法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการออกหมายขังในคดีอาญา พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการออกหมายขังในคดีอาญา

พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๓๗ กำหนดว่าการคุมขังบุคคลใดจะกระทำมิได้

เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล และการออกหมายขังจะต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยแบ่งแยกตามความร้ายแรงของการกระทำความผิดซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ที่มีอยู่เดิม

ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสอง

บัญญัติให้ศาลต้องสอบผู้ร้องขอออกหมายให้ปรากฏเหตุผลสมควรในการออกหมายเสียก่อน ซึ่งแสดงว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้การออกหมายขังจะต้องได้รับการพิจารณากลั่นกรองด้วยความรอบคอบเพื่อเป็นหลักประกันการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล

เพื่อให้เกิดดุลยภาพระหว่างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

สมควรวางแนวปฏิบัติในการออกหมายขังและเกณฑ์มาตรฐานในการพิจารณาพยานหลักฐานของศาลก่อนออกหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกาออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการออกหมายขังในคดีอาญา

พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑

ตุลาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกรณีที่มีระเบียบ ประกาศ

หรือคำสั่งอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระหว่างสอบสวน

พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนอาจยื่นคำร้องให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ๘๗

ในระหว่างไต่สวนมูลฟ้องคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์

โจทก์อาจร้องขอให้ศาลออกหมายขังจำเลยไว้ระหว่างไต่สวนมูลฟ้องก็ได้

เมื่อมีผู้ร้องขอตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง

หรือเมื่อคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาไม่ว่าจะมีผู้ร้องขอหรือไม่

ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอตามข้อ ๑๑ ศาลจะออกหมายขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การร้องขอให้ศาลออกหมายขัง

ให้ร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจชำระคดี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนซึ่งร้องขอให้ศาลออกหมายขังจะต้องเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสั่งคดี

หรือสวบสวนคดีที่ร้องขอออกหมายนั้น และต้องพร้อมที่จะมาให้ศาลสอบถามก่อนออกหมายได้ทันที

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ คำร้องขอให้ศาลออกหมายขัง

(๑) ต้องระบุชื่อ อายุ อาชีพ

ของผู้ต้องหาหรือจำเลย ข้อหา วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ

ข้อมูลหรือพยานหลักฐานที่สนับสนุนเหตุแห่งการออกหมายขังและระยะเวลาที่จะขอให้ศาลสั่งขัง

(๒)

ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นศาลได้ออกหมายจับไว้ ให้แสดงหมายหรือระบุรายละเอียดของหมายดังกล่าว

และ

(๓)

ในกรณีที่เป็นการร้องขอครั้งแรกในระหว่างสอบสวนต้องระบุวันเวลาที่จับกุมรวมทั้งวันเวลาที่ผู้ต้องหาถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนไว้ด้วย

ในกรณีที่พนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ประสงค์จะร้องขอให้ขังจำเลยระหว่างไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา

โจทก์จะระบุความประสงค์เช่นว่านั้นรวมทั้งรายละเอียดตามวรรคหนึ่งมาในคำฟ้องก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการเสนอพยานหลักฐานต่อศาล

ให้ผู้ร้องขอแถลงด้วยตนเองรวมทั้งตอบคำถามศาลเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนสอบสวน

หรือพยานหลักฐานที่สนับสนุนถึงเหตุแห่งการออกหมายนั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการรับฟังพยานหลักฐาน

ศาลไม่จำต้องถือเคร่งครัดเช่นเดียวกับการรับฟังพยานหลักฐานที่ใช้พิสูจน์ความผิดของจำเลย

ผู้รู้เห็นเหตุการณ์หรือทราบข้อมูลอันเป็นเหตุแห่งการออกหมายขังไม่จำต้องมาเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง

แต่อาจใช้บันทึกถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวซึ่งได้สาบานตัวแล้ว เสนอเป็นพยานหลักฐานประกอบคำแถลงของผู้ร้องขอก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ พยานหลักฐานที่อาจพิสูจน์ว่ามีเหตุสมควรในการออกหมายขัง

ให้รวมถึง

๑๐.๑ ข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนสอบสวน

เช่น บันทึกการสอบสวน บันทึกถ้อยคำของสายลับ

หรือของเจ้าพนักงานที่ได้จากการแฝงตัวเข้าไปในองค์กรอาชญากรรม

ข้อมูลที่ได้จากแหล่งข่าวของเจ้าพนักงานหรือการหาข่าวจากผู้กระทำความผิด

และข้อมูลที่ได้จากการเฝ้าสังเกตการณ์ของเจ้าพนักงาน เป็นต้น

๑๐.๒ ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์

หรือที่ได้จากการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี เช่น

เครื่องมือตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ เครื่องมือตรวจพิสูจน์ของกลาง เครื่องจับเท็จ

เครื่องมือตรวจโลหะ และเครื่องมือตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ก่อนออกหมายขังจะต้องปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่า

๑๑.๑

ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงตามที่กฎหมายบัญญัติแต่ในระหว่างที่ยังมิได้มีกฎหมายดังกล่าว

ก็ควรถือแนวปฏิบัติในการใช้ดุลยพินิจของศาลว่าหมายถึงความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี

หรือ

๑๑.๒

ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะได้กระทำความผิดอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้นั้นน่าจะหลบหนี

หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น

ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ศาลจะออกหมายขังนั้นเป็นผู้ซึ่งศาลได้ออกหมายจับไว้หรือต้องขังตามหมายศาลอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะมีผู้ร้องขอหรือไม่ ศาลจะออกหมายขังผู้นั้นโดยไม่ต้องไต่สวนถึงเหตุแห่งการออกหมายตามวรรคหนึ่งก็ได้

เว้นแต่มีผู้กล่าวอ้างหรือปรากฏต่อศาลเองว่าไม่มีเหตุที่จะขังผู้นั้นต่อไป

ก็ให้ศาลไต่สวนหรือมีคำสั่งได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

คำสั่งของศาลในการอนุญาตให้ออกหมายหรือยกคำร้อง จะต้องระบุเหตุผลให้ครบถ้วนและชัดแจ้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่การขังมิอาจกระทำได้เพราะมีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นให้เอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันแก่บุคคลใดไว้

ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

เพื่อให้การปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ศาลอาจกำหนดแนวทางปฏิบัติแต่ละศาลได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

เช่น การจัดให้มีระบบการรับคำร้องและการมาแถลงของผู้ร้องขอ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่ต้องมีวิธีการใดในทางธุรการเพื่อให้การปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้กำหนดวิธีการนั้น

ประกาศ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

อรรถนิติ

ดิษฐอำนาจ

ประธานศาลฎีกา

วิภา/ผู้จัดทำ

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๖ ก/หน้า ๑/๑๕ ตุลาคม ๒๕๔๕

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการออกหมายขังในคดีอาญา พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_349b4b5725073a0c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com