法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. 2506

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
40
มาตรา อารัมภบท

ตราพระบรมราชโองการ

ตราพระบรมราชโองการ

พระราชกฤษฎีกา

ระเบียบพนักงานเทศบาล

พ.ศ. 2506

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2506

เป็นปีที่ 18 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ

ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบพนักงานเทศบาล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 43 และมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.

2496

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา 1

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า `พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ.

2506'

มาตรา 2

มาตรา 2

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3

มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พุทธศักราช 2486

พระราช

กฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2491

พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล

(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2492

และพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2494

มาตรา 4

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

คณะกรรมการพนักงานเทศบาล

มาตรา 5

มาตรา 5 ให้มีคณะกรรมการพนักงานเทศบาลคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า ก.ท.

ประกอบด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ถ้ามี)

รัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงมหาดไทย (ถ้ามี)

ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมต่าง ๆ และหัวหน้า

สำนักงานซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากรม ในกระทรวงมหาดไทย

เป็นกรรมการและผู้อำนวยการส่วนการ

ปกครองท้องถิ่น กรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา 6

มาตรา 6 นอกจากอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราอื่นแล้ว ให้ ก.ท.

มีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(1) รักษาทะเบียนประวัติพนังงานเทศบาล

(2) กำหนดวิธีการศึกษาอบรมพนักงานเทศบาล

(3) ดูแลและจัดการศึกษาของพนักงานเทศบาลที่ส่งไปศึกษาในต่างประเทศ

(4) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสอบไม่เกินครั้งละ หนึ่งร้อยบาท

(5) ตีความและวินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ

ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานี้

(6) เรียกเอกสารจากหน่วยราชการต่าง ๆ หรือเรียกผู้แทนหน่วยราชการนั้น ๆ

มาชี้แจง

ข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา

(7) รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ในกรณีที่ปรากฏว่าไม่ปฏิบัติการให้เป็นไปตาม

พระราชกฤษฎีกานี้ หรือปฏิบัติการไปโดยไม่ถูกต้องหรือเหมาะสม

เพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

จะได้มีคำสั่งให้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้

หรือให้ปฏิบัติการให้ถูกต้องหรือเหมาะสม

(8) ออกข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้

(9) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่

ก.ท. มอบหมาย

(10) ควบคุมดูแลให้การเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 7

มาตรา 7 ให้มีคณะอนุกรรมการพนักงานเทศบาลสามัญประจำจังหวัด เรียกโดยย่อว่า

อ.ก.ท.

จังหวัด โดยออกนามจังหวัดนั้น

ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานปลัดจังหวัดและหัวหน้า

ส่วนราชการประจำจังหวัด ซึ่งกระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ

แต่งตั้งไปเป็นประจำจังหวัด เป็นอนุกรรมการ

ผู้ตรวจราชการส่วนท้องถิ่นเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ให้

อ.ก.ท. จังหวัดมีหน้าที่ช่วย ก.ท.

ปฏิบัติการในจังหวัดนั้นให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้

ให้นำมาตรา 9 และมาตรา 10 มาใช้บังคับแก่การประชุม อ.ก.ท.จังหวัด โดยอนุโลม

มาตรา 8

มาตรา 8 ให้มีคณะอนุกรรมการพนักงานเทศบาลสามัญประจำเทศบาล เรียกโดยย่อว่า

อ.ก.ท. เทศบาล โดยออกนามเทศบาลนั้น ประกอบด้วยนายกเทศมนตรี

เป็นประธาน เทศมนตรี

ปลัดเทศบาล สมุหบัญชี และหัวหน้าส่วนการบริหารตามที่ ก.ท.

กำหนดในเทศบาลนั้น เป็นอนุกรรมการ

และให้แต่งตั้งอนุกรรมการคนหนึ่ง หรือพนักงานเทศบาลอื่น

เป็นเลขานุการ อ.ก.ท. เทศบาล

ให้ อ.ก.ท. เทศบาลมีหน้าที่ช่วย อ.ก.ท. จังหวัด และ ก.ท.

ปฏิบัติการในเทศบาลนั้นให้เป็นไป

ตามพระราชกฤษฎีกานี้

ให้นำมาตรา 9 และมาตรา 10 มาใช้บังคับแก่การประชุม อ.ก.ท. เทศบาล โดยอนุโลม

มาตรา 9

มาตรา 9 การประชุม ก.ท.

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุม

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่

ประชุม

มาตรา 10

มาตรา 10 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน

การลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง

เป็น

เสียงชี้ขาด

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม เฉพาะกรณีที่เป็นเรื่องเล็กน้อยหรือรีบด่วน

อาจทำได้โดยการ

ขอมติด้วยวิธีบันทึกเวียน

มาตรา 11

มาตรา 11

เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เทศบาลอดอยู่ในความควบคุมดูแลของกระทรวงมหาดไทย

ตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แล้ว

บรรดาอำนาจและหน้าที่ซึ่งพระราช

กฤษฎีกานี้กำหนดให้เป็นของ อ.ก.ท. จังหวัด

เกี่ยวกับเทศบาลนั้น ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของ

อ.ก.ท. เทศบาล

พนักงานเทศบาล

บททั่วไป

มาตรา 12

มาตรา 12 พนักงานเทศบาลมี 2 ประเภท คือ

(1) พนักงานเทศบาลสามัญ

(2) พนักงานเทศบาลวิสามัญ

มาตรา 13

มาตรา 13 ให้พนักงานเทศบาลสามัญได้รับเงินเดือนตามบัญชีหมายเลข 1

ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ในปีหนึ่ง ๆ

ให้เทศบาลกำหนดเงินงบประมาณไว้เพื่อจ่ายเป็นเงินเดือนพนักงานเทศบาล เป็นอัตรา

ส่วนร้อยของเงินรายได้จริงของปีที่ล่วงมาแล้ว

โดยไม่รวมเงินอุดหนุนและเงินกู้ของเทศบาลตามเกณฑ์ที่

ก.ท. กำหนด

มาตรา 14

มาตรา 14

การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของพนักงานเทศบาลให้เป็นไปตามระเบียบที่

ก.ท. กำหนด โดยคำนึงถึงปริมาณและคุณภาพของงานแห่งเทศบาลนั้น

มาตรา 15

มาตรา 15 พนักงานเทศบาลผู้ไปรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

เมื่อออก

จากราชการที่ไปรับนั้น โดยไม่มีความเสียหายแล้ว

ประสงค์จะเข้าทำงานเทศบาลในชั้นอันดับ และขั้นที่

ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการตามกฎหมายนั้น

ภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการ

ทหาร ให้เทศบาลเดิมรับบรรจุทีเดียว

และให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 22 เป็นผู้สั่งบรรจุ แต่ถ้า

จะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขณะที่ไปรับราชการทหาร

ให้บรรจุได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด

ในข้อบังคับ ก.ท.

มาตรา 16

มาตรา 16 ถ้าตำแหน่งพนักงานเทศบาลว่างลง และยังมิได้แต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งนั้น

หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว

ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจสั่งให้พนักงาน

เทศบาลผู้ที่เห็นสมควร

เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งนั้นชั่วคราวได้

แต่ถ้าจะปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง จะเป็นการเสียหายหรือไม่เหมาะสมแก่งานของเทศบาลแล้ว

นายกเทศมนตรีโดยอนุมัติ ก.ท.

จะบรรจุผู้ใดเป็นพนักงานเทศบาลวิสามัญ ให้รักษาการในตำแหน่งที่ว่าง

นั้นเป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือน

และให้นำมาตรา 93 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสองมีอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่งนั้น

ในกรณีที่มี

กฎหมายแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นเป็นกรรมการ

หรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด ก็ให้ผู้รักษาการใน

ตำแหน่งนั้นเป็นกรรมการ หรือมีอำนาจหน้าที่ดังกล่าวนั้นด้วย

มาตรา 17

มาตรา 17 การลาของพนักงานเทศบาล ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ท. กำหนด

มาตรา 18

มาตรา 18 พนักงานเทศบาลผู้ใดถึงแก่ความตาย เนื่องจากปฏิบัติงานตามหน้าที่

นายก

เทศมนตรีโดยอนุมัติ ก.ท. จะพิจารณาเลื่อนชั้น อันดับ

หรือขั้นเงินเดือน เพื่อประโยชน์ในการคำนวณ

บำเหน็จบำนาญก็ได้

พนักงานเทศบาลสามัญ

ชั้น ตำแหน่ง การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้น

การเลื่อนอันดับและขั้นเงินเดือน และการโอน

มาตรา 19

มาตรา 19 ชั้นของพนักงานเทศบาลมีดังต่อไปนี้

(1) ชั้นจัตวา

(2) ชั้นตรี

(3) ชั้นโท

(4) ชั้นเอก

(5) ชั้นพิเศษ

ในชั้นหนึ่ง ๆ ให้แบ่งออกเป็นอันดับและชั้น ตามบัญชีหมายเลข 1

ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 20

มาตรา 20 ตำแหน่งของพนักงานเทศบาลมีดังต่อไปนี้

(1) เสมียน

(2) ประจำแผนก

(3) หัวหน้าแผนก

(4) หัวหน้ากอง

(5) ผู้อำนวยการกอง

(6) ผู้อำนวยการฝ่าย

(7) รองปลัดเทศบาล

(8) ปลัดเทศบาล

ส่วนตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ให้ ก.ท.

เป็นผู้กำหนดเทียบกฎตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นไว้ใน

ข้อบังคับ

ก.ท.ตำแหน่งใดเป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาส่วนการบริหารใด ก็ให้กำหนดในข้อบังคับ

ก.ท.ด้วย

มาตรา 21

มาตรา 21 การแต่งตั้งพนังงานเทศบาลชั้นใด ให้ดำรงตำแหน่งใด ในเทศบาลใด

ให้เป็นไป

ตามข้อบังคับ ก.ท.

มาตรา 22

มาตรา 22 การบรรจุพนักงานเทศบาล ให้นายกรัฐมนตรีสั่งบรรจุได้

ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) พนักงานเทศบาลชั้นจัตวา

บรรจุจากบุคคลที่สอบแข่งขันในวิชาพนักงานเทศบาลชั้นจัตวาได้

การบรรจุให้บรรจุในอันดับ 1 ขั้นต่ำ

(2) พนักงานเทศบาลชั้นตรี

บรรจุจากบุคคลที่สอบแข่งขันในวิชาพนักงานเทศบาลชั้นตรีได้

การบรรจุให้บรรจุในอันดับ 1 ขั้นต่ำ

ผู้สอบแข่งขัน ผู้สอบคัดเลือก

หรือผู้ได้รับการคัดเลือกที่มิได้เป็นพนักงานเทศบาล ให้แต่งตั้งเป็น

พนักงานเทศบาลวิสามัญชั่วคราวเพื่อทดลองให้ปฏิบัติงานก่อน

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน แต่ไม่เกิน

หนึ่งปี ต่อเมื่อปรากฏว่ามีความประพฤติ ความรู้

และความสามารถสมควรที่จะบรรจุและแต่งตั้งได้แล้ว

จึงให้บรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานเทศบาลสามัญต่อไป

ในกรณีเช่นว่านี้ให้นับวันทำงานในระหว่างเป็น

พนักงานเทศบาลวิสามัญชั่วคราวนั้น

เป็นวันทำงานตามพระราชกฤษฎีกานี้ และเป็นเวลาราชการตาม

กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น

แต่ถ้าปรากฏว่ามีความประพฤติไม่ดี หรือไม่มี

ความรู้

หรือไม่มีความสามารถพอที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานในตำแหน่งที่จะได้รับแต่งตั้ง

ให้นายกรัฐมนตรี

สั่งให้ออกจากงาน

ในกรณีที่ผู้สอบแข่งขัน ผู้สอบคัดเลือก

หรือผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นพนักงานเทศบาลอยู่แล้ว

ให้บรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นเพื่อทดลองให้ปฏิบัติหน้าที่การงานเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน

แต่ไม่เกินหนึ่งปี

และให้นำวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ส่วนการสั่งให้ออกจากงานนั้นให้นำมาตรา 51 มาใช้บังคับ

โดยอนุโลม

แต่ถ้าบุคคลซึ่งออกจากงานนั้นประสงค์จะกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม ให้เทศบาลเดิม

รับบรรจุในเมื่อมีตำแหน่งว่าง

มาตรา 23

มาตรา 23 ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพจากสำนักศึกษาที่ทางราชการรับรองแล้ว

นายกเทศมนตรีอาจคัดเลือกหรือสอบคัดเลือกบรรจุเข้าเป็นพนักงานเทศบาลที่ใช้วิชาชีพนั้น

ในชั้นใด

ที่ไม่สูงกว่าพนักงานเทศบาลชั้นโท

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ ก.ท.หรือ ก.ท.อาจ

ดำเนินการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือกผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรดังกล่าว

ตามหลักเกณฑ์และวิธี

การที่กำหนดในข้อบังคับ

ก.ท.แล้วส่งไปให้นายกเทศมนตรีบรรจุก็ได้

ตำแหน่งใดเป็นตำแหน่งใช้วิชาชีพ และต้องใช้วิชาชีพอย่างใดนั้น

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ

บังคับ ก.ท.

มาตรา 24

มาตรา 24 งานของเทศบาลส่วนใดมีเหตุพิเศษ ให้ ก.ท.

ออกข้อบังคับกำหนดคุณสมบัติ

พื้นความรู้ และวิธีคัดเลือก หรือสอบคัดเลือกอย่างอื่น

เพื่อให้ได้บรรจุและแต่งตั้งโดยความเที่ยงธรรม

ที่จะได้บุคคลที่มีคุณวุฒิและความสามารถในการงาน

มาตรา 25

มาตรา 25 การบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานเทศบาลในตำแหน่งวิชาการช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการ

พิเศษต่าง ๆ และการปรับปรุงเข้าชั้น การเลื่อนอันดับ

และการเลื่อนขั้นเงินเดือนของพนักงานเทศบาล

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ ก.ท.

มาตรา 26

มาตรา 26 การแต่งตั้งพนักงานเทศบาลให้ดำรงตำแหน่งใดในเทศบาล

ให้นายกเทศมนตรีเป็น

ผู้แต่งตั้ง เว้นแต่ตำแหน่งปลัดเทศบาล

หรือตำแหน่งสมุห์บัญชี ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งเมื่อได้รับ

อนุมัติจาก ก.ท.

มาตรา 27

มาตรา 27 ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเทศบาลซึ่งดำรงตำแหน่งใด ๆ

ให้ประจำ

เทศบาลได้โดยอนุมัติ ก.ท.

ให้ถือว่าพนักงานเทศบาลที่ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม

มาตรา 28

มาตรา 28

ตำแหน่งพนักงานเทศบาลใดที่โดยลักษณะหรือคุณภาพของงานไม่เหมาะสมแก่การ

แต่งตั้งบุรุษหรือสตรีเข้าทำงาน ให้ ก.ท.

ออกข้อบังคับไว้สำหรับตำแหน่งนั้น

มาตรา 29

มาตรา 29 พนักงานเทศบาลชั้นจัตวา เลื่อนขึ้นเป็นชั้นตรีได้ด้วยการสอบแข่งขันในวิชาพนักงาน

เทศบาลชั้นตรี หรือด้วยการสอบคัดเลือกตามระเบียบที่

ก.ท.กำหนด

พนักงานเทศบาลชั้นจัตวาที่ได้ทำงานเทศบาลมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี

และได้รับ

เงินเดือนเก้าร้อยบาทมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

และได้ดำรงตำแหน่งประจำแผนกหรือตำแหน่ง

ที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ถ้าผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นรับรองว่าเป็นผู้ที่มีความประพฤติ

ความรู้และความสามารถ

สมควรที่จะเป็นพนักงานเทศบาลชั้นตรีได้ นายกเทศมนตรีจะคัดเลือกให้เลื่อน

ชั้นเป็นพนักงานเทศบาลชั้นตรี โดยอนุมัติ อ.ก.ท. จังหวัดก็ได้

มาตรา 30

มาตรา 30

การเลื่อนพนักงานเทศบาลชั้นตรีขึ้นเป็นชั้นโทจะเลื่อนได้เฉพาะผู้ที่สอบคัดเลือกได้หรือ

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกตามระเบียบที่ ก.ท. กำหนด

เมื่อ ก.ท.

เห็นสมควรจะจัดให้มีการศึกษาอบรมก่อนและทำการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกเสียเอง

แล้วส่งไปให้นายกเทศมนตรีสั่งเลื่อนก็ได้

เมื่อนายกเทศมนตรีเห็นว่าพนักงานเทศบาลผู้ที่สอบคัดเลือกได้หรือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกผู้ใดมีความ

ประพฤติความรู้และความสามารถที่จะเลื่อนเป็นชั้นโทได้

และผู้นั้นได้เป็นพนักงานเทศบาลชั้นตรีมาแล้ว

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีให้เสนอชื่อผู้นั้นไปยัง อ.ก.ท.

จังหวัด เมื่อ อ.ก.ท. จังหวัดอนุมัติแล้ว

ให้นายกเทศมนตรีสั่งเลื่อนชั้นต่อไป

กำหนดเวลาสามปี ให้ลดเป็นหนึ่งปี

สำหรับผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร ซึ่งเทียบได้ไม่

ต่ำกว่าปริญญาตรี

ผู้ที่สอบคัดเลือกได้ หรือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกผู้ใด

ถ้ามิได้รับการเลื่อนชั้นภายในกำหนดสองปี

นับแต่วันประกาศผลการสอบคัดเลือกหรือได้รับการคัดเลือก

เป็นอันหมดสิทธิที่จะได้เลื่อนชั้นตามที่สอบ

คัดเลือกได้ หรือได้รับการคัดเลือก แต่ถ้ามีการสอบคัดเลือก

หรือคัดเลือกใหม่ และประกาศผลการสอบ

คัดเลือก หรือการคัดเลือก ก่อนเวลาสองปีดังกล่าว

ก็ให้หมดสิทธิเช่นเดียวกัน

มาตรา 31

มาตรา 31 การเลื่อนพนักงานเทศบาลชั้นโทขั้นเป็นชั้นเอก

จะเลื่อนได้เฉพาะผู้ที่สอบคัดเลือกได้

หรือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกตามระเบียบที่ ก.ท. กำหนด

เมื่อ ก.ท. เห็นสมควร จะจัดให้มีการศึกษาอบรมก่อนและทำการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือก

เสียเอง แล้วส่งไปให้นายกเทศมนตรีสั่งเลื่อนชั้นก็ได้

เมื่อนายกเทศมนตรีเห็นว่า

พนักงานเทศบาลผู้ที่สอบคัดเลือกได้หรือผู้ที่ได้รับการคัดเลือกผู้ใด

มีความประพฤติความรู้

และความสามารถที่จะเลื่อนเป็นชั้นเอกได้ และผู้นั้นได้เป็นพนักงานเทศบาลชั้นโท

มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี

ให้เสนอชื่อผู้นั้นไปยังประธาน อ.ก.ท. จังหวัด เพื่อพิจารณาเสนอ

ความเห็นไปยัง ก.ท. เมื่อ ก.ท. อนุมัติแล้ว

ให้นายกเทศมนตรีสั่งเลื่อนชั้นต่อไป

กำหนดเวลาสามปี ให้ลดเป็นหนึ่งปี สำหรับผู้ที่ได้รับปริญญาโท หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบไม่

ต่ำกว่าปริญญาโทสำหรับผู้ที่ได้รับปริญญาเอกหรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาเอกแล้ว

กำหนดเวลาสามปีนี้ไม่ต้องนำมาใช้บังคับ

ให้นำความในวรรคท้ายของมาตรา 30 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 32

มาตรา 32 การเลื่อนพนักงานเทศบาลชั้นเอกขึ้นเป็นชั้นพิเศษ ให้ อ.ก.ท.

จังหวัดพิจารณา

คัดเลือกพนักงานเทศบาลชั้นเอก ซึ่งมีความประพฤติ ความรู้

และความสามารถที่จะเลื่อนเป็นชั้นพิเศษได้

และผู้นั้นได้เป็นพนักงานเทศบาลชั้นเอกมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี

แล้วเสนอชื่อไปยัง ก.ท. เมื่อ

ก.ท. อนุมัติแล้ว ให้นายกเทศมนตรีสั่งเลื่อนชั้นต่อไป

มาตรา 33

มาตรา 33

พนักงานเทศบาลผู้ได้เลื่อนชั้นให้ได้รับเงินเดือนในอันดับและขั้นต่ำของชั้นที่ได้เลื่อนนั้น

แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าอันดับและขั้นต่ำของขั้นที่ได้เลื่อนขึ้น

ก็ให้ได้รับเงินเดือนสนอันดับและขึ้นที่

เท่ากับอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา 34

มาตรา 34 การเลื่อนอันดับเงินเดือนในชั้นหนึ่ง ๆ ให้ อ.ก.ท.

เทศบาลพิจารณาและให้

นายกเทศมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน

ในการพิจารณาเลื่อนอันดับเงินเดือน ให้พิจารณาจากผู้ที่อยู่ในอันดับถัดลงไป

โดยคำนึงถึงความ

อุตสาหะ ความสามารถและการปฏิบัติตามวินัย

ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของงานในตำแหน่งนั้น ๆ

ทั้งนี้

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับ ก.ท.

พนักงานเทศบาลผู้ได้เลื่อนอันดับ

ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของอันดับที่ได้เลื่อนขึ้น แต่ถ้าจะให้

ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของอันดับนั้น

ต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ท.

มาตรา 35

มาตรา 35 การเลื่อนขั้นเงินเดือนในอันดับหนึ่ง ๆ ให้ อ.ก.ท. เทศบาลพิจารณา

และให้นายก

เทศมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน

การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน โดยปกติให้เลื่อนได้ปีละหนึ่งขั้น

โดยคำนึงถึงความอุตสาหะ

ความสามารถ และการปฏิบัติตามวินัย

ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของงานในตำแหน่งนั้น ๆ ทั้งนี้ให้

เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับในข้อบังคับ

ก.ท.

พนักงานเทศบาลตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไปผู้ใด

ซึ่งควรได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นในกรณีพิเศษเกินกว่าหนึ่งขึ้น

ให้ อ.ก.ท. เทศบาลเสนอประธาน อ.ก.ท. จังหวัด

เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับควรเลื่อน

หรือไม่ควรเลื่อนไปยัง ก.ท. เมื่อ ก.ท.อนุมัติแล้ว

ให้นายกเทศมนตรีสั่งเลื่อนต่อไป

ส่วนพนักงานชั้นจัตวาผู้ใด

ซึ่งควรได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นในกรณีพิเศษไม่เกินสองขั้น เมื่อ อ.ก.ท.

เทศบาลอนุมัติแล้วให้นายกเทศมนตรีสั่งเลื่อนต่อไป

แต่ถ้าจะเลื่อนขั้นเงินเดือนเกินกว่าสองขั้น ให้นำ

วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินกว่าหนึ่งขั้น

จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กำหนดในข้อบังคับ ก.ท.

มาตรา 36

มาตรา 36

การโอนพนักงานเทศบาลของเทศบาลหนึ่งไปเป็นพนักงานเทศบาลของอีกเทศบาลหนึ่ง

ในชั้น อันดับ และขั้นที่ไม่สูงกว่าเดิม อาจทำได้

โดยนายกเทศมนตรีเจ้าสังกัดทั้งสองฝ่ายได้ตกลง

ยินยอมในการโอนนั้นแล้ว ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) การโอนพนักงานเทศบาลตั้งแต่ชั้นโทขึ้นไป

หรือพนักงานเทศบาลซึ่งดำรงตำแหน่งปลัด

เทศบาล หรือตำแหน่งสมุหบัญชี ให้ อ.ก.ท. เทศบาล

ซึ่งจะรับโอนมาบรรจุพิจารณาถ้าเห็นสมควร

ให้รับโอนได้ ให้รายงานไปยังประธาน อ.ก.ท. จังหวัด

เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นไปยัง ก.ท.

เมื่อ ก.ท. อนุมัติแล้วให้บรรจุได้

(2) การโอนพนักงานเทศบาลชั้นตรี ระหว่างเทศบาลในจังหวัดเดียวกัน

หรือต่างจังหวัดกัน

หรือการโอนพนักงานเทศบาลชั้นจัตวา

ระหว่างเทศบาลต่างจังหวัดกัน ให้ อ.ก.ท. เทศบาลซึ่งจะรับ

โอนมาบรรจุพิจารณา ถ้าเห็นสมควรให้รับโอนได้ ให้รายงานไปยัง

อ.ก.ท. จังหวัด เมื่อ อ.ก.ท.

จังหวัดอนุมัติแล้วให้บรรจุได้

(3) การโอนพนักงานเทศบาลชั้นจัตวา ระหว่างเทศบาลในจังหวัดเดียวกัน ให้

อ.ก.ท.เทศบาล

ซึ่งจะรับโอนมาบรรจุพิจารณาอนุมัติ

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้บรรจุได้

มาตรา 37

มาตรา 37 เพื่อประโยชน์แก่งานของเทศบาล ให้ ก.ท. มีอำนาจสั่งโอนพนักงานเทศบาลของ

เทศบาลหนึ่ง ไปเป็นพนักงานเทศบาลของอีกเทศบาลหนึ่งได้

ในชั้น อันดับ และขั้นที่ไม่สูงกว่าเดิม

มาตรา 38

มาตรา 38 การโอนข้าราชการพลเรือน นอกจากข้าราชการพลเรือนวิสามัญ ข้าราชการ

การเมือง และข้าราชการประจำต่างประเทศพิเศษ

มาเป็นพนักงานเทศบาล ในชั้น อันดับและขั้น ที่ไม่

สูงกว่าเดิม อาจทำได้ ถ้าเจ้าตัวสมัครใจ โดยกระทรวงทบวงกรม

และเทศบาลเจ้าสังกัดทั้ง

สองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนนั้นแล้ว

ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) การรับโอนมาเป็นพนักงานเทศบาลตั้งแต่ชั้นโทขึ้นไป

หรือการรับโอนมาดำรงตำแหน่ง

ปลัดเทศบาล หรือตำแหน่งสมุหบัญชี ให้ อ.ก.ท.

เทศบาลซึ่งจะรับโอนมาบรรจุพิจารณา ถ้าเห็นสมควร

ให้รับโอนได้ ให้รายงานไปยังประธาน อ.ก.ท. จังหวัด

เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นไปยัง ก.ท.

เมื่อ ก.ท. อนุมัติแล้วให้บรรจุได้

(2) การรับโอนมาเป็นพนักงานเทศบาลชั้นตรี ให้ อ.ก.ท. เทศบาลซึ่งจะรับโอนมาบรรจุ

พิจารณา ถ้าเห็นสมควรให้รับโอนได้ ให้รายงานไปยัง อ.ก.ท.

จังหวัด เมื่อ อ.ก.ท. จังหวัด อนุมัติ

แล้วให้บรรจุได้

(3) การรับโอนมาเป็นพนักงานเทศบาลชั้นจัตวา ให้ อ.ก.ท. เทศบาล

ซึ่งจะรับโอนมาบรรจุ

พิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้บรรจุได้

ให้ถือเวลาราชการของข้าราชการพลเรือนที่โอนมาเป็นวันทำงานที่ดำรงตำแหน่งพนักงานเทศบาล

ตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 39

มาตรา 39 พนักงานเทศบาลหรือข้าราชการ หรือราชการไปแล้ว และมีคุณสมบัติตาม

มาตรา 41

มาตรา 41 หรือแม้จะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 41

แต่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 42 ถ้าสมัครเข้า

ทำงานในตำแหน่งพนักงานเทศบาล ในชั้น อันดับ

และขั้นที่ไม่สูงกว่าเดิม และทางเทศบาลต้องการจะรับ

เข้าทำงานให้ อ.ก.ท.

เทศบาลพิจารณาสอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ท. กำหนด ถ้าเห็นว่า

เหมาะสมกับงานที่จะรับเข้าบรรจุนั้น

ให้นายกเทศมนตรีสั่งบรรจุได้ เมื่อได้รับอนุมัติ ดังต่อไปนี้

(1) พนักงานเทศบาลชั้นจัตวา อ.ก.ท. เทศบาล เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

(2) พนักงานเทศบาลชั้นตรี อ.ก.ท. จังหวัด เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

(3) พนักงานเทศบาลชั้นโทขึ้นไป ก.ท. เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

ผู้ออกจากงานเทศบาลโดยถูกยุบเลิกตำแหน่ง

ย่อมได้รับบรรจุตามมาตรานี้ก่อนผู้ออกจากงานโดย

เหตุอื่น

การสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือก และการคัดเลือก

บทเฉพาะกาล

มาตรา 40

มาตรา 40 ผู้สมัครสอบแข่งขัน สอบคัดเลือก หรือคัดเลือก

ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 41

หรือแม้จะขาดคุณสมบัติตามมาตรา 41

แต่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 42

ผู้สมัครสอบแข่งขันต้องมีพื้นความรู้ตามมาตรา 43

มาตรา 41

มาตรา 41 ผู้สมัครเข้าเป็นพนักงานเทศบาล ต้องสอบแข่งขัน สอบคัดเลือก หรือคัดเลือก

และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย

(2) เป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(4) ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หรือเป็นโรค

ตามที่กำหนดในข้อบังคับ ก.ท.

(5) ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกพักราชการหรือถูกพักงานเทศบาล

(6) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(7) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(8) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่ความผิดลหุโทษ

หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(9) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษเพราะประพฤติชั่วถึงต้องออกจากองค์การรัฐบาล

องค์การสาธารณะ

องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือสุขาภิบาล

(10) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษเพราะกระทำผิดวินัยให้ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น

หรือให้ออกจากงานเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

พนักงานเทศบาล

(11)

ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษปลดออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

หรือตามกฎหมายอื่น

หรือปลดออกจากงานเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบพนักงานเทศบาล

(12)

ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

หรือตามกฎหมายอื่น

หรือไล่ออกจากงานเทศบาลตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบพนักงานเทศบาล

มาตรา 42

มาตรา 42 ผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 41 (6) (7) (8) (9) (10) (11) หรือ (12)

ซึ่งมิใช่เพราะเหตุกระทำการทุจริต ก.ท.

อาจพิจารณาสอบสวนว่าผู้นั้นได้กลับตนประพฤติเป็นคนดี

แต่เฉพาะในกรณีขาดคุณสมบัติตามมาตรา 41 (9) (10) หรือ (11)

ผู้นั้นต้องออกจากราชการหรืองาน

ไปเกินกว่าสองปี หรือในกรณีที่ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 41 (12)

ผู้นั้นต้องออกจากราชการหรืองานไป

เกินกว่าสามปี ก.ท. จะยกเว้นให้เป็นรายบุคคลก็ได้

มติของ ก.ท. ในการประชุมปรึกษายกเว้นเช่นนี่ต้องเป็นเอกฉันท์

การลงมติให้กระทำโดยลับ

มาตรา 43

มาตรา 43 ผู้สมัครสอบแข่งขันจะต้องมีพื้นความรู้ตามที่กำหนดในข้อบังคับ

ก.ท.

มาตรา 44

มาตรา 44 การสอบแข่งขันเป็นพนักงานเทศบาลชั้นจัตวาหรือชั้นตรี

ให้เป็นตามหลักสูตรและ

วิธีการที่ ก.ท. กำหนด

โดยคำนึงถึงลักษณะและคุณภาพของงานในหน้าที่

มาตรา 45

มาตรา 45 ผู้สอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูง

มีสิทธิที่จะได้รับการบรรจุก่อนผู้ได้คะแนน

ต่ำลงมาตามลำดับ ภายในระยะเวลาไม่เกินสองปี

นับแต่วันประกาศผลการสอบ

การสอบแข่งขัน หรือการสอบคัดเลือก ตามปกติให้มีปีละครั้ง

ถ้ามีการสอบแข่งขันหรือการสอบ

คัดเลือกใหม่อีกเมื่อใด และได้ประกาศผลการสอบแล้ว

บัญชีการสอบแข่งขันหรือการสอบคัดเลือกคราว

ก่อนเป็นอันยกเลิก แม้จะยังไม่เกินสองปี

มาตรา 46

มาตรา 46 ผู้สอบแข่งขัน ผู้สอบคัดเลือก

หรือผู้ได้รับการคัดเลือกซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับการบรรจุ

ถ้าปรากฏว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 41

โดยไม่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 42 หรือเป็นผู้ขาด

พื้นความรู้ตามมาตรา 43 ทั้งนี้ไม่ว่าจะขาดคุณสมบัติ

หรือขาดพื้นความรู้ ก่อนหรือภายหลังการสอบ

แข่งขัน การสอบคัดเลือก

หรือได้รับการคัดเลือกเป็นอันว่าผู้นั้นหมดสิทธิที่จะได้รับการบรรจุ

การออกจากงาน

มาตรา 47

มาตรา 47 พนักงานเทศบาลออกจากงานเมื่อ

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) ให้ออก

(4) ปลดออก

(5) ไล่ออก

มาตรา 48

มาตรา 48 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น

พนักงาน

เทศบาลผู้ใดประสงค์จะลาออกจากงานย่อมทำได้

โดยยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไป

ชั้นหนึ่ง

แล้วให้ผู้บังคับบัญชานั้นเสนอหนังสือลาออกไปตามลำดับ จนถึงนายกเทศมนตรีเพื่อสั่ง

เมื่อนายก

เทศมนตรีได้สั่งอนุญาตการลาออกแล้ว จึงให้ถือว่าออกจากงาน

และให้รายงานตามลำดับไปยัง ก.ท.

ถ้านายกเทศมนตรีเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่งานเทศบาล

เมื่อได้รับอนุมัติจากประธาน

อ.ก.ท.

ถ้านายกเทศมนตรีเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่งานเทศบาล

เมื่อได้อนุมัติจากประธาน อ.ก.ท.

จังหวัดแล้ว

จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี

นับแต่วันยื่นหนังสือขอลาออกก็ได้

ในกรณีที่ผู้ขอลาออกมีเรื่องถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยและอยู่ในระหว่างการสอบสวนหรือการ

พิจารณาทางวินัย นายกเทศมนตรีจะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้

เพื่อรอฟังผลของเรื่องที่ถูกกล่าวหา

ว่ากระทำผิดวินัยก็ได้

แต่ในกรณีที่ผู้ขอลาออกมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดคดีอาญา ซึ่งมิใช่ความผิด

ลหุโทษ หรือความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ห้ามมิให้นายกเทศมนตรีสั่งอนุญาตการลาออก แต่เมื่อเรื่องถึง

ที่สุดแล้ว ผู้ขอลาออกไม่ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก

หรือถูกสั่งให้ออก จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออก

เพราะเหตุนั้นอีกต่อไปไม่ได้

40 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานเทศบาล พ.ศ. 2506 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_350bbd794bfca853

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com