ข้อ ๔ ผู้ที่จะได้รับความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(2) เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต
(3) เคยเป็นผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากสํานักงาน
(4) เคยถูกสั่งถอดถอนจากการเป็นผู้บริหารของสถาบันการเงินเนื่องจากเป็นต้นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันการเงินนั้นหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของหน่วยงานที่กํากับดูแลสถาบันการเงินนั้น
(5) เคยถูกสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล เว้นแต่เหตุแห่งการเพิกถอนนั้นเนื่องมาจากการไม่เข้าอบรมความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจรรยาบรรณ ในการประกอบวิชาชีพที่จัดโดยสมาคม
(6) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากสถาบันการเงินใดเนื่องจากการกระทําทุจริตในสถาบันการเงินนั้น
(7) มีประวัติการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริต
(8) มีประวัติการบริหารงานอันเป็นเหตุให้เกิดการกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหลายครั้ง หรือที่เป็นความผิดร้ายแรงอันแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบในการบริหารงาน
(9) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานหรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกล่าวโทษ ร้องทุกข์ ฟ้องร้อง หรืออยู่ในระหว่างถูกดําเนินคดีเนื่องจากการกล่าวโทษหรือร้องทุกข์ดังกล่าว ในความผิดที่บัญญัติไว้หรือความผิดที่อาจดําเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
(10) เป็นผู้ขาดจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ โดยพิจารณาจากพฤติกรรมอันแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบหรือความรอบคอบในการบริหารงานอย่างร้ายแรง