ข้อ ๔
การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๔ (๑) มาตรา ๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑)
มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑) และมาตรา ๒๓ (๑)
เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ.
ทบวง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ.
ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และ อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี ในกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง
ให้ดำเนินการก่อนที่อนุกรรมการใน อ.ก.พ. นั้น ๆ จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
(๑) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑ แจ้งให้อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน
อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ
และข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับเลือกจำนวนห้าคนหรือหกคน แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๒ (๒)
หรือ (๖) เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ (๑) มาตรา
๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑)และมาตรา ๒๓ (๑) ซึ่งยินยอมให้เสนอชื่อ
ไปยังส่วนราชการตามข้อ ๑ ภายในเวลาที่ส่วนราชการดังกล่าวกำหนด ทั้งนี้
ให้ผู้เสนอชื่อแต่ละคนเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้ด้านละหนึ่งคน พร้อมทั้งผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคน
โดยจะเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในหลายด้านก็ได้
(๒) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑
ทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีผู้เสนอชื่อตาม (๑) แยกเป็นด้านต่าง ๆ ตามมาตรา
๑๔ (๑) มาตรา ๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑)
และมาตรา ๒๓ (๑) พร้อมทั้งระบุผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคนไว้ด้วย
ในกรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้าน ก็ให้ระบุชื่อผู้นั้นไว้ทุกด้าน
(๓) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑
จัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างอนุกรรมการ โดยตำแหน่งใน อ.ก.พ.
สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ กับข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้รับเลือกจำนวนห้าคนหรือหกคน
แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๒ (๒) หรือ (๖) เพื่อร่วมกันสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๔ (๑)
มาตรา ๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑) และมาตรา ๒๓ (๑)
จากบัญชีรายชื่อตาม (๒) โดยให้ประธาน อ.ก.พ. เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธาน อ.ก.พ.
ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกผู้เข้าประชุมคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
(๔) ให้ผู้เข้าประชุมตาม (๓) แต่ละคน
เลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อตาม (๒) ด้านละหนึ่งคนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน
อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ
(๕) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑
ตรวจนับคะแนนการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเลือกในแต่ละด้านไว้
โดยเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำ ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมตาม (๓) จับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นเพื่อเรียงลำดับที่
(๖) ให้ผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งในบัญชีตาม (๕)
ในแต่ละด้านเป็นผู้ได้รับเลือกเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.
สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับที่หนึ่งในด้านใดไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นด้วยเหตุใด
ๆ ให้ผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมา
ในด้านนั้นเป็นผู้อยู่ในลำดับที่หนึ่งแทน ในกรณีที่ผู้ใดได้รับเลือกอยู่ในลำดับที่หนึ่งหลายด้าน
ให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นเป็นผู้เลือกว่าจะให้ผู้นั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในบัญชีด้านใด
ถ้ามีผู้เสนอชื่อผู้นั้นหลายคน ให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นร่วมกันเลือก
(๗) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๒ (๑)
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกตาม (๖) โดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ ส่วนราชการนั้น ๆ
และนำรายชื่อดังกล่าวเสนอประธาน อ.ก.พ. เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.
สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ พร้อมกับผู้ได้รับการเลือกตามข้อ ๒ (๖) ต่อไป