาณ ให้เก็บเงินไว้จ่ายต่อไปได้ หลังจากนั้นให้นำเงินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๑๐] หน่วยงานในสังกัดใดประสงค์จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง หรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งต้องเบิกเงินของสำนักงาน ให้ตรวจสอบงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ และวงเงินงบประมาณคงเหลือในทะเบียนคุมเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีของหน่วยงานว่ามีเพียงพอที่จะเบิกจ่ายได้ ก่อนเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติให้ดำเนินการและขออนุมัติเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การขอเบิกเงินทุกกรณีให้ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่ายและห้ามมิให้ขอเบิกเงินจนกว่าจะถึงกำหนด หรือใกล้จะถึงกำหนดจ่ายเงิน

เงินที่ขอเบิกเพื่อการใด ให้นำไปจ่ายเฉพาะเพื่อการนั้นเท่านั้น จะนำไปจ่ายเพื่อการอื่นไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ เมื่อได้มีการอนุมัติให้ดำเนินการในครั้งแรกแล้ว ให้ขออนุมัติจ่ายเงินได้โดยไม่ต้องขออนุมัติให้ดำเนินการในแต่ละครั้งอีก

(๑) ค่าใช้จ่ายประเภทสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์

(๒) ค่าเช่า ค่าใช้บริการ ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินที่บริษัทการบินเรียกเก็บ

(๓) ค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน ค่าอากรเช็ค และค่าธรรมเนียมอื่นที่ธนาคารผู้รับฝากเงินเรียกเก็บ

(๔) ประโยชน์ตอบแทนอื่น ที่สำนักงานต้องจ่ายตามปกติเป็นรายเดือน

(๕) ค่าใช้จ่ายอื่นนอกจาก (๑) (๒) (๓) และ (๔) ตามที่เลขาธิการกำหนด

ค่าใช้จ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างให้เบิกจ่ายได้ตามสิทธิ โดยไม่ต้องขออนุมัติดำเนินการหรือขออนุมัติเบิกจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑[๑๑] ให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ มีอำนาจอนุมัติให้ดำเนินการและอนุมัติจ่ายเงินภายในวงเงิน ดังนี้

(๑)[๑๒] ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้อำนวยการหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่าสำนัก ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท

(๒) ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุน และผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) ผู้อำนวยการสำนักงานศาล ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

(๔) รองเลขาธิการ ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๕) เลขาธิการ ไม่จำกัดวงเงิน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินจะต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกรายการ จะต้องมีการบันทึกการจ่ายเงินไว้ในบัญชีเงินสดหรือบัญชีเงินฝากธนาคาร แล้วแต่กรณี ในวันที่จ่ายเงินนั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ห้ามมิให้ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินเรียกใบสำคัญคู่จ่าย หรือให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินในหลักฐานการจ่ายเงิน โดยที่ยังมิได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ภายหลังกำหนดเวลาปิดบัญชีในแต่ละวัน ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุน*หรือผู้อำนวยการสำนักงานศาล*หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แล้วแต่กรณี ตรวจสอบรายการจ่ายเงินที่บันทึกไว้ในบัญชีเงินสดหรือบัญชีเงินฝากธนาคารกับหลักฐานการจ่ายเงินในวันนั้น หากปรากฏว่าถูกต้องแล้ว ให้ผู้ตรวจสอบลงลายมือชื่อกำกับยอดเงินคงเหลือไว้ในบัญชีนั้น ๆ

วิธีปฏิบัติในการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖[๑๓] การจ่ายเงินให้จ่ายเป็นเช็ค หรือจ่ายโดยการสั่งให้ธนาคารโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานหรือสำนักงานศาลเข้าบัญชีของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน หรือจ่ายโดยการยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานหรือสำนักงานศาลให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ยกเว้นในกรณีจ่ายจากเงินสดย่อย

การจ่ายเงินโดยการยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานหรือสำนักงานศาลให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗[๑๔] การเขียนเช็คสั่งจ่ายและการสั่งจ่ายเช็ค ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) การเขียนเช็คสั่งจ่าย

(ก) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ ในกรณีซื้อ เช่าทรัพย์สิน หรือจ้างทำของ ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้ ขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมด้วย

(ข) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้นอกจากกรณีตาม (ก) ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของเจ้าหนี้ขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมหรือไม่ก็ได้

(ค) ในกรณีสั่งจ่ายเงินด้วยเช็คเพื่อเบิกเงินสดมาจ่าย ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายและขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก ห้ามออกเช็คโดยไม่ระบุชื่อผู้รับเงิน ห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด

(ง) การออกเช็คเพื่อสั่งให้ธนาคารโอนเงินให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินตามข้อ ๒๘ ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามของธนาคาร และให้ระบุคำว่า “เพื่อโอนให้เจ้าหนี้ ........ ราย” ไว้ในเช็คด้วย

(จ) การเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินในเช็คที่เป็นตัวอักษร ให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชิดคำว่า “บาท” และขีดเส้นหน้าจำนวนเงิน อย่าให้มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินเพิ่มเติมได้ และให้ขีดเส้นตรงหลังชื่อสกุล ชื่อบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน จนชิดคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” แล้วแต่กรณี โดยมิให้มีการเขียนหรือพิมพ์ชื่อบุคคลอื่นเพิ่มเติมได้อีก

(๒) การสั่งจ่ายเช็คของสำนักงานและสำนักงานศาลทุกครั้ง จะต้องลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเช็ค หากมีการระบุรายการในเช็คผิดพลาด ให้ยกเลิกเช็คโดยประทับคำว่า “ยกเลิก” ด้วยตรายางสีแดงไว้ที่ด้านหน้าเช็คนั้น และให้คงเช็คที่ยกเลิกนั้นไว้กับต้นขั้วเพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘[๑๕] การจ่ายเงินโดยการสั่งให้ธนาคารโอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานหรือสำนักงานศาลเข้าบัญชีเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแสดงเจตนาขอรับเงินผ่านธนาคาร ตามแบบคำขอรับเงินผ่านธนาคารที่สำนักงานกำหนด

(๒) เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ให้สำนักงานหรือสำนักงานศาลจัดทำเช็คสั่งจ่ายเงินให้ธนาคารเป็นจำนวนเงินเท่ากับยอดรวมที่จะให้ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และให้จัดทำเอกสารประกอบการสั่งโอนเงิน จำนวน ๒ ฉบับ เป็นต้นฉบับ ๑ ชุด และสำเนาคู่ฉบับ ๑ ชุด ดังนี้

(ก) หนังสือสั่งโอนเงิน โดยระบุชื่อ เลขที่บัญชีเงินฝาก และจำนวนเงินที่จะโอนเข้าบัญชีเงินฝากของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแต่ละรายที่ได้แสดงเจตนาไว้ตาม (๑)

(ข) ใบนำฝากเงินเข้าบัญชีให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแต่ละราย ตามแบบของธนาคาร

(๓) ให้ใช้แบบคำขอรับเงินผ่านธนาคาร หนังสือสั่งโอนเงิน สำเนาใบนำฝากเงินเข้าบัญชีของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และใบเสร็จรับเงินซึ่งลงวันที่ที่โอนเงินเข้าบัญชี เป็นหลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๘/๑

ข้อ ๒๘/๑[๑๖] การจ่ายเงินโดยการยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานหรือสำนักงานศาลให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐให้ปฏิบัติ ดังนี้

(๑) ให้เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแสดงเจตนาขอรับเงินผ่านธนาคารโดยวิธีหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานหรือสำนักงานศาล

(๒) ให้สำนักงานหรือสำนักงานศาลยื่นคำขอแสดงความประสงค์ให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงานหรือสำนักงานศาลเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน แล้วสำเนาคู่ฉบับไว้เป็นหลักฐานจำนวน ๑ ชุด

(๓) เมื่อธนาคารดำเนินการหักเงินชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินแล้วให้สำนักงานหรือสำนักงานศาลจัดพิมพ์รายงานสรุปการนำส่งเงินจากระบบงานทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

(๔) ให้ใช้คำขอตาม (๒) ข้อมูลการนำส่งเงิน และรายงานสรุปการนำส่งเงินเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙[๑๗] การลงนามในเช็ค ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุน ลงนามร่วมกับเลขาธิการหรือรองเลขาธิการตามวงเงินที่กำหนดในข้อ ๒๑

สำหรับสำนักงานศาล ให้ผู้อำนวยการสำนักงานศาลลงนามร่วมกับผู้อำนวยการกลุ่มที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินตามวงเงินที่กำหนดในข้อ ๒๑ (๓)

หลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ หลักฐานการจ่ายเงิน นอกจากใบสำคัญคู่จ่ายให้เป็นไปตามแบบที่สำนักบริหารการเงินและต้นทุน*กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินออกให้อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(๒) วัน เดือน ปี ที่รับเงิน

(๓) รายการแสดงการรับเงิน

(๔) จำนวนเงิน ทั้งตัวเลขและตัวอักษร

(๕) ลายมือชื่อของผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว “และลงลายมือชื่อซึ่งมีชื่อตัวบรรจงกำกับไว้ พร้อมทั้งลง วัน เดือน ปี ที่จ่ายเงิน ในหลักฐานการจ่ายเงินทุกฉบับ เพื่อป้องกันการเบิกซ้ำและเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินไม่สามารถรับเงินด้วยตนเองได้ จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นผู้รับเงินแทนก็ได้ โดยจะต้องมีใบมอบอำนาจแนบมาด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การจ่ายเงินสำหรับการไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ ซึ่งตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของประเทศนั้น ๆ ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงิน หรือใบเสร็จรับเงินเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยระบุรายการแสดงการจ่ายเงิน วัน เดือน ปี ที่จ่ายเงิน จำนวนเงิน และลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งแนบใบสำคัญ (ถ้ามี) หรือใบเสร็จรับเงินดังกล่าวไปพร้อมกับใบรับรองเพื่อตรวจสอบด้วย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การจ่ายเงินรายใดซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้ ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน ตามข้อ ๓๔

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในกรณีที่หลักฐานการจ่ายเงินชำรุดหรือสูญหาย ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) กรณีใบสำคัญคู่จ่ายชำรุดหรือสูญหาย ให้ใช้สำเนาใบสำคัญคู่จ่าย ซึ่งผู้รับเงินรับรองได้ โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจดแจ้งเหตุผลไว้ในสำเนาใบสำคัญคู่จ่ายและลงนามผู้จดแจ้งไว้

(๒) กรณีใบสำคัญคู่จ่ายชำรุดหรือสูญหายและไม่อาจขอสำเนาใบสำคัญคู่จ่ายได้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินและชี้แจงพฤติการณ์ที่ใบสำคัญคู่จ่ายชำรุดหรือสูญหาย และเหตุผลที่ไม่อาจขอสำเนาใบสำคัญคู่จ่ายนั้นได้ต่อเลขาธิการหรือผู้อำนวยการสำนักงานศาล* แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ใช้ใบรับรองการจ่ายเงินนั้นเป็นใบสำคัญคู่จ่ายได้

(๓) กรณีหลักฐานการจ่ายเงินอื่นที่ไม่ใช่ใบสำคัญคู่จ่ายชำรุดหรือสูญหาย ให้นำ (๑) และ (๒) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การทำหลักฐานการจ่ายเงินให้พิมพ์หรือเขียนตัวหมึก การแก้ไขหลักฐานการจ่ายเงินให้ใช้วิธีขีดฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ โดยให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

การจ่ายเงินเดือนและค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้จ่ายผ่านธนาคารที่สำนักงานกำหนดโดยให้ผู้ปฏิบัติงานแต่ละรายมีหน้าที่ไปขอเปิดบัญชีกับธนาคารดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙[๑๘] ในวันก่อนกำหนดการจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างอย่างน้อยสามวันทำการ ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุนนำเงินเดือนและค่าจ้างคงเหลือสุทธิ เข้าฝากธนาคารในบัญชีของผู้ปฏิบัติงานแต่ละราย เพื่อที่ผู้ปฏิบัติงานจะสามารถเบิกเงินจากธนาคารได้ตามกำหนดเวลา และให้ขอหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารดังกล่าวเก็บไว้เป็นหลักฐานทางบัญชีต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ให้สำนักบริหารการเงินและต้นทุน*ส่งใบรายการแสดงเงินเดือน เงินเพิ่ม (ถ้ามี) เงินประจำตำแหน่ง พร้อมทั้งรายการหักเงินต่าง ๆ เช่น การหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย เงิน กบข. เงินชำระหนี้เงินกู้สหกรณ์หรือกองทุนสงเคราะห์ เงินสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานแต่ละรายทุกเดือน

การจ่ายเงินยืม

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑[๑๙] การจ่ายเงินยืมของสำนักงานและสำนักงานศาลจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่ผู้ยืมได้ทำสัญญาการยืมตามแบบที่สำนักบริหารการเงินและต้นทุน*กำหนด และเลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายหรือผู้อำนวยการสำนักงานศาล* แล้วแต่กรณี ได้อนุมัติให้จ่ายเงินยืมตามสัญญาการยืมเงินนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ผู้ปฏิบัติงานอาจขอยืมเงินได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อการจัดซื้อหรือจ้างที่จำเป็นและเร่งด่วน

(๒) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

(๓) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่นตามภาระหน้าที่ในการปฏิบัติราชการ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การส่งใช้เงินยืมให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) การยืมเงินเพื่อซื้อวัสดุ ให้ส่งใช้เงินยืมให้เสร็จสิ้นภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเงิน

(๒) การยืมเงินเพื่อเดินทางไปราชการ ให้ส่งใบสำคัญพร้อมเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี) ส่งใช้เงินยืมให้เสร็จสิ้นภายในสิบห้าวัน นับจากวันที่กลับจากการปฏิบัติราชการ หากไม่ได้เดินทางตามที่กำหนดให้นำเงินยืมทั้งสิ้นที่ได้รับส่งคืนทันที

(๓) การยืมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่น นอกจาก (๑) และ (๒) ให้ส่งใช้เงินยืมภายในสิบห้าวันนับจากวันเสร็จสิ้นภาระหน้าที่

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ผู้ยืมเงินจะต้องใช้เงินตามที่ระบุไว้ในรายการ และวัตถุประสงค์ในสัญญาการยืมเงินเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕[๒๐] เมื่อผู้ยืมส่งใช้เงินยืม ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับเงินบันทึกการรับคืนเงินยืมพร้อมทั้งออกใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี) และใบรับใบสำคัญซึ่งส่งใช้เงินยืม ให้ผู้ยืมไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีที่ผู้ยืมมิได้ชำระคืนเงินยืมหรือส่งใช้เงินยืมภายในกำหนด ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเงินและต้นทุน*หรือเจ้าหน้าที่การเงินเรียกให้ชดใช้เงินยืมตามเงื่อนไขในสัญญาการยืมให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วอย่างช้าไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันครบกำหนด

ในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติได้ตามวรรคหนึ่ง ให้รายงานให้เลขาธิการหรือผู้อำนวยการสำนักงานศาล*แล้วแต่กรณี ทราบ เพื่อพิจารณาสั่งการบังคับให้เป็นไปตามสัญญาการยืมเงินต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ สัญญาการยืมเงินซึ่งยังไม่ได้ชำระคืนเงินยืมหรือส่งใช้เงินยืมให้เสร็จสิ้น จะต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยไม่ให้สูญหาย เมื่อชำระคืนเงินยืมหรือส่งใช้เงินยืมครบถ้วนแล้ว ให้ระบุคำว่า “ส่งใช้เงินยืมแล้ว” ในสัญญาการยืมเงินฉบับนั้นทันที

เงินสดย่อย

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘[๒๑] ให้สำนักงานและสำนักงานศาลมีเงินสดย่อยไว้สำรองจ่ายในแต่ละวันตามจำนวนที่เลขาธิการกำหนด

83 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_330413456c8d8899

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com