法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือน เพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.พ.

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือน

เพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. จึงออกกฎ ก.พ. ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้สำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนราชการที่มี อ.ก.พ. กระทรวง

อ.ก.พ. ทบวง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ.

ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และ อ.ก.พ. จังหวัดแต่ละส่วนราชการ

เป็นหน่วยเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการ ใน อ.ก.พ.

สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การเลือกข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ

ตามมาตรา ๑๔ (๒) มาตรา ๑๖ (๒) มาตรา ๑๗ (๒) มาตรา ๑๘ (๒) มาตรา ๑๙ (๒) มาตรา ๒๑

(๒) และมาตรา ๒๓ (๒) เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี

อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. ทบวง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ.

ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และ อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี ในกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง

ให้ดำเนินการก่อนที่อนุกรรมการใน อ.ก.พ. นั้น ๆ จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(๑) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑

จัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๔ (๒) มาตรา ๑๖

(๒) มาตรา ๑๗ (๒) มาตรา ๑๘ (๒) มาตรา ๑๙ (๒) มาตรา ๒๑(๒) และมาตรา ๒๓ (๒)

แล้วแต่กรณี โดยหัวหน้าส่วนราชการนั้น ๆ จะมอบหมาย ให้ส่วนราชการใดในสังกัดเป็นผู้จัดทำก็ได้

แล้วส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้น ๆ ทราบ

(๒) ในกรณีที่ในหน่วยเลือกของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยเลือกของส่วนราชการที่มี

อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. ทบวง หรือ อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง

มีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อหน่วยเลือกละไม่เกินห้าคน

หรือในหน่วยเลือกของส่วนราชการที่มี อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ. ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม

หรือ อ.ก.พ. จังหวัด มีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อหน่วยเลือกละไม่เกินหกคน

ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. ของหน่วยเลือกดังกล่าว

ให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก เพื่อเสนอประธาน อ.ก.พ.

แต่งตั้งเป็น อนุกรรมการใน อ.ก.พ. ของหน่วยเลือกนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

(๓) ในกรณีที่หน่วยเลือกใดมีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อเกินกว่าจำนวนใน

(๒) ให้ส่วนราชการตาม (๑) ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

ก.

นัดให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อดังกล่าวไปออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ ณ สถานที่ที่กำหนด

แล้วแจกบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตามแบบท้ายกฎ ก.พ. นี้ ซึ่งลงลายมือชื่อของหัวหน้าส่วนราชการตามข้อ

๑ แล้ว ให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อดังกล่าวในวันลงคะแนน เพื่อให้เลือกผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญนั้น ๆ แล้วแต่กรณีโดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกไม่เกินจำนวนใน

(๒) พร้อมกับลงลายมือชื่อของผู้เลือกลงในบัตรเลือกข้าราชการพลเรือน

แล้วหย่อนบัตรดังกล่าวลงในหีบบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนที่ส่วนราชการนั้น ๆ

จัดไว้ให้ ภายในเวลาที่ส่วนราชการนั้น ๆ กำหนด

ข. ส่งบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตามแบบท้ายกฎ ก.พ. นี้

ซึ่งลงลายมือชื่อของหัวหน้าส่วนราชการตาม ข้อ ๑ แล้ว

ไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อดังกล่าวเพื่อให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเลือกข้าราชการพลเรือนจากรายชื่อในบัญชีรายชื่อนั้น

เป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกไม่เกินจำนวนใน (๒)

พร้อมกับลงลายมือชื่อของผู้เลือกลงในบัตรเลือกข้าราชการพลเรือน

แล้วส่งบัตรดังกล่าวพร้อมกับภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือกกลับคืนให้ส่วนราชการตาม

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ภายในวันที่ส่วนราชการนั้น ๆ กำหนด

ทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนส่วนราชการตามข้อ ๑ โดยตรง

ให้ถือวันที่ส่วนราชการตามข้อ ๑ ได้รับบัตรเป็นวันส่ง

ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับลงทะเบียนเป็นวันส่ง

ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ไม่ลงทะเบียน ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่ง

(๔) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑ รวบรวมบัตรเลือกข้าราชการพลเรือน

ตาม (๓) ก. หรือ(๓) ข. แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการตรวจนับคะแนน

โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับคะแนนขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือน

ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๘ ขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน

(๕) การตรวจนับคะแนนของคณะกรรมการตาม (๔)

ให้กระทำโดยเปิดเผย และต้องมีกรรมการอยู่พร้อมกันไม่น้อยกว่าสามคน

บัตรเลือกข้าราชการพลเรือนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนนคือ

ก. บัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของหัวหน้าส่วนราชการตามข้อ ๑

ข. บัตรที่เลือกเกินจำนวนตาม (๒)

ค. บัตรที่มีรอยขูด ลบ ขีดฆ่า ตกเติม หรือเขียนซ้ำ

โดยไม่ลงลายมือชื่อผู้เลือกกำกับ

ง. บัตรที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้เลือก

จ. บัตรที่ไม่ได้หย่อนลงหีบบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตาม

(๓) ก.

ฉ. บัตรที่ส่งกลับคืนช้ากว่าวันที่ส่วนราชการตามข้อ ๑

กำหนดตาม (๓) ข.

เมื่อตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว

ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำพร้อมกับแสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีด้วย

ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ให้หัวหน้าส่วนราชการตามข้อ ๑ จับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้า

คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเพื่อเรียงลำดับที่บัญชีรายชื่อดังกล่าวให้มีกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนลงลายมือชื่อรับรอง

แล้วให้หัวหน้าส่วนราชการตามข้อ ๑ ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยปิดไว้ในที่เปิดเผย

ณ ส่วนราชการนั้น ๆ

(๖) ให้ผู้ได้รับเลือกตามบัญชีรายชื่อใน (๕)

ที่ได้คะแนนสูงตามลำดับห้าคนที่มีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

สำนักนายกรัฐมนตรี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. ทบวง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวงได้

และผู้ได้รับเลือกตามบัญชีรายชื่อใน (๕) ที่ได้คะแนนสูงตามลำดับหกคนที่มีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ. ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และ อ.ก.พ. จังหวัดได้

เป็นผู้ได้รับเลือก เพื่อเสนอประธาน อ.ก.พ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. ของหน่วยเลือกนั้น

ๆ แล้วแต่กรณีต่อไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในกรณีที่อนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการใด

ซึ่งได้รับแต่งตั้งตามข้อ ๒ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ

และจะต้องแต่งตั้งอนุกรรมการแทน ให้ประธานอ.ก.พ. แต่งตั้งผู้ได้รับเลือกตามข้อ

๒(๕) ที่เหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อที่ได้คะแนนสูงตามลำดับ

และมีคุณสมบัติที่จะแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้นแทนต่อไป

ในกรณีที่ไม่มีผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว

ให้ดำเนินการเลือก ใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ตามมาตรา ๑๔ (๑) มาตรา ๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑)

มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑) และมาตรา ๒๓ (๑)

เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ.

ทบวง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ.

ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และ อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี ในกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง

ให้ดำเนินการก่อนที่อนุกรรมการใน อ.ก.พ. นั้น ๆ จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(๑) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑ แจ้งให้อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน

อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ

และข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับเลือกจำนวนห้าคนหรือหกคน แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๒ (๒)

หรือ (๖) เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๔ (๑) มาตรา

๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑)และมาตรา ๒๓ (๑) ซึ่งยินยอมให้เสนอชื่อ

ไปยังส่วนราชการตามข้อ ๑ ภายในเวลาที่ส่วนราชการดังกล่าวกำหนด ทั้งนี้

ให้ผู้เสนอชื่อแต่ละคนเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้ด้านละหนึ่งคน พร้อมทั้งผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคน

โดยจะเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิไว้ในหลายด้านก็ได้

(๒) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑

ทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีผู้เสนอชื่อตาม (๑) แยกเป็นด้านต่าง ๆ ตามมาตรา

๑๔ (๑) มาตรา ๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑)

และมาตรา ๒๓ (๑) พร้อมทั้งระบุผลงานโดยย่อของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคนไว้ด้วย

ในกรณีที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหลายด้าน ก็ให้ระบุชื่อผู้นั้นไว้ทุกด้าน

(๓) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑

จัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างอนุกรรมการ โดยตำแหน่งใน อ.ก.พ.

สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ กับข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้รับเลือกจำนวนห้าคนหรือหกคน

แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๒ (๒) หรือ (๖) เพื่อร่วมกันสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๔ (๑)

มาตรา ๑๖ (๑) มาตรา ๑๗ (๑) มาตรา ๑๘ (๑) มาตรา ๑๙ (๑) มาตรา ๒๑ (๑) และมาตรา ๒๓ (๑)

จากบัญชีรายชื่อตาม (๒) โดยให้ประธาน อ.ก.พ. เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธาน อ.ก.พ.

ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกผู้เข้าประชุมคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

(๔) ให้ผู้เข้าประชุมตาม (๓) แต่ละคน

เลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อตาม (๒) ด้านละหนึ่งคนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ

(๕) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๑

ตรวจนับคะแนนการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๔) แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเลือกในแต่ละด้านไว้

โดยเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำ ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมตาม (๓) จับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นเพื่อเรียงลำดับที่

(๖) ให้ผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งในบัญชีตาม (๕)

ในแต่ละด้านเป็นผู้ได้รับเลือกเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับที่หนึ่งในด้านใดไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นด้วยเหตุใด

ๆ ให้ผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมา

ในด้านนั้นเป็นผู้อยู่ในลำดับที่หนึ่งแทน ในกรณีที่ผู้ใดได้รับเลือกอยู่ในลำดับที่หนึ่งหลายด้าน

ให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นเป็นผู้เลือกว่าจะให้ผู้นั้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในบัญชีด้านใด

ถ้ามีผู้เสนอชื่อผู้นั้นหลายคน ให้ผู้เสนอชื่อผู้นั้นร่วมกันเลือก

(๗) ให้ส่วนราชการตามข้อ ๒ (๑)

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกตาม (๖) โดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ ส่วนราชการนั้น ๆ

และนำรายชื่อดังกล่าวเสนอประธาน อ.ก.พ. เพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

สามัญประจำส่วนราชการนั้น ๆ พร้อมกับผู้ได้รับการเลือกตามข้อ ๒ (๖) ต่อไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านใดใน อ.ก.พ.สามัญใด พ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ

และจะต้องแต่งตั้งอนุกรรมการการแทน ให้ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้นใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ

๔ โดยอนุโลม เพื่อเสนอประธาน อ.ก.พ. แต่งตั้งเป็นอนุกรรมการแทนต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

จำนวนผู้ได้รับเลือกตามข้อ ๒ (๒) หรือ (๖) หาก ก.พ. กำหนดให้กระทรวง ทบวง กรมใด

มีจำนวนอนุกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๒) มาตรา ๑๖ (๒) มาตรา ๑๗ (๒) มาตรา ๑๘ (๒) มาตรา

๑๙ (๒) มาตรา ๒๑(๒) หรือมาตรา ๒๓(๒) แล้วแต่กรณี

น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในมาตรานั้น ๆ ให้เปลี่ยนเป็นจำนวนตามที่ ก.พ. กำหนดนั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ.

สามัญประจำส่วนราชการต่าง ๆ ในระยะเริ่มแรกที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ดำเนินการตามกฎ ก.พ. นี้ โดยอนุโลม

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เกษม สุวรรณกุล

รองนายกรัฐมนตรี

ผู้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี

ประธาน ก.พ.

บัตรเลือกข้าราชการพลเรือน

เพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ

ท้ายกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕

ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือก

ข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สามัญ

ข้าพเจ้า .............................................................................. เลือกผู้มีชื่อข้างท้ายนี้เพื่อเป็น

อนุกรรมการใน อ.ก.พ. ................................................................ (ให้ระบุว่า อ.ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี

อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. ทบวง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ.

ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด แล้วแต่กรณี)

๑. .........................................................................................

๒. .........................................................................................

๓. .........................................................................................

๔. .........................................................................................

๕. .........................................................................................

๖. .........................................................................................

(ลายมือชื่อ) .......................................... ผู้เลือก

(....................................... )

(ลายมือชื่อ) ....................................................

(.................................................. )

ตำแหน่ง

(หัวหน้าส่วนราชการตามข้อ ๑)

หมายเหตุ ๑. การเลือก อ.ก.พ.

สำนักนายกรัฐมนตรี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. ทบวง และ อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ.

กระทรวง ให้เลือกได้หน่วยละไม่เกิน ๕ ชื่อ

๒. การเลือก อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ.

ส่วนราชการที่มีฐานะเป็น กรม หรือ อ.ก.พ. จังหวัด ให้เลือกได้หน่วยละไม่เกิน ๖

ชื่อ

๓. ในกรณีตามข้อ ๒ (๓)

ข. ให้ส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือกไปยังส่วนราชการตามข้อ ๑

พร้อมกับบัตรเลือกนี้ภายในวันที่ .................................................................................................................................

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่ตามมาตรา ๑๔ มาตรา

๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้การสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี อ.ก.พ. กระทรวง อ.ก.พ. ทบวง อ.ก.พ. ทำหน้าที่ อ.ก.พ.

กระทรวง อ.ก.พ. กรม อ.ก.พ. ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและ อ.ก.พ. จังหวัด

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๘๓/หน้า ๘/๓ สิงหาคม ๒๕๓๕

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกข้าราชการพลเรือน เพื่อเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. สามัญ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3440c3870188e2d1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com