ประกาศกรมวิชาการเกษตร
ประกาศกรมวิชาการเกษตร
เรื่อง
เงื่อนไขการนำผลส้มจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในราชอาณาจักร[๑]
ตามประกาศกระทรวงเกษตร (ฉบับที่ ๖) เรื่อง
กำหนดพืช ศัตรูพืช หรือพาหะจากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้นและเงื่อนไข
ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดพืชศัตรูพืช
หรือพาหะจากแหล่งที่กำหนดเป็นสิ่งต้องห้าม ข้อยกเว้นและเงื่อนไข
ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๙ ลงวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.
๒๕๓๙ ผลส้มจากแหล่งที่กำหนด ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนดและมีใบรับรองปลอดศัตรูพืชสามารถนำเข้ามาในราชอาณาจักรได้
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรจึงออกประกาศเงื่อนไขการนำผลส้มเพื่อการบริโภคจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในราชอาณาจักร
ดังต่อไปนี้
๑. ชนิดผลไม้
ผลส้มตามเอกสารแนบ ๑
ท้ายประกาศนี้
๒. ศัตรูพืชและสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
๒.๑
รายชื่อศัตรูพืชบนผลส้มและสถานภาพของศัตรูพืชตามเอกสารแนบ ๒ ท้ายประกาศนี้
๒.๒
ศัตรูพืชกักกันที่ต้องมีการจัดการความเสี่ยง คือ แมลงวันผลไม้ส้ม (citrus
fruit fly)
Bactrocera tsuneonis
๓. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
๓.๑
ประเทศไทย คือ กรมวิชาการเกษตร
๓.๒
ประเทศญี่ปุ่น คือ กองอารักขาพืช สำนักงานความปลอดภัยทางอาหารและผู้บริโภค
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง
๔. การขออนุญาตนำเข้า
ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งออกให้โดยกรมวิชาการเกษตร
๕. วิธีการขนส่ง
ส้มต้องส่งตรงมาจากเมืองท่าแห่งหนึ่งหรือเมืองในประเทศญี่ปุ่นไปยังเมืองท่าปลายทางหรือเมืองในประเทศไทย
ในลักษณะเป็นสินค้าขนส่งทางเรือหรือทางอากาศ
๖. แหล่งปลูก
๖.๑
ส้มต้องมาจากแหล่งปลูกที่จดทะเบียนตามเอกสารแนบ ๑ ท้ายประกาศนี้
๖.๒
กรณีที่กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงจดทะเบียนแหล่งปลูกแห่งใหม่เพื่อส่งส้มออกไปยังประเทศไทย
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบพร้อมทั้งข้อมูลของแหล่งปลูกใหม่
กรมวิชาการเกษตรต้องดำเนินการตรวจรับรองแหล่งปลูกแห่งใหม่และระบบการบริหารจัดการแมลงวันผลไม้
ก่อนที่จะส่งออกส้มไปยังประเทศไทย
๗. การจดทะเบียนสวนส้มส่งออก
๗.๑
สวนส้มในแหล่งปลูกส้มที่กำหนดไว้สำหรับส่งออกไปยังประเทศไทยต้องจดทะเบียนเป็นสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก
และมีการสำรวจแบบติดตามโดยกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง
เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นส้มที่ปลอดจากศัตรูพืชกักกัน
๗.๒ เกษตรกรเจ้าของสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกต้องปฏิบัติตามแผนการบริหารจัดการศัตรูพืชในสวนส้มอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ
รวมทั้งบันทึกตารางการฉีดพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าศัตรูพืชกักกันได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
๗.๓
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องให้ข้อมูลแผนการบริหารจัดการศัตรูพืชของส้มตลอดฤดูกาลปลูกเมื่อได้รับการร้องขอจากกรมวิชาการเกษตร
๗.๔
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องแจ้งบัญชีรายชื่อสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก ได้แก่
ชื่อเกษตรกร ที่อยู่ และข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ปลูก ต่อกรมวิชาการเกษตรเป็นเวลาอย่างน้อย
๒ เดือน ก่อนเริ่มการส่งออกเป็นประจำทุกปี
๘. การจดทะเบียนโรงบรรจุสินค้า
๘.๑
โรงบรรจุสินค้าต้องจดทะเบียนไว้กับกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง
และต้องตั้งอยู่ภายในขอบเขตรัศมีการดักจับแมลงของกับดักแกลลอนเท่านั้น
๘.๒
โรงบรรจุสินค้าต้องนำส้มมาจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงเท่านั้น
ทั้งนี้ เพื่อสามารถดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของส้มที่ส่งออกได้
๘.๓ กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงมีหน้าที่รับผิดชอบเก็บข้อมูลรายละเอียด
สวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกซึ่งส่งส้มมายังโรงบรรจุสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศไทย
โดยข้อมูลเหล่านี้ต้องส่งให้กับกรมวิชาการเกษตรทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ
๘.๔
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องแจ้งรายชื่อโรงบรรจุสินค้าที่ได้รับการจดทะเบียน ได้แก่
ชื่อโรงบรรจุสินค้า รหัส ที่อยู่ และชื่อผู้จัดการ ต่อกรมวิชาการเกษตร อย่างน้อย ๒
เดือนก่อนเริ่มฤดูกาลส่งออกเป็นประจำทุกปี
๘.๕
กรณีที่กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงจดทะเบียนโรงบรรจุสินค้าแห่งใหม่ กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องแจ้งรายชื่อโรงบรรจุสินค้านั้นต่อกรมวิชาการเกษตรทันที
กรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการตรวจสอบโรงบรรจุสินค้า
และตรวจสอบระบบปฏิบัติงานในการคัดเลือกหรือการบรรจุส้มตามความเหมาะสม
ในขั้นตอนของการตรวจสอบก่อนการส่งออกตามที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อที่ ๑๓.๑
๙. ข้อกำหนดสำหรับโรงบรรจุสินค้า
๙.๑ โรงบรรจุสินค้า
๙.๑.๑.
ส้มต้องเก็บในสภาพที่เหมาะสมตั้งแต่หลังการเก็บเกี่ยวจนถึงขั้นตอนการบรรจุ
ซึ่งสามารถป้องกันมิให้ศัตรูพืชต่างๆ เข้าทำลายส้มได้ใหม่อีกครั้ง
๙.๑.๒.
โรงบรรจุสินค้าแต่ละแห่ง ต้องมีผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการอย่างน้อย ๑ คน ซึ่งได้รับการอบรมจากกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง
โดยเป็นผู้ที่มีความรู้และสามารถทราบลักษณะการทำลายของศัตรูพืชบนส้ม
ผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการนี้ต้องดูแลเอาใจใส่ในขั้นตอนการคัดเลือกส้มและการคัดออกส้มซึ่งสงสัยว่ามีการทำลายของศัตรูพืชที่กำหนดไว้ในข้อ
๒
โรงบรรจุสินค้าต้องเก็บเอกสารการฝึกอบรมหรือบันทึกการฝึกอบรมของผู้ปฏิบัติงานด้านวิชาการด้วย
๙.๒ ระบบควบคุมการปฏิบัติงานในโรงบรรจุสินค้า
๙.๒.๑
ส้มซึ่งผลิตจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก
ต้องจัดเก็บและบรรจุในโรงบรรจุสินค้าที่ได้รับการจดทะเบียน นอกจากนี้แล้ว
การดำเนินการบรรจุส้มเพื่อส่งออกไปยังประเทศไทยจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ ๑
พฤศจิกายนของทุกปี
๙.๒.๒
กรณีที่ส้มผลิตมาจากสวนส้มซึ่งไม่ได้จดทะเบียนเพื่อการส่งออกแต่มาจากแหล่งปลูกที่ได้รับอนุญาต
เมื่อมีการเก็บส้มเหล่านี้ไว้ในโรงบรรจุสินค้าเดียวกันกับส้มที่มาจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออก
ต้องแยกส้มทั้งสองแหล่งออกจากกันและเก็บแยกไว้ต่างหากไม่ให้ปะปนกัน ส้มสำหรับส่งออกไปยังประเทศไทยซึ่งผลิตจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกและส้มอื่นๆ
ต้องไม่ทำการคัดและบรรจุในช่วงเวลาเดียวกัน
๙.๒.๓
ต้องทำความสะอาดโรงบรรจุสินค้าก่อนดำเนินการคัดและบรรจุส้มทุกวัน
๙.๒.๔
ส้มที่มีโรคหรือศัตรูพืชทำลายต้องคัดทิ้งและนำไปทำลายนอกโรงบรรจุสินค้าทันที
๙.๒.๕
เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องยืนยันมาตรการป้องกันศัตรูพืชปนเปื้อนในโรงบรรจุสินค้า
ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่ามาตรการป้องกันศัตรูพืชปนเปื้อนไม่เหมาะสม
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงควรสั่งการให้ผู้จัดการโรงบรรจุสินค้ารีบดำเนินการป้องกันศัตรูพืชปนเปื้อน
๑๐. ข้อกำหนดสำหรับบรรจุภัณฑ์และฉลาก
๑๐.๑
บรรจุภัณฑ์ทำด้วยกระดาษลูกฟูกซึ่งอาจผลิตจากวัสดุที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่หรือวัสดุใหม่
บรรจุภัณฑ์ต้องสะอาดและใหม่จึงจะอนุญาตให้ใช้สำหรับการบรรจุส้ม
๑๐.๒
ภาชนะบรรจุส้มต้องไม่มีรู ถ้ามีรูหรือช่องเปิดต้องปิดด้วยผ้าตาข่าย ขนาดของตาข่ายแต่ละรูต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน
๑.๖ มม. หรือต้องคลุมภาชนะที่บรรจุส้มด้วยผ้าตาข่าย (ขนาดของตาข่ายแต่ละรูต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน
๑.๖ มม.)
๑๐.๓
ภาชนะบรรจุส้มต้องไม่มีชิ้นส่วนของพืชปะปน เช่น ดิน ใบ ลำต้น หรือสิ่งอื่นๆ ที่สามารถนำพาศัตรูพืชกักกันได้
๑๐.๔
ส้มที่จะส่งออกแต่ยังไม่ได้มีการขนย้ายเข้าตู้ขนส่งสินค้าในทันที
ส้มเหล่านี้ต้องมีการจัดการและควบคุมความปลอดภัยจากศัตรูพืช
และต้องเก็บส้มดังกล่าวแยกจากส้มอื่นๆ ภายในห้องเย็น
จนกว่าจะมีการขนย้ายเข้าสู่ตู้บรรทุกสินค้า
โดยต้องดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง
๑๐.๕
ข้อความต่อไปนี้ต้องพิมพ์ติดไว้บนบรรจุภัณฑ์
สินค้าของประเทศญี่ปุ่น
ชื่อบริษัทผู้ส่งออก
ชื่อส้ม ได้แก่ สกุล ชนิด
และสายพันธุ์
หมายเลขทะเบียนสวน
หมายเลขทะเบียนโรงบรรจุสินค้า
วันที่บรรจุ
จุดหมายปลายทางส่งออก
๑๑. แหล่งผลิตส้มปลอดแมลงวันผลไม้
๑๑.๑
การกำหนดทำเลที่ตั้งสวนส้มปลอดแมลงวันผลไม้ส้ม Bactrocera
tsuneonis จากแหล่งปลูกที่จดทะเบียนตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๖ นั้น กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้กรมวิชาการเกษตรทราบอย่างเป็นทางการ
๑๑.๒
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบทันทีหากการสำรวจตรวจหาพบแมลงวันผลไม้ชนิดอื่น
ๆ นอกเหนือจากแมลงวันผลไม้ส้ม
๑๒. ข้อกำหนดสำหรับการสำรวจแบบติดตามแมลงวันผลไม้ส้ม
๑๒.๑
สวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกซึ่งเป็นแหล่งของส้มที่จะส่งออกไปยังประเทศไทยต้องมีระบบการสำรวจแบบติดตามแมลงวันผลไม้ส้ม
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสวนส้มดังกล่าวปลอดจากแมลงวันผลไม้ส้ม
๑๒.๒
การสำรวจแบบติดตามควรดำเนินการโดยใช้กับดักแกลลอน (Gallon
Trap) และการสำรวจผลส้ม
๑๒.๒.๑
การสำรวจโดยใช้กับดักแกลลอน
(ก)
ระยะเวลาการสำรวจคือจากวันที่ ๑ เมษายน ถึง ๓๑ ตุลาคม ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวนี้จะคลอบคลุมช่วงเวลาของระยะตัวเต็มวัยของแมลงวันผลไม้ส้มซึ่งจะอยู่ประมาณเดือนมิถุนายนถึงกันยายน
(ข)
กับดักแกลลอนควรวางให้คลุมพื้นที่ทุกๆ ๑ ตารางกิโลเมตร ในแหล่งที่ปลูกส้มและพื้นที่ใกล้เคียง
(ค)
กับดักแกลลอนจะใช้โปรตีนไฮโดรไลเซท (protein
hydolyzate) (๑.๕
- ๒.๐ % โปรตีนในรูปของแข็ง) และสารฆ่าแมลงวาโพนา (Vapona
®) (๑๘.๖%
DDVP)
(ง)
เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องตรวจกับดักแกลลอนทุกๆ ๒
สัปดาห์ และต้องเปลี่ยนโปรตีนไฮโดรไลเซททุกๆ ๒
สัปดาห์ และวาโพนา ทุกๆ ๔ สัปดาห์
๑๒.๒.๒ การสำรวจผลส้ม
เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องทำการสำรวจผลส้มในช่วงเวลาตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๒.๒.๑ (ก) และผ่าตรวจดูผลส้มที่ร่วงหล่น และหรือผลส้มที่เปลี่ยนสีว่ามีสาเหตุมาจากการทำลายของแมลงวันผลไม้ส้มหรือไม่
๑๒.๓ ข้อมูลการสำรวจแบบติดตามแมลงวันผลไม้ส้ม
รวมถึงจำนวนและสถานที่ที่ติดตั้งกับดัก ข้อมูลแมลงที่ติดในกับดัก
และชนิดของแมลงวันผลไม้ที่ได้จากกับดักทั้งหมด (กับดักแกลลอนและวาโพนา)
และข้อมูลการสำรวจผลส้มต้องจัดเตรียมไว้ให้กับเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบ
๑๒.๔
วิธีดำเนินการเมื่อตรวจไม่พบแมลงวันผลไม้ส้ม
๑๒.๔.๑
สวนส้มซึ่งตรวจไม่พบแมลงวันผลไม้ส้มในช่วงระยะเวลาที่สำรวจจะได้รับการจดทะเบียนโดยกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงให้เป็นสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกสำหรับส่งออกส้มไปยังประเทศไทย
๑๒.๔.๒
สวนส้มที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกมีสิทธิที่จะส่งออกส้มไปยังประเทศไทยจาก
วันที่ ๑ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม
ของปีถัดไปตามปีปฏิทินซึ่งได้พิจารณาแล้วถือว่าเป็นปีส่งออก
๑๒.๔.๓ ส้มซึ่งเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ ๑
พฤศจิกายนและหลังจากวันนี้ไปจากสวนส้มจดทะเบียนเพื่อการส่งออกสำหรับส่งออกไปยังประเทศไทย
ช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวดังกล่าวนี้ได้พิจารณาแล้ว
ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีแต่แมลงวันผลไม้ส้มระยะตัวเต็มวัย
๑๒.๕
วิธีดำเนินการเมื่อตรวจพบแมลงวันผลไม้ส้ม
กรณีตรวจพบแมลงวันผลไม้ส้มในระหว่างช่วงของการสำรวจแบบติดตามสวนส้มซึ่งอยู่ในแหล่งผลิตส้มตามที่กำหนดไว้ในข้อ
๒ จะถูกห้ามส่งออกส้มไปยังประเทศไทย ในปีส่งออกตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๒.๔.๒
๑๓. การตรวจส้มก่อนส่งออก
๑๓.๑
ส้มที่ส่งออกไปยังประเทศไทยต้องมีการตรวจสอบร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงและเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตร
นอกจากนี้แล้ว ในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลส่งออกของทุกปี
เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรต้องตรวจสอบโรงบรรจุสินค้า
สำรวจแบบติดตามแมลงวันผลไม้ส้มในพื้นที่ที่ปลูกส้ม ตรวจสอบข้อมูลแมลงที่ติดกับดัก
และตรวจสอบรายงานการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง
๑๓.๒
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกรมวิชาการเกษตร เพื่อขอให้กรมวิชาการเกษตรจัดส่งเจ้าหน้าที่กักกันพืชเพื่อตรวจรับรองส้มก่อนการส่งออกไปยังประเทศไทย
โดยต้องส่งหนังสือดังกล่าวล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๒
เดือนก่อนเริ่มฤดูกาลส่งออกเป็นประจำทุกปี (วันที่ ๑ พฤศจิกายนของทุกปี)
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตร
ฝ่ายญี่ปุ่นต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
๑๓.๓
เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงและเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรต้องร่วมกันสุ่มตรวจส้มจำนวน
๖๐๐ ผล จากจำนวนส้มทั้งหมดที่ส่งออกในแต่ละครั้ง
๑๓.๔
ในกรณีตรวจพบศัตรูพืชกักกันที่ระบุไว้ในข้อ ๒ ต้องดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้
๑๓.๔.๑
ถ้าตรวจพบแมลงวันผลไม้ส้มในระหว่างการสุ่มตรวจส้มก่อนส่งออก ส้มทั้งหมดจะถูกห้ามส่งออกไปยังประเทศไทยและต้องปฏิบัติ
ดังต่อไปนี้
(ก)
เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงและเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตร
ต้องร่วมกันตรวจสอบหาสาเหตุที่มีการทำลายของแมลงวันผลไม้ส้มในผลส้ม
(ข)
โรงบรรจุสินค้าที่เป็นผู้บรรจุส้มที่มีแมลงวันผลไม้ส้มทำลายต้องหยุดดำเนินการบรรจุส้มส่งออกไปยังประเทศไทยโดยทันที
ส้มที่ได้ผ่านการคัดและบรรจุไว้แล้วต้องถูกระงับการส่งออกไปยังประเทศไทย
ส่วนสวนส้มที่ผลิตส้มซึ่งพบว่ามีแมลงวันผลไม้ส้มทำลายจะถูกห้ามส่งออกส้มไปยังประเทศไทยโดยทันทีหลังจากนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ส้มที่ได้ผ่านการตรวจสอบและมีการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary
Certificate) แล้ว
ยังสามารถส่งออกไปประเทศไทยได้
(ค)
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องแจ้งให้กรมวิชาการเกษตรทราบโดยทันทีเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสนอมาตรการแก้ไข
กรมวิชาการเกษตรจะยกเลิกมาตรการระงับการส่งออกเมื่อมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงสาเหตุและมีการดำเนินมาตรการแก้ไขจนเป็นที่ยอมรับของกรมวิชาการเกษตร
๑๓.๔.๒ ถ้าตรวจพบศัตรูพืชกักกันชนิดอื่นๆ
ที่มีชีวิตซึ่งไม่ใช่แมลงวันผลไม้ส้มในระหว่างการสุ่มตรวจส้มก่อนส่งออก
ส้มทั้งหมดจะส่งไปยังประเทศไทยได้ต่อเมื่อได้ทำการกำจัดศัตรูพืชเหล่านั้นให้หมดสิ้นแล้ว
๑๓.๕
กรณีตรวจไม่พบศัตรูพืชกักกันตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒ เจ้าหน้าที่กักกันพืชของกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงจะออกใบรับรองสุขอนามัยพืช
และเจ้าหน้าที่กักกันพืชของกรมวิชาการเกษตรจะลงนามบนพื้นที่ว่างของใบรับรองสุขอนามัยพืช
๑๔. ใบรับรองสุขอนามัยพืช
๑๔.๑
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงจะออกใบรับรองสุขอนามัยพืชให้กับส้มที่ส่งออกไปประเทศไทย
และต้องระบุข้อความเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
The citrus
fruit of
this consignment
was produced
in (name
of production
area) and
inspected in
accordance with
appropriate official
procedures are
found to
be free
from quarantine
pests specified
by the
DOA
๑๔.๒ ในใบรับรองสุขอนามัยพืชต้องระบุ
ชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อพันธุ์ของส้ม หมายเลขสวนที่ได้รับการจดทะเบียน
หมายเลขโรงคัดบรรจุที่ได้รับการจดทะเบียน และหมายเลขผนึกปิดตู้ขนส่งสินค้า
(สำหรับการขนส่งทางเรือ)
๑๕. การตรวจส้มเมื่อมีการนำเข้า
เมื่อส้มถูกขนส่งมาถึงยังจุดที่นำเข้า
การตรวจส้มจะดำเนินการหลังจากได้มีการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดที่แนบมาด้วย
๑๕.๑ ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
บรรจุภัณฑ์หรือผนึกปิดตู้ขนส่งสินค้าชำรุดหรือเสียหาย กรมวิชาการเกษตรมีสิทธิสั่งให้ส่งส้มกลับหรือทำลายส้ม
โดยเจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
๑๕.๒ สุ่มตรวจส้มจำนวน ๖๐๐ ผล
จากจำนวนส้มทั้งหมดที่นำเข้าแต่ละครั้ง
๑๕.๓
กรณีพบศัตรูพืชกักกันของประเทศไทยตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒
ระหว่างการสุ่มตรวจส้มเมื่อมีการนำเข้า ต้องดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้
๑๕.๓.๑ ถ้าพบแมลงวันผลไม้ส้มที่มีชีวิต
ส้มทั้งหมดต้องถูกส่งกลับหรือทำลายเท่านั้น กรมวิชาการเกษตรจะสั่งระงับการนำเข้า
และแจ้งให้กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงทราบโดยทันที
๑๕.๓.๒
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงต้องตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทันทีและเสนอมาตรการแก้ไข
กรมวิชาการเกษตรจะยกเลิกมาตรการระงับการส่งออกเมื่อมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงสาเหตุและมีการดำเนินมาตรการแก้ไขจนเป็นที่ยอมรับของกรมวิชาการเกษตร
๑๕.๓.๓ ถ้าตรวจพบศัตรูพืชกักกันชนิดอื่นๆ
ที่มีชีวิตซึ่งไม่ใช่แมลงวันผลไม้ส้ม ส้มทั้งหมดจะถูกส่งกลับ ทำลาย
หรือทำการกำจัดศัตรูพืชเหล่านั้นด้วยวิธีที่เหมาะสม (ถ้ามี)
โดยเจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
๑๕.๓.๔ ถ้าตรวจพบศัตรูพืชชนิดอื่น ๆ
ที่มีชีวิตซึ่งไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในหัวข้อที่ ๒
กรมวิชาการเกษตรมีสิทธิที่จะระงับการนำเข้าได้
จนกว่าการประเมินความเสี่ยงศัตรูพืชที่ตรวจพบนั้นได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว
๑๖. การประเมินระบบการส่งออก
๑๖.๑ การส่งออกผลส้มจากประเทศญี่ปุ่นไปยังประเทศไทยจะเริ่มได้หลังจากที่กรมวิชาการเกษตรได้ทำการประเมินระบบการส่งออกในประเทศญี่ปุ่นแล้วเท่านั้น
๑๖.๒
ในกรณีที่มีการระงับการนำเข้าหรือการนำเข้าไม่ถูกต้องตามประกาศนี้ กรมวิชาการเกษตรต้องส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปประเมินระบบการส่งออกในประเทศญี่ปุ่นก่อนจะตัดสินใจอนุญาตให้นำเข้าส้มจากญี่ปุ่นได้อีกต่อไป
กระทรวงเกษตรป่าไม้และประมงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
อดิศักดิ์
ศรีสรรพกิจ
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร
[เอกสารแนบท้าย]
๑. รายชื่อชนิดส้มและสายพันธุ์ และแหล่งปลูก ที่ได้รับอนุญาต (เอกสารแนบ ๑)
๒. รายชื่อศัตรูพืชของผลส้ม (Citrus spp.)
จากประเทศญี่ปุ่น (เอกสารแนบ ๒)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
โสรศ/ผู้จัดทำ
๘
สิงหาคม ๒๕๕๐
พิมลกร/ปรับปรุง
๔
ตุลาคม ๒๕๕๖
พลัฐวัษ/ตรวจ
๔
ตุลาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๙๐ ง/หน้า ๙/๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐