法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือ

ในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ ๓ ประเภท ได้แก่ (๑) ธุรกรรม Forward Bond (๒) ธุรกรรม Bond Options และ (๓) ธุรกรรม Equity Index Linked Swap โดยมีข้อกำหนด

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ ลงวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

ธุรกรรม Forward Bond หมายถึง การซื้อหรือขายหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้โดยมีกำหนดระยะเวลาในการส่งมอบหลักทรัพย์และชำระราคาภายหลังวันที่ตกลงราคาซื้อขายกันเกิน ๒ วันทำการ แต่ไม่เกิน ๑ ปี

ธุรกรรม Bond Options หมายถึง การซื้อหรือขายสิทธิที่จะซื้อ (Call) หรือสิทธิที่จะขาย (Put) หลักทรัพย์อ้างอิงที่เป็นตราสารหนี้ตัวใดตัวหนึ่ง หรือกลุ่มตราสารหนี้ (Port) ในราคาที่ตกลงกันไว้ตามสัญญา ณ วันใดวันหนึ่งภายในช่วงระยะเวลาของสัญญา (American Options) หรือ ณ วันครบกำหนดสัญญา (European Options) โดยให้ทำธุรกรรมเฉพาะที่เป็น Options แบบพื้นฐาน (Plain Vanilla Options) ที่มีวันครบกำหนดไม่เกิน ๑ ปี

ธุรกรรม Equity Index Linked Swap หมายถึง ข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาสองฝ่ายที่จะแลกเปลี่ยนอัตราผลตอบแทนที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในลักษณะคงที่ (Fixed Rate) หรือในลักษณะลอยตัว (Floating Rate) กับอัตราผลตอบแทนที่อิงกับดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ (Equity Index)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การทำธุรกรรม Forward Bond หรือ Bond Options หรือ Equity Index Linked Swap ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถกระทำได้ภายในขอบเขตดังต่อไปนี้

(๓.๑) กรณีธุรกรรมที่ทำกับคู่ค้าประเภทผู้ลงทุนสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่แนบประกาศนี้ ยกเว้นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ จะต้องตกลงจำนวนเงินตามสัญญาและชำระราคาในรูปเงินสกุลบาทเท่านั้น

(๓.๒) กรณีธุรกรรมที่ทำกับสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ให้ตกลงจำนวนเงินตามสัญญา และชำระราคาเป็นสกุลเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้

(๓.๓) กรณีธุรกรรมที่ทำกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) จะต้องตกลงจำนวนเงินตามสัญญา และชำระราคาเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การทำธุรกรรม Forward Bond หรือ Bond Options ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารหนี้สกุลเงินบาท ให้ธนาคารพาณิชย์ทำได้กับคู่สัญญาที่เป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุในเอกสารที่แนบประกาศนี้เท่านั้น

ทั้งนี้ หลักทรัพย์อ้างอิงที่เป็นตราสารหนี้สกุลเงินบาทต้องเป็น ตั๋วเงินคลังพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้ที่รัฐบาลค้ำประกัน หรือตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเป็นระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) โดยเป็นตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับ BBB หรือเทียบเท่าขึ้นไป จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตราสารหนี้ที่ออกโดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือหลักทรัพย์ประเภทประเภทอื่นๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การทำธุรกรรม Forward Bond หรือ Bond Options ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศ ให้ธนาคารพาณิชย์ทำได้เฉพาะกับคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือกับคู่สัญญาที่เป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. (๐๕) ว.๓/๒๕๔๖ เรื่อง การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม ยกเว้น บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

ทั้งนี้ ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรม Forward Bond หรือ Bond Options ได้เฉพาะกรณีต่อไปนี้

(๕.๑) การทำธุรกรรม Forward Bond ในฐานะผู้ขาย หรือการทำธุรกรรม Bond Option ในฐานะผู้ซื้อสิทธิที่จะขายหรือผู้ขายสิทธิที่จะซื้อ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติเกี่ยวกับ ประเภทหลักทรัพย์ วงเงิน ข้อกำหนดในการขายหลักทรัพย์ต่อ ตามหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. (๐๕) ว.๓/๒๕๔๖ เรื่อง การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเป็นรายกรณี โดยถือเสมือนหนึ่งเป็นการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

(๕.๒) การทำธุรกรรมเพื่อให้ผู้ลงทุนดังกล่าวใช้ปิดความเสี่ยง (Unwind position) จากการทำธุรกรรมตามข้อ (๕.๑) หรือป้องกันความเสี่ยงจากการถือครองหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรม Equity Index Linked Swap ได้ เฉพาะในกรณี ดังต่อไปนี้

(๖.๑) เป็นการแลกเปลี่ยนอัตราผลตอบแทนที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในประเทศกับอัตราผลตอบแทนที่อิงกับดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งได้แก่ SET Index SET ๕๐ และดัชนีของกลุ่มของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย (Basket Index) โดยมีวันครบกำหนดไม่เกิน ๓ ปี กับคู่สัญญาที่เป็นผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามที่ระบุในเอกสารที่แนบประกาศนี้

(๖.๒) เป็นการแลกเปลี่ยนอัตราผลตอบแทนที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในต่างประเทศกับอัตราผลตอบแทนที่อิงกับดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งได้แก่ แก่ SET Index SET ๕๐

และดัชนีของกลุ่มของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย (Basket Index) โดยมีวันครบกำหนดไม่เกิน ๓ ปี กับคู่สัญญาที่เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ผู้ลงทุนประเภทสถาบันตามหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ธปท. สกง. (๐๕) ว.๓/๒๕๔๖ เรื่อง การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุน สถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๖.๓) เป็นการแลกเปลี่ยนอัตราผลตอบแทนที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในต่างประเทศกับอัตราผลตอบแทนที่อิงกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ในต่างประเทศกับคู่ค้าที่เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ หรือเป็นนิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การทำธุรกรรม Forward Bond หรือ Bond Options หรือ Equity Index Linked Swap ในกรณีใดๆ เว้นแต่การทำธุรกรรม Forward Bond และการซื้อ Bond Options เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) การซื้อ Bond Options เพื่อการค้าและการปิดความเสี่ยง (Unwind Position) แบบ Back to Back และการขายสิทธิที่จะซื้อ (Call) ตราสารหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์มีกรรมสิทธิ์ในตราสารนั้น ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๗.๑) คณะกรรมการธนาคาร หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) จะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการย่อยและผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าว จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในธุรกรรมที่กล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี และจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

(๗.๒) ธนาคารพาณิชย์จะต้องกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกรรม การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และการควบคุมภายในไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคารหรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) หรือคณะกรรมการย่อยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าว

(๗.๓) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ (Risk management unit) เพื่อทำหน้าที่ประเมิน ติดตาม ควบคุม ตรวจสอบดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารพาณิชย์นั้น และมีการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการธนาคารผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ สำหรับกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศหน่วยงานบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้ โดยจะต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

(๗.๔) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีบุคลากรเพียงพอเพื่อรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอ

(๗.๕) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีมาตรการในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพ สามารถสะท้อนและรองรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกรรม ทั้งนี้ ให้เน้นประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Risk) ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุน (Equity Price Risk) ความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการประกอบธุรกรรม Options เช่น Delta Vega Gamma Theta และ Rho ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) และความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ซึ่งรวมถึง Pre-settlement Risk และ Settlement Risk โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบที่ใช้ในการวัดความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและความเสี่ยงแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง แม่นยำ และมีการนำระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติ มีการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) ที่เหมาะสม ชัดเจน และสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง และมีการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) ของยอดคงค้าง ณ ทุกสิ้นวันทำการมีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Limits) ให้มีความเหมาะสมกับระบบการบริหารความเสี่ยงโดยรวม ลักษณะการดำเนินงานและฐานะเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น มีการทดสอบประสิทธิภาพ ความถูกต้องและแม่นยำของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น มีการทดสอบ Back Test และมีการทดสอบ Stress Test ของแบบจำลอง Value at Risk อย่างสม่ำเสมอ

(๗.๖) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีระบบควบคุมภายในที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงพอ เหมาะสม มีระเบียบ และวิธีปฏิบัติในการควบคุมภายในที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร มีการกำหนดโครงสร้างการควบคุมและมีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างเหมาะสม มีการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรายงานความเสี่ยงและการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศโดยหน่วยงานดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

(๗.๗) ให้ธนาคารพาณิชย์ทดลองนำผลขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นจากการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) Portfolio ของธุรกรรมในข้อ ๒ และธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง[๑] (Hedging Instruments) ของ Portfolio ธุรกรรมดังกล่าว ณ ทุกสิ้นเดือน ไปหักออกจากตัวเลขเงินกองทุนของเดือนที่รายงานล่าสุด หากปรากฏว่าเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ต่ำกว่าเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องดำรงตามกฎหมาย ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น ยกเว้นเป็นการทำธุรกรรมเพื่อปิดความเสี่ยง (Unwind Position) ทั้งนี้ หน่วยงานบริหารความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ (Risk Management Unit) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบให้มีการตรวจสอบดูแลอย่างใกล้ชิดว่ามีการปฏิบัติตามระดับผลขาดทุนที่ยอมรับได้ (Stop Loss Limit) ที่ได้กำหนดไว้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ธนาคารพาณิชย์ที่จะประกอบธุรกรรมดังกล่าวข้างต้น จะต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านเครดิตของคู่สัญญาตามพิธีการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อสำหรับการประกอบธุรกรรมดังกล่าวข้างต้น โดยถี่ถ้วนและระมัดระวัง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ธนาคารพาณิชย์จะต้องบันทึกบัญชีและเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวข้างต้นให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีหรือวิธีปฏิบัติของสากล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ธนาคารพาณิชย์จะต้องรายงานการประกอบธุรกรรม Forward Bond และ Bond Options ให้ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Dealing Center (TBDC)) โดยมีรายละเอียดตามที่ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ธนาคารพาณิชย์ที่จะประกอบธุรกรรมที่กล่าวข้างต้น จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกรรมนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเก็บหลักฐานในการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ตรวจการธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบ หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ธนาคารพาณิชย์ผู้ทำธุรกรรมขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า หรือขายสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ หรือซื้อสิทธิที่จะขายหลักทรัพย์ ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศกับผู้ลงทุนประเภทสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศจะต้องจัดทำรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมขายหลักทรัพย์ล่วงหน้า หรือขายสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ หรือซื้อสิทธิที่จะขายหลักทรัพย์ ตามแบบรายงานการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศที่กำหนดในหนังสือของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกง. (๐๕) ว.๓/๒๕๔๖ เรื่อง การขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖ หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยถือเสมือนเป็นการขายหลักทรัพย์เงินตราต่างประเทศต่อให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันในประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๒] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

เอกสารแนบประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์

ทำธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้

ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๖

รายชื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน

๑. ธนาคารพาณิชย์

๒. บริษัทเงินทุน

๓. บริษัทหลักทรัพย์

๔. บริษัทประกันวินาศภัย

๕. บริษัทประกันชีวิต

๖. ธนาคารแห่งประเทศไทย

๗. นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

๘. ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

๙. กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

๑๐. กองทุนบำเหน็จบำนาญ

๑๑. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

๑๒. กองทุนรวม

๑๓. กองทุนส่วนบุคคล

๑๔. นิติบุคคลที่มีสินทรัพย์รวมตามงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้วตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป

๑๕. คู่สัญญาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเพิ่มเติม

หมายเหตุ นักลงทุนประเภทสถาบันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอื่นของทางการ

จะต้องได้รับอนุญาตให้ทำธุรกรรมที่กล่าวจากหน่วยงานนั้นด้วย

มยุรี/พิมพ์

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

ทรงยศ/ศุภสรณ์/ตรวจ

๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

A+B

[๑] ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าเป็นธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

[๒] รก.๒๕๔๖/พ๑๒๒ง/๕๓/๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๖

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมที่ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_343494fdfc69235f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com