ข้อ ๔ ให้สรรพสามิตพื้นที่ต้นทาง
แจ้งให้สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แต่งตั้งเจ้าพนักงานสรรพสามิต จำนวน ๓ ราย
เพื่อตรวจสอบการพิสูจน์ลักษณะความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพของสินค้าจนใช้การไม่ได้
ว่าเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดสินค้าที่มีสิทธิขอคืนภาษีและการพิสูจน์ลักษณะความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพของสินค้าจนใช้การไม่ได้
พ.ศ. ๒๕๖๐ หรือไม่
ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตามวรรคหนึ่ง
ตรวจสอบการพิสูจน์ลักษณะความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพของสินค้าจนใช้การไม่ได้ หากเห็นว่าถูกต้องและผู้ขอคืนภาษีประสงค์จะทำลายสินค้า
ณ สถานที่ดังกล่าว ให้แจ้งผู้ขอคืนภาษีให้ทำลายสินค้าตามวิธีการที่กำหนดในข้อ ๕
และจัดทำบันทึกการตรวจสอบสินค้าและบันทึกควบคุมการทำลายสินค้า
เพื่อให้สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่เสนอให้สรรพสามิตพื้นที่ต้นทางพิจารณาคืนภาษีต่อไป
กรณีผู้ขอคืนภาษีประสงค์จะทำลายสินค้า ณ สถานที่อื่น
ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตามวรรคสอง จัดทำบันทึกการตรวจสอบสินค้า
เพื่อให้สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่เสนอให้สรรพสามิตพื้นที่ต้นทางแจ้งให้สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่จะทำลายสินค้าตั้งอยู่
แต่งตั้งเจ้าพนักงานสรรพสามิต จำนวน ๓ ราย เพื่อควบคุมการทำลายสินค้า
ตามวิธีการที่กำหนดในข้อ ๕ และจัดทำบันทึกควบคุมการทำลายสินค้า
เพื่อให้สรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สถานที่ทำลายสินค้าตั้งอยู่เสนอให้สรรพสามิตพื้นที่ต้นทางพิจารณาคืนภาษีต่อไป
กรณีผู้ขอคืนภาษีประสงค์จะส่งสินค้าให้ผู้ประกอบกิจการบำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมนำไปทำลาย
ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตามวรรคหนึ่ง
จัดทำบันทึกการตรวจสอบสินค้าจำนวนสองฉบับ มอบให้ผู้ขอคืนภาษีหนึ่งฉบับ
อีกหนึ่งฉบับมอบให้สรรพสามิตพื้นที่ต้นทาง
และให้ผู้ขอคืนภาษียื่นหลักฐานการส่งมอบและการทำลายสินค้าซึ่งผู้ประกอบกิจการบำบัดและกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วนำไปทำลาย
ต่อสรรพสามิตพื้นที่ต้นทางเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบการขอคืนภาษีต่อไป