法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย

ฉบับที่ ๒๑

ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ[๑]

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่

๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

เห็นชอบและอนุมัติให้มีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติขึ้นเป็นสองปีต่อครั้ง

โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

(๑)

ส่งเสริมการกีฬาให้ขยายไปทั่วทุกจังหวัด อำเภอ ตำบล

และหมู่บ้านเพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัยแก่ประชาชนและปลูกฝังให้ประชาชนมีน้ำใจนักกีฬา

มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

(๒)

ส่งเสริมให้ทุกจังหวัดเข้าใจวิธีการดำเนินการจัดการแข่งขันตามแบบธรรมเนียมสากล

และช่วยให้เจ้าหน้าที่ด้านกีฬาในส่วนภูมิภาคได้รับการอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในด้านการแข่งขันกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ

(๓)

เสริมสร้างประสบการณ์การแข่งขันกีฬาแก่ประชาชนอันเป็นการเพิ่มพูนมาตรฐานกีฬาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการคัดเลือกเป็นผู้แทนของประเทศในอนาคต

(๔)

เพื่อให้ได้มาซึ่งนักกีฬาผู้มีความสามารถเตรียมไว้สำหรับการคัดเลือกเป็นผู้แทนของประเทศไปร่วมการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๙ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๘

คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๒๑

ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๕

ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ บรรดาข้อบังคับ ข้อระเบียบ

และคำสั่งอื่นใดที่ขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในข้อบังคับนี้

“กกท.” หมายความถึง การกีฬาแห่งประเทศไทย

“ภาค” หมายความถึง

กลุ่มของจังหวัดที่แบ่งเพื่อการแข่งขันกีฬาแห่งชาติตามข้อบังคับนี้

“เจ้าภาพ” หมายความถึง จังหวัดเจ้าภาพที่จัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

“คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน” หมายความถึง

คณะกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

“คณะกรรมการจัดการแข่งขัน” หมายความถึง

คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

“คณะกรรมการกีฬาจังหวัด” หมายความถึง

คณะกรรมการที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย

“สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย” หมายความถึง

สมาคมที่ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาหรือส่งเสริมกีฬาโดยตรงในนามของชาติหรือของประเทศไทย

และได้รับอนุญาตจัดตั้งตามมาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๙ ตามพระราชบัญญัติ กกท. พ.ศ. ๒๕๒๘

“สมาคมกีฬาจังหวัด” หมายความถึง

สมาคมกีฬาที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นในจังหวัด

ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับกีฬาหรือการส่งเสริมกีฬาโดยตรงในแต่ละจังหวัด

และได้รับอนุญาตจัดตั้งตามมาตรา ๕๓ ตามพระราชบัญญัติ กกท. พ.ศ. ๒๕๒๘

“กีฬาบังคับ” หมายความถึง กรีฑาและว่ายน้ำ

“กีฬาสากล” หมายความถึง กีฬาต่าง ๆ

ที่มีการแข่งขันในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์

“กีฬาอนุรักษ์” หมายความถึง กีฬาต่าง ๆ

ที่นิยมเล่นในท้องถิ่น และเจ้าภาพเสนอจัดเพื่อเป็นการอนุรักษ์

“นักกีฬาสมัครเล่น” หมายความถึง

นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและมีคุณสมบัติไม่ขัดต่อข้อบังคับ กฎ

ระเบียบของ กกท. และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยชนิดนั้น ๆ ด้วย

“หัวหน้าคณะนักกีฬา” หมายความรวมถึง

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากจังหวัดนั้น ๆ ให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลควบคุมนักกีฬา

ตลอดทั้งการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่คณะนักกีฬาจนการแข่งขันกีฬาแห่งชาติจะเสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยรักษาการตามข้อบังคับนี้

และให้มีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติเป็นประจำทุกสองปีต่อหนึ่งครั้ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้เจ้าภาพดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติให้เสร็จสิ้นในระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบวันแต่ไม่เกินสิบห้าวัน

โดยรวมพิธีเปิดและปิดด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การแบ่งพื้นที่ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เพื่อเป็นการพัฒนากีฬาของชาติ

และให้การดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้ กกท.

กำหนดจังหวัดที่ใกล้เคียงและสะดวกแก่การคมนาคมรวมกันเข้าเป็นภาคโดยรวมให้ได้ห้าภาค

แต่ละภาคประกอบด้วย

ภาค

๑ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครปฐม นนทบุรี

เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร

และสระแก้ว

ภาค

๒ ประกอบด้วย จังหวัดกาญจนบุรี ชัยนาท นครนายก นครสวรรค์ ปราจีนบุรี

พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง

และอุทัยธานี

ภาค

๓ ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์

มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองบัวลำภู

หนองคาย อุดรธานี อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ

ภาค

๔ ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ ชุมพร ตรัง ปัตตานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส พังงา

พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี

ภาค

๕ ประกอบด้วย จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก

เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย และอุตรดิตถ์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การแข่งขันกีฬาแห่งชาติดำเนินการเป็นสามขั้นตอนดังนี้

(๑)

การแข่งขันระดับจังหวัด เป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนของจังหวัด

โดยให้จังหวัดดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน

(๒)

การแข่งขันระดับภาค

เป็นการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักกีฬาของแต่ละภาคโดยให้แต่ละจังหวัดภายในภาคส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันตามชนิดและประเภทกีฬาที่มีการคัดเลือกทั้งนี้

ต้องดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จก่อนพิธีเปิดการแข่งขันระดับชาติไม่น้อยกว่าห้าเดือน

(๓)

การแข่งขันระดับชาติ

เป็นการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาที่จังหวัดส่งเข้าร่วมแข่งขันได้โดยตรง

เว้นแต่ชนิดกีฬาที่กำหนดให้มีการคัดเลือกในระดับภาคโดยจะต้องดำเนินการจัดการแข่งขันในช่วงระยะเวลาที่

กกท. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การคัดเลือกเจ้าภาพ

(๑)

การแข่งขันระดับภาค

ให้จังหวัดที่อยู่ภายในภาคตกลงกันเลือกจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเป็นจังหวัดเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

(๒)

การแข่งขันระดับชาติ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๒.๑)

คณะกรรมการ กกท. กำหนดเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

(๒.๒)

การกำหนดวันแข่งขันต้องได้รับการอนุมัติจาก กกท. หากจำเป็นต้องยืดเวลาหรือวันแข่งขันมากกว่าที่กำหนด

ต้องได้รับการอนุมัติจาก กกท. ก่อน

(๒.๓)

การคัดเลือกเจ้าภาพ จะตัดสินชี้ขาดสามปี ล่วงหน้าก่อนการแข่งขัน

(๒.๔)

เจ้าภาพต้องจัดการแข่งขันกีฬาทุกชนิดและจัดพิธีเปิด - ปิดในจังหวัดเดียวกันทั้งหมด

เว้นแต่มีความจำเป็นจะขอจัดการแข่งขันบางชนิดกีฬาในจังหวัดอื่น ๆ

ต้องได้รับความเห็นชอบจาก กกท. เสียก่อน

(๒.๕)

เจ้าภาพต้องไม่จัดหรืออนุญาตให้จัดกิจกรรมอื่นใดเกี่ยวกับกีฬาทั้งในระดับท้องถิ่น

ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ในช่วงเวลาเดียวกับการแข่งขันในจังหวัดเดียวกัน

(๒.๖)

เจ้าภาพต้องดำเนินการจัดทำใบสมัคร รายชื่อ แผงรูป บัตรประจำตัว หลักฐานต่าง ๆ

ของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ตลอดทั้งเอกสารที่ใช้ในการจัดการแข่งขัน

พร้อมสำเนาเอกสารตามที่ กกท. กำหนดจำนวนหนึ่งชุดก่อนการแข่งขันอย่างน้อยสิบห้าวัน

(๒.๗)

หากเจ้าภาพไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กกท. กำหนดให้คณะกรรมการ กกท.

มีอำนาจยกเลิกการเป็นเจ้าภาพ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ชนิดและประเภทกีฬาที่จะจัดให้มีในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ให้ กกท.

และเจ้าภาพร่วมกันกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

กีฬาบังคับ

(๒)

กีฬาสากล

(๓)

กีฬาอนุรักษ์

ให้

กกท.

ประกาศชนิดและประเภทกีฬาที่กำหนดแข่งขันให้ทุกจังหวัดทราบก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ

ไม่น้อยกว่าสิบห้าเดือน

คณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ให้มีคณะกรรมการสองคณะดังนี้

(๑)

คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน

(๒)

คณะกรรมการจัดการแข่งขัน

ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งสองคณะอยู่ในตำแหน่งจนกว่าการดำเนินกิจการเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนั้น

ๆ จะเสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน ประกอบด้วย ผู้ว่าการ กกท. เป็นประธานกรรมการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าภาพเป็นรองประธานกรรมการ รองผู้ว่าการ กกท.

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่มีการแข่งขัน

และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินสิบคนเป็นกรรมการ และให้ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ

เป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้กรรมการในคณะกรรมการ

กกท. ทุกคน และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คณะกรรมการอำนวยการแข่งขัน มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑)

เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการจัดการแข่งขัน

(๒)

วินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

(๓)

วินิจฉัยปัญหาต่าง ๆ ที่มิได้บัญญัติไว้ในข้อบังคับนี้

(๔)

ปฏิบัติการอื่นใดเกี่ยวกับการแข่งขัน ตามที่คณะกรรมการ กกท. มอบหมาย คำวินิจฉัย

มติ คำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการแข่งขันให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าภาพเป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่มีการแข่งขัน (สมาคมละหนึ่งคน)

คณะกรรมการกีฬาจังหวัดเจ้าภาพ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเจ้าภาพ

บุคคลอื่นซึ่งเจ้าภาพเสนอเพื่อแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ

สำหรับตำแหน่งกรรมการและเลขานุการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง

ส่วนตำแหน่งกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการต้องเป็นพนักงาน กกท.

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

คณะกรรมการจัดการแข่งขัน มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑)

จัดการแข่งขันให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามข้อบังคับ

(๒)

เสนอปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการปฏิบัติตามข้อบังคับ

เพื่อให้คณะกรรมการอำนวยการแข่งขันวินิจฉัย

(๓)

รายงานคณะกรรมการอำนวยการแข่งขันในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลหรือคณะบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ

(๔)

ดำเนินการเกี่ยวกับหลักฐานการแข่งขัน ได้แก่ใบสมัคร รายชื่อแผงรูป

บัตรประจำตัวนักกีฬา เอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการแข่งขัน

การขึ้นทะเบียนนักกีฬา ตลอดทั้งการสรุปผลและประเมินผลการแข่งขัน

(๕)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์แห่งการจัดการแข่งขัน

ระเบียบและกติกาการแข่งขัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ แต่ละชนิดกีฬาให้ใช้ระเบียบและกติกาการแข่งขันตามที่

กกท. และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันกำหนด

จำนวนนักกีฬา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ การกำหนดจำนวนนักกีฬา

จำนวนทีมในแต่ละชนิดและประเภทกีฬาให้เป็นไปตามระเบียบและกติกาการแข่งขันตามที่

กกท. และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันกำหนด

คุณสมบัติของนักกีฬา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑)

เป็นนักกีฬาสมัครเล่น

(๒)

มีสัญชาติไทย

(๓)

เป็นนักกีฬาที่มีชื่อในทะเบียนนักกีฬาของสมาคมกีฬาจังหวัดนั้น ๆ

เพียงจังหวัดเดียวเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนั้น

(๔)

การย้ายสังกัดสมาคมกีฬาจังหวัดจะกระทำมิได้

เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากสมาคมกีฬาจังหวัดที่เป็นต้นสังกัดเดิมและที่จะเป็นต้นสังกัดใหม่เสียก่อน

(๕)

ไม่เป็นนักกีฬาที่อยู่ในระยะเวลาที่สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย

หรือประธานกรรมการอำนวยการแข่งขัน หรือ กกท. ลงโทษให้พักการแข่งขัน

(๖)

นักกีฬาซึ่งเป็นผู้ที่เคยเข้าแข่งขัน

หรือมีชื่อในบัญชีผู้แทนชาติไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์

ซีเกมส์ การแข่งขันชิงชนะเลิศของโลก หรือการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเซียจะเข้าแข่งขันกีฬาแห่งชาติได้เฉพาะชนิดประเภทกีฬา

และจำนวน ตามที่ กกท. และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมกันกำหนด

(๗)

นักกีฬาที่เข้าแข่งขันกีฬาแห่งชาติต้องได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาผู้แทนจังหวัดตามหมวด

การคัดเลือกและสมัครนักกีฬาเข้าแข่งขัน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การสมัครเข้าแข่งขันคัดเลือกเป็นนักกีฬาผู้แทนจังหวัด

ผู้สมัครยื่นใบสมัครส่วนบุคคลต่อสมาคมกีฬาจังหวัดที่ตนสังกัด ตามแบบที่ กกท. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาในระดับต่าง ๆ ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ระดับจังหวัด ให้แต่ละจังหวัดทำการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาระดับจังหวัดให้แล้วเสร็จก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน

(๒)

ระดับภาค

ให้เจ้าภาพในระดับภาคทำการแข่งขันคัดเลือกนักกีฬาให้แล้วเสร็จก่อนพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติไม่น้อยกว่าห้าเดือน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การส่งแบบแจ้งชนิด ประเภท และจำนวนนักกีฬา (Entry Form by Number)

ที่ส่งเข้าแข่งขันให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ระดับภาค ให้แต่ละจังหวัดส่งแบบแจ้งชนิด ประเภท

และจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าแข่งขันให้เจ้าภาพระดับภาคไม่น้อยกว่าสามเดือนก่อนพิธีเปิดการแข่งขัน

(๒)

ระดับชาติ ให้จังหวัดจัดส่งแบบแจ้งชนิด ประเภท และจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าแข่งขันให้เจ้าภาพไม่น้อยกว่าสี่เดือนก่อนพิธีเปิดการแข่งขัน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ (Entry Form by Name) ที่ส่งเข้าแข่งขันให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ระดับภาค ให้จังหวัดจัดส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ให้เจ้าภาพระดับภาคไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนพิธีเปิดการแข่งขัน

(๒)

ระดับชาติ

ให้จังหวัดจัดส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ให้เจ้าภาพไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนพิธีเปิดการแข่งขัน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

สำหรับนักกีฬาที่ไม่ต้องคัดเลือกในระดับภาค

ให้จังหวัดส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันโดยตรง ให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๒๒ และข้อ ๒๓

โดยอนุโลม

เจ้าภาพมีสิทธิ์ส่งกีฬาประเภททีมเข้าร่วมการแข่งขัน

โดยไม่ต้องคัดเลือกตามชนิดและประเภทกีฬาที่ กกท. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

จังหวัดใดจัดส่งรายชื่อนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ไปให้เจ้าภาพไม่ทันภายในเวลาที่กำหนดตามข้อ

๒๓ และข้อ ๒๔ ให้ผู้นั้นหมดสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนั้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

บัญชีรายชื่อนักกีฬาที่จัดส่งให้เจ้าภาพจะเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติม หรือ

สับเปลี่ยนตัวบุคคลไม่ได้

เว้นแต่จะเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยในเรื่องการเขียนหรือพิมพ์ผิดเท่านั้น

กรรมการผู้ตัดสินและผู้ชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

กรรมการผู้ตัดสินและผู้ชี้ขาดกีฬาแต่ละชนิดที่มีการแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ

กกท. และสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมกันกำหนด

รางวัลการแข่งขัน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ให้เจ้าภาพจัดทำรางวัลในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติประกอบด้วยเหรียญและประกาศนียบัตร

ดังต่อไปนี้

(๑) รางวัลที่ ๑ เหรียญชุบทองและประกาศนียบัตร

(๒) รางวัลที่ ๒ เหรียญชุบเงินและประกาศนียบัตร

(๓) รางวัลที่ ๓ เหรียญชุบทองแดงและประกาศนียบัตร

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ให้เจ้าภาพจัดพิธีมอบรางวัลนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันอย่างสมเกียรติ

การประท้วง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการประท้วงสองคณะ

คือ

(๑)

คณะกรรมการพิจารณาการประท้วงคุณสมบัติของนักกีฬา

ประกอบด้วยนายกสมาคมกีฬาจังหวัดเจ้าภาพเป็นประธานกรรมการ

ประธานฝ่ายเทคนิคจัดการแข่งขัน ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยชนิดกีฬาที่มีการประท้วงหนึ่งคนและผู้แทน

กกท. โดยให้เจ้าภาพพิจารณาแต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามที่เห็นสมควรเป็นเลขานุการ

(๒)

คณะกรรมการพิจารณาการประท้วงเทคนิคกีฬา

ประกอบด้วยกรรมการตามระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬาชนิดที่มีการประท้วงได้กำหนดไว้

ถ้าระเบียบและกติกาดังกล่าวมิได้กำหนดในเรื่องวิธีการประท้วงหรือคณะกรรมการพิจารณาการประท้วงไว้เป็นอย่างอื่น

ให้ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยชนิดกีฬาที่มีการประท้วงเป็นประธานกรรมการ

ประธานจัดการแข่งขันกีฬาที่มีการประท้วงและผู้จัดการทีมทุกทีมในชนิดกีฬาที่มีการประท้วง

ยกเว้นคู่กรณี เจ้าภาพพิจารณาแต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามที่เห็นสมควรเป็นเลขานุการ

ให้คณะกรรมการพิจารณาการประท้วงตาม

(๑) และ (๒) มีอำนาจพิจารณาการประท้วง

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาการประท้วงให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

การประท้วงให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

การประท้วงคุณสมบัติของนักกีฬา หัวหน้าคณะนักกีฬาจังหวัดเป็นผู้ยื่นประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อประธานกรรมการพิจารณาการประท้วงคุณสมบัติของนักกีฬาก่อนการแข่งขันแต่ละครั้ง

พร้อมวางเงินประกันการประท้วงตามที่ กกท. กำหนด

(๒)

การประท้วงเทคนิคกีฬา ให้เป็นไปตามที่ระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬาชนิดนั้น ๆ กำหนดไว้

คำประท้วงให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อประธานกรรมการพิจารณาประท้วงเทคนิคกีฬาภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบและกติกาการแข่งขันกีฬาดังกล่าวนั้น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาการประท้วงเห็นว่าคำประท้วงฟังขึ้นและได้วินิจฉัยให้เป็นไปตามคำประท้วงแล้ว

ให้ผู้ยื่นประท้วงได้รับเงินประกันการประท้วงคืน

แต่ถ้าคำประท้วงฟังไม่ขึ้นให้เงินประกันดังกล่าวตกเป็นทุนสำหรับส่งเสริมการกีฬาของเจ้าภาพ

บทลงโทษ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

เจ้าหน้าที่หรือนักกีฬาผู้ใดละเมิดข้อบังคับข้อ ๓๐

ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการขัดต่อเจตนารมณ์ของการส่งเสริมกีฬาตามข้อบังคับนี้

โดยให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้นั้นออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่หรือนักกีฬาในการแข่งขันสำหรับครั้งนั้น

การกระทำดังกล่าวตามวรรคก่อน

ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันอาจตัดสิทธิ์ครั้งต่อ ๆ ไปด้วยก็ได้

ในกรณีที่นักกีฬาซึ่งเข้าแข่งขันขาดคุณสมบัติตามข้อ

๑๙ อยู่ในสังกัดทีมของผู้จัดการทีมหรือผู้ฝึกสอนกีฬาผู้ใด

ให้ประธานกรรมการอำนวยการแข่งขันพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้นั้นออกจากการเป็นผู้จัดการทีมกีฬาหรือผู้ฝึกสอนกีฬาในการแข่งขันสำหรับครั้งนั้น

หรือครั้งต่อ ๆ ไป แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การแข่งขันที่มีเจ้าหน้าที่หรือนักกีฬาละเมิดข้อบังคับ

หรือระเบียบและกติกาการแข่งขันให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามระเบียบและกติกาของชนิดกีฬานั้น

หากผู้แข่งขันหรือทีมที่ละเมิดนั้นได้รับรางวัล

หรือได้รับตำแหน่งในการแข่งขันให้ถือว่ารางวัลหรือตำแหน่งนั้นเป็นโมฆะ

และให้คืนรางวัลนั้นโดยเร็ว พร้อมทั้งให้เลื่อนลำดับนักกีฬาตำแหน่งถัดไปเข้าแทน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เจ้าหน้าที่หรือนักกีฬาผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ

ระเบียบและกติกาการแข่งขันหรือประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่ว่ากรณีใด ๆ

ทั้งภายในหรือนอกสนามแข่งขัน ให้ประธานกรรมการจัดการแข่งขันพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร

สิทธิประโยชน์

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ให้เป็นไปตามที่ กกท. กำหนด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ให้ กกท. เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๓

และให้นำข้อบังคับนี้มาใช้โดยอนุโลม

ความในวรรคสองของข้อ

๒๔ แห่งข้อบังคับนี้ มิให้นำมาใช้กับการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๓

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒

เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ปัทมา/จัดทำ

๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔

อภิญญา/ปรับปรุง

๔ กันยายน ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนพิเศษ ๑๑๑ ง/หน้า ๑๗/๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_36c3421931215357

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com