ข้อ ๓ ขั้นตอนในการรับเข้าบำบัดรักษาในสถานพยาบาล มีดังนี้
(๑) การรับเข้าบำบัดรักษาในสถานพยาบาลกรณีที่ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาเป็นผู้เสพยาเสพติดให้โทษและไม่มียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง ให้สถานพยาบาลดำเนินการ ดังต่อไปนี้
ก) เจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลตรวจสอบเอกสารและหลักฐานของผู้ขอเข้ารับการบำบัดรักษาเพื่อการรับตัวเข้ารับการบำบัดรักษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบำบัดรักษา ให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติและการเตรียมความพร้อมทั้งกับผู้เข้ารับการบำบัดรักษา และครอบครัวหรือญาติของผู้เข้ารับการบำบัดรักษา
ข) สัมภาษณ์สอบประวัติผู้เข้ารับการบำบัดรักษา และบันทึกข้อมูลลงในแบบ บสต. ๓ ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ โดยให้มีการลงลายมือชื่อผู้เข้ารับการบำบัดรักษาไว้ท้ายแบบฯ ดังกล่าว ตามความสมัครใจ
ค) ตรวจร่างกายและสภาพจิต รวมทั้งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์และวินิจฉัยปัญหา
ง) นายทะเบียนรวบรวมข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจัดทำทะเบียนประวัติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาโดยละเอียด ซึ่งประวัติของผู้เข้ารับการบำบัดรักษาต้องเก็บรักษาไว้เป็นความลับ จะเปิดเผยได้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น
จ) เจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลรวบรวมข้อมูลและสถิติต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผู้เข้ารับการบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ และมีความเคลื่อนไหวเป็นปัจจุบัน
(๒) การรับเข้าบำบัดรักษาในสถานพยาบาล กรณีที่ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาเป็นผู้เสพยาเสพติดให้โทษและมีสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง อีกทั้งได้นำสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษดังกล่าวมามอบแก่ผู้อำนวยการหรือผู้ดำเนินการผ่านทางนายทะเบียนของสถานพยาบาลนั้น ๆ นอกจากต้องดำเนินการตามขั้นตอนในข้อ ๓ (๑) แล้ว ให้สถานพยาบาลดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษที่ผู้เข้ารับการบำบัดรักษานำมามอบให้ ดังนี้
ก) นายทะเบียนรับมอบสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษนั้นไว้โดยทำการตรวจสอบจำนวน ปริมาณและน้ำหนัก และบรรจุสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษดังกล่าวลงในภาชนะที่เรียบร้อย แข็งแรง ปลอดภัยเท่าที่กระทำได้ แล้วปิดฉลากบนภาชนะบรรจุนั้น และจัดทำบันทึกการส่งมอบ-รับมอบสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ โดยลงลายมือชื่อผู้เข้ารับการบำบัดรักษาซึ่งเป็นผู้ส่งมอบและนายทะเบียนซึ่งเป็นผู้รับมอบไว้เพื่อเป็นหลักฐาน แล้วจึงนำไปเก็บรักษาในที่ปลอดภัยเพื่อรอนำส่งตรวจพิสูจน์ ฉลากปิดภาชนะบรรจุและบันทึกการส่งมอบ-รับมอบสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษให้เป็นไป ตามแบบ บ. ๑ และ แบบ บ. ๒ ท้ายประกาศนี้
ข) นายทะเบียนรายงานการรับมอบสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษให้ผู้อำนวยการหรือผู้ดำเนินการทราบ พร้อมทั้งเสนอผู้อำนวยการหรือผู้ดำเนินการลงนามหนังสือนำส่งสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษไปตรวจพิสูจน์ ตามแบบ บ. ๓ ท้ายประกาศนี้ และให้นายทะเบียนส่งสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษดังกล่าวในสภาพตามที่ได้มีการดำเนินการตาม ก) พร้อมหนังสือนำส่งฯ และสำเนาบันทึกการส่งมอบ-รับมอบ สิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษไปตรวจพิสูจน์ที่สถานตรวจพิสูจน์โดยเร็ว
ค) สถานตรวจพิสูจน์รับสิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษที่จัดส่งมาตาม ข) ไว้เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ว่าสิ่งที่สงสัยฯ นั้นเป็นยาเสพติดให้โทษหรือไม่ ชนิดใด ประเภทใด เมื่อได้ทำการตรวจพิสูจน์แล้ว ให้สถานตรวจพิสูจน์รายงานการตรวจพิสูจน์ ตามแบบ บ. ๔ ท้ายประกาศนี้ ให้สถานพยาบาลที่นำส่งมาตรวจพิสูจน์ได้ทราบภายในกำหนดเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่สถานตรวจพิสูจน์ได้รับหนังสือนำส่งฯ นั้น
ง) กรณีที่ผลการตรวจพิสูจน์พบว่าสิ่งที่ส่งมาตรวจพิสูจน์ตาม ค) เป็นยาเสพติดให้โทษให้สถานตรวจพิสูจน์นำส่งยาเสพติดให้โทษที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ไปเก็บรักษาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ตามระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลาง ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หากผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าสิ่งที่ส่งมาตรวจพิสูจน์ฯ นั้น ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษ ให้สถานตรวจพิสูจน์พิจารณาทำลายได้
จ) นายทะเบียนบันทึกผลการตรวจพิสูจน์สิ่งที่สงสัยว่าเป็นยาเสพติดให้โทษที่รับมอบจากผู้เข้ารับการบำบัดรักษาตามรายงานการตรวจพิสูจน์ใน ค) ลงในทะเบียนประวัติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาและจัดเก็บรายงานการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานต่อไป